
ประเด็น “ปิดไมค์พูด” ของแม่ทัพภาคที่ 4 ต้องบอกว่า “ร้อนระอุทั้งชายแดนใต้!” โดยเฉพาะที่แม่ทัพหล่นคำว่า “ถ้าผมทำ...ไม่ปล่อยให้รอด” (มีคลิป)
อ่านประกอบ : เจาะ 4 ประเด็นทัวร์ลง “แม่ทัพ 4” แถลงคดียิง สส. สุดร้อน!
วิจารณ์กันให้แซ่ดว่า พูดแบบนี้แปลว่าอะไร เพราะหลายคนคิดไปไกลว่าที่ผ่านมามี “ทีมทำงาน” ลักษณะนี้จริงๆ หรือ
ในมุมของฝ่ายความมั่นคง และนายทหารที่ใกล้ชิดกับแม่ทัพภาคที่ 4 อธิบายว่า เจตนาของ พลโท นรธิป โพยนอก คือต้องการยืนยัน “ความเป็นมืออาชีพ” และ “ความบริสุทธิ์ใจในแบบฉบับทหาร” ว่าหากเป็นปฏิบัติการของรัฐจริง ผลลัพธ์ต้อง “เด็ดขาด” กว่านี้ เพื่อโต้ข้อหาการจัดฉาก หรือการทำงานที่ผิดพลาด
สรุปก็คือการยืนยันว่า คนของรัฐ หรือหน่วยงานความมั่นคงทุกหน่วย ไม่เกี่ยวข้องแน่นอน เรื่องนี้เป็น “เรื่องส่วนบุคคล”
อย่างไรก็ดี การพูดแบบนี้ ในพื้นที่ที่มีความเปราะบางด้านสิทธิมนุษยชน เปรียบเสมือนการ “ราดน้ำมันเข้ากองเพลิง”
ดร.วิสุทธิ์ บิลล่าเต๊ะ ที่ปรึกษาสมาพันธ์คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด 15 จังหวัดภาคใต้ วิพากษ์อย่างตรงไปตรงมาว่า บุคคลระดับผู้บัญชาการที่มีหน้าที่รักษาความสงบสุข ไม่ควรมีความคิดหรือหลุดคำพูดที่แสดงถึงความรุนแรง แม้จะเป็นการเปรียบเทียบก็ตาม เพราะเป็นการซ้ำเติมบรรยากาศความหวาดระแวง
ขณะที่บุคลากรจากภาควิชาการอย่าง นางสาวอลิสา หะซะเมาะ จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี โพสต์คำถามสั้นๆ แต่ถูกแชร์ไปอย่างกว้างขวาง ว่า “มันพูดแบบนี้ได้หรือ…”
นางสาวงามศุกร์ รัตนเสถียร จากสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา กล่าวว่า เหตุใดเรื่องการ “เอาชีวิตคน” ถึงถูกนำมาพูดในที่สาธารณะได้อย่างปกติธรรมดาเช่นนี้
หลังจากนี้ต้องจับตาดูว่า แม่ทัพภาคที่ 4 จะออกมาชี้แจงหรือไม่ อย่างไร หรือจะปล่อยให้เรื่องเงียบหายไป แต่คนในพื้นที่ไม่ยอมลืม!
