
เปิดหนังสือ 'ยศชนัน' รมว.อว. ติง ตั้ง 'ศูนย์ฝึกอมรม' พัฒนาทักษะติดตั้งโซลาร์ ชี้ แห่งละ 5 ล้าน 77 จังหวัด ใช้งบสูงเกินความจำเป็น แนะ ตั้ง 'ศูนย์ฝึกอบรมประจำภูมิภาค' 3-4 จว.ใช้ร่วมกันแทน
สืบเนื่องจากมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 เห็นชอบ โครงการภายใต้กรอบการดำเนินงานตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 เพื่อดำเนินการโครงการและมาตรการด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงาน จำนวน 4 โครงการ วงเงินรวมประมาณ 7.2 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วย 1. โครงการโซลาร์ภาคประชาชน 50,000 ล้านบาท 2. โครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ 10,785 ล้านบาท 3. การพัฒนาระบบสมาร์ทมิเตอร์ วงเงิน 10,811 ล้านบาท และ 4. การพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานเพื่อรองรับการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ วงเงิน 972.213 ล้านบาท
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า ในส่วนของโครงการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานเพื่อรองรับการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ วงเงิน 972,213,300 บาท ของกระทรวงแรงงาน โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมได้มีความเห็นและข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ดังนี้
1. ควรทบทวนความเหมาะสมและคุ้มค่าของงบประมาณในการจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรม เห็นควรให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานพิจารณาทบทวนความจำเป็นและงบประมาณการจัดหาครุภัณฑ์ฝึกอบรม ซึ่งกำหนดไว้จังหวัดละ 5 ล้านบาท (รวม 77 จังหวัด) เนื่องจากอาจสูงเกินความจำเป็น โดยควรศึกษาแนวทางการจัดตั้งเป็น “ศูนย์ฝึกอบรมประจำภูมิภาค” (ใช้ประโยชน์ร่วมกัน 3 - 4 จังหวัด) หรือใช้ศูนย์ฝึกร่วมระดับพื้นที่แทนการจัดตั้งใหม่ทุกจังหวัด เพื่อลดความซ้ำซ้อนในการลงทุนทั้งด้านอาคารสถานที่ ครุภัณฑ์ บุคลากรประจำและค่าบริหารจัดการ
2. การกำหนดผลสัมฤทธิ์และความคุ้มค่า ควรพิจารณาต้นทุนต่อหน่วยและความพร้อมของผู้เข้าร่วม พร้อมกำหนดเป้าหมายเชิงปริมาณด้านการจ้างงาน การสร้างรายได้ และการนำทักษะไปประกอบอาชีพจริงภายหลังการฝึกอบรม
3. ควรให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรและโครงสร้างพื้นฐานเดิมให้เกิดประโยชน์สูงสุดก่อนพิจารณาการลงทุนใหม่ทั้งหมด เห็นควรบูรณาการความร่วมมือและสำรวจความพร้อมของหน่วยงานภาครัฐเอกชน และสถาบันการศึกษาที่มีภารกิจจัดฝึกอบรมในสาขาดังกล่าวอยู่แล้ว เช่น การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) การไฟฟ้านครหลวง (MEA) สถาบันอาชีวศึกษา หรือสถาบันที่มีศูนย์ทดสอบฝีมือแรงงาน เพื่อใช้สถานที่ เครื่องมือและห้องปฏิบัติการร่วมกัน ซึ่งจะช่วยลดภาระงบประมาณและเร่งรัดการดำเนินงานให้เกิดผลสัมฤทธิ์โดยเร็ว
โดย อว. มีข้อเสนอโครงการพัฒนาช่างโซลาร์สำหรับกลุ่มทักษะระดับ Applied-Advanced Operational Skills (Level 3-Level 4) ผ่านเครือข่ายมหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลทั่วประเทศ ควบคู่กับการยกระดับศูนย์ฝึกอบรม เพื่อใช้ทรัพยากรร่วมกันอย่างคุ้มค่า
4. ควรกำหนดหลักเกณฑ์ มาตรฐาน และคุณลักษณะเฉพาะของโครงการให้ชัดเจน เพื่อให้การดำเนินงานสอดคล้องกับความจำเป็นที่แท้จริงและความปลอดภัย เห็นควรกำหนดเกณฑ์ในมิติต่าง ๆ ดังนี้
4.1 การจัดตั้งศูนย์ : พิจารณาจากจำนวนผู้เข้าอบรมเป้าหมายต่อปี ความต้องการกำลังคนในพื้นที่ความเชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรม และอัตราการใช้ประโยชน์ศูนย์ในระยะยาว
4.2 หลักสูตรและมาตรฐาน : กำหนดขอบเขตหลักสูตรให้อ้างอิงมาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้ามาตรฐานวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ (วสท.) ข้อกำหนดการเชื่อมต่อระบบโครงข่ายไฟฟ้า ข้อกำหนดด้านความปลอดภัย และมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ
4.3 ครุภัณฑ์ : กำหนดคุณลักษณะเฉพาะให้อ้างอิงมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ที่มีผลใช้บังคับ โดยเฉพาะอุปกรณ์ระบบโซลาร์เซลล์ต้องผ่าน มอก. บังคับใหม่
4.4 วิทยากรและผู้รับจ้าง : วิทยากรต้องถือใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรม (กว.) หรือผ่านการรับรองจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (สาขาช่างติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์) และมีประสบการณ์การติดตั้งจริงไม่น้อยกว่า 3 - 5 ปี หรือเป็นสถาบันการศึกษาที่มีศูนย์ทดสอบฝีมือแรงงานด้านพลังงานที่มีความแม่นยำ
5. ควรทบทวนงบประมาณด้านการออกแบบและพัฒนาหลักสูตรให้เหมาะสม ควรเปรียบเทียบหลักสูตรเดิมที่มีในปัจจุบันกับหลักสูตรที่จะพัฒนาเพิ่มเติม (เช่น การเน้นอบรมการติดตั้ง Solar Roof แบบมีและไม่มีระบบแบตเตอรี่) พร้อมจำแนกรายละเอียดค่าใช้จ่ายในการพัฒนาหลักสูตรให้ชัดเจนและโปร่งใส เช่น ค่าออกแบบ ค่าจ้างผู้เชี่ยวชาญ ค่าจัดทำสื่อ ค่าทดสอบสมรรถนะ ค่ารับรองหลักสูตร และค่าบริหารจัดการเพื่อให้สามารถตรวจสอบความเหมาะสมกับผลลัพธ์ที่คาดหวัง และไม่ตั้งงบประมาณสูงเกินสมควร
6. ควรส่งเสริมรูปแบบการเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning) และหน่วยฝึกเคลื่อนที่ควรพัฒนาเนื้อหาภาคทฤษฎีหรือองค์ความรู้พื้นฐานเป็นสื่อกลางในระบบการเรียนรู้ออนไลน์ร่วมกัน ขณะที่ภาคปฏิบัติควรมุ่งเน้นเฉพาะทักษะที่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือหรือสถานที่เฉพาะทาง โดยสามารถนำหน่วยฝึกเคลื่อนที่ (Mobile Training Unit) หรือศูนย์ฝึกร่วมระดับพื้นที่มาประยุกต์ใช้ เพื่อกระจายการฝึกอบรมอย่างทั่วถึงและลดต้นทุนการจัดอบรมซ้ำซ้อนในหลายพื้นที่
7. ควรกำหนดตัวชี้วัดความคุ้มค่าและเกณฑ์การประเมินสมรรถนะอย่างเป็นรูปธรรมควรกำหนดตัวชี้วัดเชิงงบประมาณและผลสัมฤทธิ์อย่างชัดเจน เช่น ต้นทุนต่อผู้เข้าอบรม/ผู้ผ่านการรับรองอัตราการมีงานทำหรือการนำทักษะไปใช้จริง และอัตราการใช้ประโยชน์ของศูนย์ พร้อมทั้งจัดให้มีเกณฑ์การประเมินสมรรถนะผู้ผ่านการฝึกอบรม (Skill Assessment) ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติอย่างเป็นระบบก่อนมอบใบประกาศนียบัตร เพื่อให้มั่นใจว่าแรงงานสามารถปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องและปลอดภัยตามมาตรฐาน
8. ควรพิจารณาดำเนินการในลักษณะนำร่องก่อนขยายผล ควรทดลองดำเนินงานในพื้นที่นำร่องเพื่อทดสอบความต้องการกำลังคนจริง ประสิทธิภาพของหลักสูตร และอัตราการใช้ประโยชน์ของศูนย์ฝึกอบรมเมื่อผลการดำเนินงานบรรลุผลสัมฤทธิ์ตามเป้าหมาย จึงพิจารณาขยายการลงทุนในระยะต่อไป ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากการใช้งบประมาณจำนวนมากในระยะแรก
9. ควรมีการเปรียบเทียบทางเลือกเชิงนโยบายและงบประมาณ ควรเปรียบเทียบทางเลือกระหว่าง “การจัดตั้งศูนย์ใหม่ทุกจังหวัด” “การใช้ศูนย์ร่วมระดับภูมิภาค” และ “การใช้เครือข่ายสถาบันเดิมร่วมกับหน่วยฝึกเคลื่อนที่” เพื่อเสนอเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจของครม.บนพื้นฐานของความคุ้มค่าประสิทธิภาพสูงสุด และประสานให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน รับไปดำเนินการต่อไป
10. การกำหนดเป้าหมายและระดับทักษะ ควรชี้แจงที่มาของเป้าหมายผู้เข้ารับการฝึกอบรม 32,000 คน ให้สอดคล้องกับความต้องการกำลังคนที่แท้จริง พร้อมกำหนดสมรรถนะเป้าหมายของแต่ละระดับทักษะให้ชัดเจน


Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา