
จ่อหมายจับ 3 ผู้ต้องสงสัยวางระเบิดปั๊มน้ำมัน ปตท.ดุซงญอ นราธิวาส หลังตรวจเจอดีเอ็นเอโผล่ในที่เกิดเหตุ พบประวัติมีหมายจับคดีความมั่นคงเพียบ ทั้งยิง ทั้งบึ้ม ทั้งโจมตีฐานเจ้าหน้าที่ สูงสุดถึง 8 คดีอุกฉกรรจ์ อีกด้าน 6 สถาบันการเงินขานรับมาตรการพักชำระหนี้ช่วยผู้ประกอบการ 11 ปั๊ม เลขาฯ ศอ.บต. ชงเยียวยาครอบคลุมแรงงาน ลูกจ้างปั๊ม ร้านค้า
ความคืบหน้าเหตุการณ์กลุ่มคนร้ายแต่งกายชุดดำ พร้อมอาวุธปืนครบมือ ก่อเหตุลอบวางระเบิดสถานีบริการน้ำมัน ปตท. จำนวน 5 แห่งในพื้นที่ 5 อำเภอของ จ.นราธิวาส เมื่อคืนวันที่ 11 ม.ค.69 ส่งผลให้ปั๊มน้ำมัน ร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่น และร้านกาแฟอเมซอน ได้รับความเสียหาย เช่นเดียวกับปั๊มน้ำมันอีก 6 แห่งใน จ.ยะลา และปัตตานี ในช่วงเวลาใกล้เคียงกันนั้น
ล่าสุดจากการเก็บรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ รวมทั้งคราบรอยนิ้วมือแฝง และดีเอ็นเอ ที่ติดอยู่ที่บริเวณปั๊มหัวจ่ายที่ยังหลงเหลือ โดยเฉพาะที่วัตถุพยานซึ่งเป็นเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่อง รวมทั้งรีโมทคอนโทรล โดยนำไปตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ และนำไปเปรียบเทียบกับประวัติบุคคลที่เคยก่อเหตุในทำเนียบคดีความมั่นคงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส ได้ทยอยตรวจสอบแล้วเสร็จ พบว่า กลุ่มคนร้ายที่ลอบวางระเบิดสถานีบริการน้ำมัน ปตท.ของ บริษัทจำกัด ฟิตรี ออยล์ ซึ่งตั้งอยู่บ้านดุซงญอ หมู่ 1 ต.ดุซงญอ อ.จะแนะ มีความเชื่อมโยงกับคนร้ายที่มีประวัติในคดีความมั่นคง จำนวน 3 คน คือ
1. นายบุรฮานุดีน สะมะแอ อายุ 44 ปี ภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ ต.เกาะเปาะ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี โดยตรวจพบดีเอ็นเอที่กล่องวงจรระเบิด พบมีหมายจับค้างเก่า 2 คดี หนึ่งในนั้นมีคดีโจมตีฐาน ชคต. (ชุดคุ้มครองตำบล) ปะกาฮารัง อ.เมือง จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 23 ก.ค.62
2. นายฮาฟิซ บือซา อายุ 28 ปี ภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ ต.จะแนะ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส ตรวจพบดีเอ็นเอที่กล่องวงจรระเบิด ตรวจสอบประวัติยังไม่พบว่ามีหมายจับ แต่พบว่าเคยตกเป็นผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับเหตุลอบยิงทหารพราน กองร้อยทหารพรานที่ 1114 (ร้อย ทพ.1114) ทำให้มีกำลังพลเสียชีวิต 6 นาย ในพื้นที่ ต.ผดุงมาตร อ.จะแนะ เมื่อวันที่ 27 เม.ย.60
ทั้งยังเคยตกเป็นผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับเหตุยิงปะทะกับเจ้าหน้าที่ ในพื้นที่หมู่บ้านตือกอ หมู่ 7 ต.จะแนะ อ.จะแนะ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 18 ม.ค.62 มีผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิต 2 คน แต่ นายฮาฟิซ ซึ่งเจ้าหน้าที่เชื่อว่าอยู่ในที่เกิดเหตุด้วย สามารถหลบหนีไปได้
3. นายซิ มะแซ อายุ 44 ปี ภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ ต.ลาโละ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบดีเอ็นเอที่บริเวณแบตเตอรี่หุ้มด้วยพลาสติกสีน้ำเงินที่ต่อกับหลอดไฟของระเบิดแสวงเครื่อง ตรวจสอบพบประวัติมีหมายจับค้างเก่า 8 คดี ประกอบด้วย
- คดีวางระเบิดเสาไฟฟ้า อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี (11 ส.ค.61)
- คดีที่เกี่ยวข้องกับวัตถุระเบิดที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงตรวจยึดได้ ในพื้นที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส (21 มิ.ย.61)
- คดีลอบวางระเบิดระเบิดเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส (18 ต.ค.61)
- คดีลอบวางระเบิดเสาไฟฟ้า 4 จุด ในพื้นที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส (7 เม.ย.60)
- เป็นผู้ต้องสงสัยหลบหนีการปะทะบนเทือกเขาอูยิ หมู่ 5 ต.ลาโละ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส (2 มี.ค.62)
- ร่วมก่อเหตุโจมตีฐาน ชคต.บางปู อ.เมือง จ.ปัตตานี (9 ต.ค.67)
- ร่วมก่อเหตุลอบวางระเบิดหลายจุดในพื้นที่ จ.กระบี่ พังงา และภูเก็ต (23-24 มิ.ย.68)
- ร่วมก่อเหตุบุกปล้นร้านทองเยาวราชกรุงเทพฯ ซึ่งอยู่ในห้างบิ๊กซี สาขาสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส (5 ต.ค.68)
สำหรับบุคคลทั้ง 3 รายนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ในระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อเสนอต่อศาลจังหวัดนราธิวาส ขออนุมัติออกหมายจับต่อไป
@@ 6 แบงก์จับมือพักหนี้ “เงินต้น - ดอกเบี้ย” 11 ปั๊มเหยื่อบึ้ม

ด้านการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประกอบการปั๊มน้ำมันที่ถูกระเบิด และเพลิงเผา นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับผู้แทนสถาบันการเงิน 6 แห่ง ที่สำนักงาน ศอ.บต. อำเภอเมือง จ.ยะลา
ประกอบด้วย ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (iBank), ธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารออมสิน, ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME Bank) และธนาคารกสิกรไทย พร้อมผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมัน ปตท. 11 แห่ง เพื่อกำหนดแนวทางช่วยเหลือหลังได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ลอบวางเพลิงและวางระเบิดเมื่อวันที่ 11 ม.ค. ที่ผ่านมา
ในที่ประชุมได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่า ทุกธนาคารยืนยันพร้อมดำเนินการมาตรการ “พักชำระหนี้” ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นระยะเวลาตั้งแต่ 6 -12 เดือน ตามศักยภาพและเงื่อนไขสัญญาเงินกู้ของแต่ละราย เพื่อประคองให้ธุรกิจสามารถกลับมายืนระยะได้อีกครั้ง
@@ “เลขาฯบอย” ลุยเติมเยียวยาลูกจ้างปั๊ม - ร้านสะดวกซื้อ

เลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่า นอกเหนือจากมาตรการพักหนี้ ซึ่งเป็นมาตรการจากสถาบันการเงินแล้ว ศอ.บต.ยังเตรียมขยายผลการช่วยเหลือไปยังผู้ประกอบการรายย่อย ร้านค้า และแรงงานภายในปั๊มน้ำมันที่ได้รับผลกระทบด้วย
“นายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการเร่งด่วนให้ ศอ.บต. เสนอมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมสำหรับลูกจ้างทั้งรายวันและรายปี ขณะนี้ได้ทำเรื่องถึงเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และประสานงานร่วมกับสำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง และสภาพัฒน์ เพื่อพิจารณางบประมาณเยียวยาให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม ตั้งแต่รายย่อยไปจนถึงรายใหญ่” นายปิยะศิริ ย้ำ
ด้าน นางสาวนัจมี เงาะ ผู้ประกอบการปั๊ม ปตท. สาขาเจาะไอร้อง จ.นราธิวาส กล่าวว่า มาตรการพักชำระหนี้สามารถช่วยบรรเทาภาระในห้วงที่ธุรกิจหยุดชะงักได้มาก แต่เนื่องจากสถานีบริการน้ำมันส่วนใหญ่ไม่มีประกันภัย ผู้ประกอบการจึงยังคงมีความหวังต่อเงินเยียวยาจากภาครัฐที่จะนำมาใช้เป็นทุนรอนในการซ่อมแซมความเสียหายเพื่อกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง
