
รฟท.เปิดประชาพิจารณ์ ‘ประมูลแคร่สินค้า 946 คัน’ วงเงิน 2,459 ล้านบาท หมดระยะเวลาประชาพิจารณ์พรุ่งนี้ (7 ก.ย. 69) ส่องรายละเอียด - เกณฑ์ประกวดราคา ไม่เน้นราคาต่ำสุด ใช้เกณฑ์ Price Performance ขีดเส้นพบทุจริตและการสมยอมราคา ตัดสิทธิเป็นผู้ทิ้งงาน
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 6 กันยายน 2569 การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) โดยฝ่ายพัสดุ เปิดประชาพิจารณ์ร่างเอกสารประกวดราคาแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Bidding) โครงการจัดซื้อรถโบกี้บรรทุกตู้สินค้า จำนวน 946 คัน ราคากลาง 2,459,600,000 บาท คิดเป็นราคาคันละ 2,600,000 บาท โดยมีกำหนดสิ้นสุดการรับฟังความเห็นวันที่ 7 ก.ย.นี้
ในร่างเอกสารขอบเขตงาน (TOR: Terms of Reference) ระบุที่มาของโครงการไว้ว่า ปัจจุบัน รฟท. จำเป็นต้องจัดหารถโบกี้บรรทุกตู้สินค้า (บทต.) เพื่อทดแทนรถเดิมที่ใช้งานมานานมากกว่า 50 ปี ซึ่งส่งผลให้การซ่อมบำรุงไม่ทันเวลาและสภาพรถทรุดโทรมเร็วจากการใช้งานหนักอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับในปีงบประมาณ 2568 รฟท. มีปริมาณการขนส่งสินค้าอยู่ที่ 12.42 ล้านตัน และมีรายได้จากการขนส่งสินค้า 1,555 ล้านบาท ทว่า รฟท. มีรถ บทต. ใช้งานจริง (รวมหักซ่อมบำรุง) เพียง 1,040 คัน ในขณะที่ความต้องการใช้งานจริงพุ่งสูงถึง 1,163 คัน ทำให้รถบางคันไม่สามารถเข้าซ่อมบำรุงตามรอบปกติได้ หากไม่มีการจัดหาเพิ่มเติม รฟท. จะไม่สามารถรองรับการขยายตัวและปริมาณการขนส่งสินค้าที่เพิ่มขึ้นได้เลย
ทั้งนี้ ในการจัเหารถ บทต.ทั้ง 946 คัน รฟท. มีแผนจะนำรถไปกระจายใช้ในเส้นทางสำคัญเพื่อขนส่งสินค้าไปยังท่าเรือแหลมฉบัง ดังนี้
1.เส้นทาง ไอซีดี ลาดกระบัง – ท่าเรือแหลมฉบัง จำนวน 154 คัน
2. เส้นทาง หนองคาย – ท่าเรือแหลมฉบัง จำนวน 396 คัน
3. เส้นทาง อรัญประเทศ – ท่าเรือแหลมฉบัง จำนวน 33 คัน
4. เส้นทาง วิหารแดง – ท่าเรือแหลมฉบัง จำนวน 99 คัน
5. เส้นทาง นครพนม – ท่าเรือแหลมฉบัง จำนวน 99 คัน
6. เส้นทาง ชุมทางทุ่งสง – ท่าเรือแหลมฉบัง จำนวน 99 คัน
7. เส้นทาง อุบลราชธานี – ท่าเรือแหลมฉบัง จำนวน 66 คัน
โดยประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ รฟท.คาดว่า จะช่วยเพิ่มปริมาณการขนส่งสินค้าได้ราว 9 ล้านตันต่อปี และเพิ่มรายได้ให้แก่ รฟท. สูงถึงประมาณ 2,788,400,720 บาทต่อปี เพื่อก้าวสู่เป้าหมายปริมาณขนส่งสินค้าไม่ต่ำกว่าปีละ 40 ล้านตันตามนโยบายกระทรวงคมนาคม
ในส่วนของคุณสมบัติผู้เสนอราคา มีกำหนดไว้ว่า
1. มีความสามารถตามกฎหมาย ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย และไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
2. ไม่อยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานรัฐชั่วคราวเนื่องจากไม่ผ่านเกณฑ์ประเมินผลการปฏิบัติงาน
3. ไม่เป็นบุคคลที่ถูกระบุชื่อในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานของทางราชการ (รวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานร่วมเป็นหุ้นส่วน กรรมการ หรือผู้บริหารด้วย)
4. มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐกำหนด
เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพขายพัสดุที่ประกวดราคาในครั้งนี้
5. ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ณ วันประกาศประกวดราคา หรือไม่ขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม
6. ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันที่จะไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของตนได้มีคำสั่งสละสิทธิ์และความคุ้มกันแล้ว
7. ต้องลงทะเบียนในระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลางอย่างถูกต้อง
ส่วนเงื่อนไขกรณีที่เป็นกิจการร่วมค้า (Joint Venture) หากกำหนดให้มีผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงต้องระบุสัดส่วนหน้าที่และความรับผิดชอบในงาน สิ่งของ หรือมูลค่าสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่ารายอื่นทุกราย และใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้า
หากไม่กำหนดผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้ร่วมค้าทุกรายต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขในเอกสารประกวดราคา
ส่วนการยื่นเสนอราคา หากสัญญาร่วมค้าระบุมอบหมายให้ผู้ร่วมค้ารายหนึ่งรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ไม่ต้องใช้หนังสือมอบอำนาจ แต่หากไม่ได้ระบุไว้ ทุกรายต้องเซ็นชื่อมอบอำนาจให้รายใดรายหนึ่งยื่นแทน และให้ผู้ได้รับมอบหมายเป็นผู้ซื้อเอกสารประกวดราคา
ส่วนคุณสมบัติสถานะทางการเงิน (มูลค่าสุทธิและทุนจดทะเบียน) นิติบุคคลที่จัดตั้งมาเกิน 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ (สินทรัพย์สุทธิหักหนี้สินสุทธิ) เป็นบวกในงบแสดงฐานะการเงินปีล่าสุดที่ตรวจรับรองแล้ว โดยสามารถใช้สิทธิผ่อนผันยื่นย้อนหลังได้อีก 1 ปี หากวันยื่นข้อเสนอตรงกับช่วงยื่นงบการเงินปกติในเดือน ม.ค. - พ.ค.)
ส่วนนิติบุคคลจัดตั้งใหม่ (ที่ยังไม่มีรายงานงบการเงิน) ต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันยื่นข้อเสนอไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท ส่วนบุคคลธรรมดา (สำหรับวงเงินที่เกิน 500,000 บาท) ต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากคงเหลือไม่เกิน 90 วัน โดยต้องมีเงินฝากไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณโครงการ และต้องแสดงอีกครั้งในวันเซ็นสัญญา
กรณีวงเงินไม่เพียงพอ สามารถใช้วงเงินสินเชื่อ (Credit Line) ทดแทนได้ โดยต้องเป็นวงเงินไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของงบประมาณโครงการ จากธนาคารในประเทศหรือบริษัทเงินทุนที่ได้รับอนุญาต (กรณีต่างชาติต้องผ่านการรับรองเอกสารจากกระทรวงการต่างประเทศ) ออกให้ไม่เกิน 90 วันก่อนยื่นข้อเสนอ
ข้อยกเว้นเรื่องสถานะการเงิน: ไม่ใช้บังคับกับหน่วยงานรัฐ, นิติบุคคลที่อยู่ระหว่างฟื้นฟูกิจการ, งานจ้างก่อสร้างที่ขึ้นทะเบียนแล้ว, การซื้อ/เช่าอสังหาริมทรัพย์ และงานจ้างบริการบุคคลธรรมดา
ขณะที่คุณสมบัติเฉพาะ ส่วนของประวัติและสิทธิการเป็นผู้ผลิตต้องเป็นผู้ผลิตรถ บทต. หรือได้รับการแต่งตั้งเป็นตัวแทนขายอย่างเป็นทางการจากโรงงานผู้ผลิตโรงงานผู้ผลิตรถ บทต. ของผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีประวัติผลงานการจำหน่ายรถ บทต. ย้อนหลังไม่น้อยกว่า 5 ปี และมีจำนวนไม่ต่ำกว่า 500 คัน
สถานที่ประกอบรถ ต้องมีสถานที่ประกอบรถ บทต. ภายในประเทศ (ไม่ใช่พื้นที่ปฏิบัติงานของ รฟท.) ที่มีพื้นที่ปฏิบัติงานรวมกันไม่ต่ำกว่า 5,000 ตารางเมตร พร้อมเครื่องมือซ่อมและบุคลากรของตนเองในการดำเนินงานตามกฎหมาย
สำหรับการซื้อเอกสารประกวดราคา ต้องชำระค่าซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครบถ้วนชุดละ 5,000 บาท ผ่านธนาคารกรุงไทย และยื่นหลักฐานในระบบ e-GP ตามวันเวลาเสนอราคาที่ รฟท. กำหนดอย่างถูกต้อง
ในการส่งมอบพัสดุ ผู้ชนะการประกวดราคาจะต้องดำเนินการส่งมอบรถโบกี้บรรทุกตู้สินค้า (บทต.) ทั้งหมด 946 คัน บนราง ณ ย่านสถานีใกล้เคียงกับโรงงานของผู้ยื่นข้อเสนอที่ รฟท. จัดเตรียมไว้ให้ โดยมีกำหนดส่งมอบแล้วเสร็จภายใน 2,005 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญาซื้อขาย โดยแบ่งออกเป็น 5 งวด ดังนี้
งวดที่ 1 ส่งมอบรถ บทต. จำนวน 154 คัน ภายใน 555 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
งวดที่ 2 ส่งมอบรถ บทต. จำนวน 165 คัน ภายใน 910 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
งวดที่ 3 ส่งมอบรถ บทต. จำนวน 198 คัน ภายใน 1,275 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
งวดที่ 4 ส่งมอบรถ บทต. จำนวน 264 คัน ภายใน 1,640 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
งวดที่ 5 ส่งมอบรถ บทต. จำนวน 165 คัน ภายใน 2,005 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
หมายเหตุ คู่สัญญาต้องส่งแผนการทำงานให้ รฟท. ภายใน 45 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา

@ใช้ Price-Performance/ฮั้วประมูล-ทุจริต ตัดชื่อและให้เป็นผู้ทิ้งงาน
ขณะที่การพิจารณาผู้ชนะโครงการ รฟท.จะพิจารณาตัดสินหาผู้ชนะโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น (Price-Performance) โดยกำหนดน้ำหนักคะแนนรวมเท่ากับร้อยละ 100 ซึ่งจำแนกออกเป็นปัจจัยและคะแนนย่อยอย่างละเอียดดังนี้
1. ปัจจัยและสัดส่วนน้ำหนักคะแนน (รวมร้อยละ 100) แบ่งเป็นราคาที่ยื่นข้อเสนอ 40% ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่นๆ 30% มาตรฐานของสินค้าหรือบริการ 20% และพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน 10%
2. เกณฑ์การให้คะแนนย่อยทางด้านเทคนิคและการส่งเสริมพัสดุในประเทศ เกณฑ์มาตรฐานของสินค้าหรือบริการ (เทคโนโลยีของแคร่รถ บทต. รวม 20 คะแนน) แคร่แบบ Standard Three piece with Steering pad 10 คะแนน แคร่แบบ Standard Three piece with Self steering ได้รับ 20 คะแนน เกณฑ์พัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน ชิ้นส่วนในประเทศเพิ่มเติมนอกเหนือจากโครงประธาน รวม 10 คะแนน ประกอบด้วย 1.ชุดระยางห้ามล้อในแคร่ (Brake rigging system in bogie) 2 คะแนน 2. สปริงแคร่ (Bogie Springs) 3 คะแนน และ Side Frame หรือ Bolster 5 คะแนน
3.กฎเกณฑ์สำคัญและสิทธิการสงวนสิทธิ์ของ รฟท. การตัดสิทธิจากการตรวจพบทุจริตและการสมยอมราคา คณะกรรมการจะตรวจสอบความเกี่ยวโยง ผลประโยชน์ร่วมกัน และการกีดกันการแข่งขันทางการค้าอย่างเป็นธรรม หากตรวจสอบพบการทุจริตหรือใช้เอกสารเท็จ รฟท. จะตัดรายชื่อออกทันที และพิจารณาลงโทษเป็นผู้ทิ้งงาน
กรณีที่ รฟท. สงวนสิทธิ์ไม่พิจารณาผ่อนผันและจะปัดตกทันที
1.ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาผ่านระบบ e-GP
2.เสนอรายละเอียดด้านเทคนิคหรือเงื่อนไขต่างไปจากเอกสารประกวดราคาในส่วนที่เป็นสาระสำคัญ หรือทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบต่อผู้เสนอราคารายอื่น
3.ไม่ชำระค่าเอกสารประกวดราคา หรือชำระไม่ครบถ้วน หรือชำระนอกเหนือจากวันเวลาที่กำหนด
4.ไม่ส่งหลักฐานการชำระเงินตามช่องทางหรือวันเวลาที่ระบบและ รฟท. กำหนด
ข้อสงวนสิทธิ์ทั่วไป รฟท. ทรงสิทธิ์ที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคาที่เสนอทั้งหมดก็ได้ โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของทางราชการ และอาจตัดสินใจยกเลิกการประกวดราคาโดยที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่สามารถเรียกร้องค่าเสียหายหรือค่าใช้จ่ายใดๆ ได้
ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำมากจนอาจส่อแววไม่สามารถทำงานตามสัญญาได้ รฟท. มีสิทธิ์เรียกให้ผู้ยื่นเข้าชี้แจงและแสดงหลักฐาน หากคำชี้แจงไม่น่าเชื่อถือ รฟท. มีสิทธิ์ไม่รับราคานั้น
ก่อนลงนามในสัญญา รฟท. สามารถยกเลิกประกาศประกวดราคาได้ทันที หากตรวจพบว่าผู้ชนะหรือผู้เข้ารอบมีผลประโยชน์ทับซ้อน สมยอมราคา หรือกระทำการใดๆ ที่ส่อไปในทางทุจริต

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา