
สภากทม.อนุมัติเงินสะสม 1,139 ล้านบาท เพื่อเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพฯ กมธ.ตั้งข้อสังเกต 2 ประการ ให้จ่ายตามราคาตลาด และหลักเกณฑ์เยียวยาต้องโปร่งใสและชัดเจน
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร (สภากทม.) สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สี่ (ครั้งที่ 4) ประจำปี พ.ศ. 2569 ณ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง โดยมีนางสาวภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ประธานสภากทม. เป็นประธานการประชุม ที่ประชุมมีมติเห็นชอบร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงิน 1,139,273,100 บาท โดยจ่ายจากเงินสะสมจ่ายขาดของกรุงเทพมหานคร เพื่อเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
นายฉัตรชัย หมอดี สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตบางนา ในฐานะประธานคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบัญญัติฯ รายงานต่อที่ประชุมว่า คณะกรรมการวิสามัญฯ ได้พิจารณาละเอียดของงบประมาณรายจ่ายโดยรับฟังความจำเป็นของหน่วยงานอย่างรอบคอบ พร้อมทั้งมีมติปรับแก้ไขชื่อโครงการเป็น “โครงการสงเคราะห์ผู้ประสบสาธารณภัย (อุทกภัย) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร” ทั้งนี้ การปรับแก้ไขชื่อโครงการดังกล่าว เพื่อระบุวัตถุประสงค์การใช้จ่ายงบประมาณให้ชัดเจนและตรงกับหลักการที่สภาฯ อนุมัติ โดยให้นำวงเงิน 1,139 ล้านบาท (ซึ่งคำนวณจากข้อมูลประเมินความเสียหายเบื้องต้นผ่านแอปพลิเคชัน เคลมบางกอก และ ทางรัฐ) ไปใช้ในการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมเมื่อช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมาโดยเฉพาะ ป้องกันไม่ให้นำงบประมาณไปใช้จ่ายในส่วนอื่นที่นอกเหนือจากวัตถุประสงค์หลัก
นอกจากนี้ คณะกรรมการวิสามัญฯ ได้ให้ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ ดังนี้
1. รายการประเมินค่าวัสดุที่เสียหาย ราคาต่อหน่วย (อ้างอิงราคาจากกระทรวงพาณิชยกรุงเทพมหานครและตามหลักเกณฑ์ของกรมบัญชีกลาง) กรุงเทพมหานครควรจ่ายค่าวัสดุที่ได้รับความเสียหายตามราคาตลาดปัจจุบัน
2. หลักเกณฑ์ในการจ่ายเงินเยียวยา ควรกำหนดหลักเกณฑ์การจ่ายเงินให้มีความชัดเจน โปร่งใส และเร่งประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชนในพื้นที่
นายนภาพล จีระกุล ส.ก.เขตบางกอกน้อย ตั้งคำถามถึงการเปลี่ยนแปลงชื่อโครงการ โดยระบุว่า การขอใช้เงินสะสมนั้นต้องมีแบบแผนการใช้เงินที่ชัดเจน โดยลักษณะการของบประมาณในวาระแรกเหมือนเป็นการนำเงินมากองไว้แล้วจ่ายทีหลังเพราะมีการใช้คำว่า “และเฉพาะหน้า” ซึ่งการเปลี่ยนชื่อโครงการจะทำให้บริบทแตกต่างกัน
นายฉัตรชัย ชี้แจงว่า ในการประชุมของคณะกรรมการวิสามัญฯ ได้มีกรรมการตั้งข้อสังเกตคำว่า “การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า” โดยเกรงว่าหากเกิดเหตุในลักษณะนี้ภายหลังอนุมัติเงิน จะนำเงินไปใช้จ่ายในส่วนอื่นซึ่งผิดหลักการในการตั้งของบประมาณเพื่อนำเงินไปเยียวยาผู้ประสพอุทกภัยตามหลักการที่สภาเห็นชอบ
นางสาวทวิกา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชี้แจงเพิ่มเติมว่า ชื่อเดิมคือโครงการสงเคราะห์ผู้ประสบภัยและปัญหาเฉพาะหน้า (อุกกภัย) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ในการประชุมกรรมการท้วงติงว่า วงเงิน 1,139,273,100 บาท เป็นการคำนวณจากความเสียหายเบื้องต้นจากแอปพลิเคชันเคลมบางกอกและทางรัฐ โดยมีการคำนวนค่าใช้จ่ายแล้ว ดังนั้นเงินจำนวนนี้ควรใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการช่วยผู้ประสบอุทกภัยครั้งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้เท่านั้น จึงขอให้ตัดคำว่า “ปัญหาเฉพาะหน้า” ออก หากมีเงินคงเหลือหรือไม่พอให้ฝ่ายบริหารตั้งงบประมาณเสนอสภาใหม่อีกครั้ง
ด้านนายวิรัตน์ มีนชัยนันท์ ส.ก.เขตมีนบุรี ชี้แจงเพิ่มเติมว่า ตนเป็นกรรมการที่ตั้งข้อสังเกตเรื่องดังกล่าว เพราะการใช้ชื่อแรกจะขัดกับหลักการและเหตุผลในวาระแรกที่สภาอนุมัติ โดยวัตถุประสงค์ที่ฝ่ายบริหารเสนอเพื่อนำเงินไปเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในเดือนกันยายนที่ผ่านมา และมีการคำนวณค่าใช้จ่ายไว้แล้ว
ที่ประชุมสภากรุงเทพมหานครจึงมีมติเห็นชอบให้ประกาศใช้เป็นข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เพื่อให้ฝ่ายบริหารเร่งดำเนินการช่วยเหลือและจ่ายเงินเยียวยาบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชนโดยเร็วต่อไป

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา