
หลังจากที่ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานคณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ เสนอ “ยุบ กอ.รมน.” เนื่องจากในแต่ละปีได้รับงบประมาณมากมาย แต่กลับไม่มีผลงานโดดเด่นอะไร ทั้งยังมีภารกิจงานก็ซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่นที่ทำอยู่แล้ว
ที่สำคัญมีการพูดเชิงประชดถึงผลงานเด่นที่สุดในรอบไม่กี่เดือนที่ผ่านมา คือ กรณียิง สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ซึ่งมีทหารเรือในสังกัด กอ.รมน.นราธิวาส เกี่ยวข้อง และทีมสังหารยังใช้รถยนต์ของ กอ.รมน.นราธิวาสในการก่อเหตุ ส่วนปืนที่ใช้ยิงก็เป็นปืนของทางราชการที่อ้างว่านำไปทำลายทิ้งหลายปีแล้ว แต่กลับตกอยู่ในมือของทีมปฏิบัติการลอบยิง สส. ซึ่งแกนหลักสำคัญล้วนเป็นอดีตนายทหาร
หลังจากการออกมาแสดงทัศนะของอาจารย์วันนอร์ ซึ่งเป็นการพูดในที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ซึ่งอาจารย์วันนอร์เป็นกรรมาธิการอยู่ด้วย ก็มีกระแสวิจารณ์ทั้งบวกและลบตามมาทันที
บ้างก็สนับสนุนให้รีบๆ ยุบหน่วยงานนี้ไปโดยเร็ว บ้างก็เสนอให้ปฏิรูปโครงใหม่เพื่อรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ แต่ฝ่ายการเมืองที่มีอำนาจบริหารอยู่ในปัจจุบัน อย่างหัวหน้ารัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล กลับปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง และมองว่าเป็นองค์กรที่อยู่คู่ชาติไทยมานานหลายสิบปี
@@ เลขาฯกอ.รมน. แจงปมกำลังพลผี - อ้างงบลดต่อเนื่อง

เช่นเดียวกับกองทัพบก ซึ่งเป็นกำลังหลักในโครงสร้าง กอ.รมน. ก็ออกมายืนยันความจำเป็นที่ต้องมี กอ.รมน.ต่อไป โดยเปรียบเปรยตามเทรนด์ของฟุตบอลโลก คือยก กอ.รมน.เหมือน “กองกลางของทีมฟุตบอล” ทำหน้าที่ลำเลียงบอลและตัดเกม ซึ่งก็คือการเป็นแกนกลางบูรณาการหน่วยงานด้านความมั่นคงทั้งหมดนั่นเอง
ผู้ที่ออกมาชี้แจงในมุมนี้ พร้อมแยกแยะแบบ “รายประเด็น” คือ พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ซึ่งสวมหมวกอีกใบ คือ เลขาธิการ กอ.รมน. นั่นเอง
1.ภารกิจซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น
เสธ.ทบ. / เลขาธิการ กอ.รมน. อธิบายว่าไม่ได้ซ้ำซ้อน แต่ กอ.รมน.เป็นหน่วยงานที่คอยเชื่อมรอยต่อระหว่างตำรวจ ทหาร และพลเรือน โดยเน้นย้ำถึงบทบาทการทำงานด้านความมั่นคง
2.ปัญหา “ทหารผี” หรือ “กำลังพลผี” คือมีแต่ชื่อลงไปปฏิบัติงานเพื่อรับค่าตอบแทน เบี้ยเลี้ยง วันทวีคูณ แต่ไม่มีตัวไปทำจริงๆ
เสธ.ทบ. / เลขาธิการ กอ.รมน. ย้ำว่า ไม่มีการทุจริตซ้ำซ้อน และได้ส่งหน่วยงานอย่างจเรทหารบกไปตรวจสอบแล้ว
3.เป็นหน่วยงานที่ได้รับจัดสรรงบประมาณจำนวนมาก
เสธ.ทบ. / เลขาธิการ กอ.รมน. อธิบายว่า ตัวเลขงบประมาณของ กอ.รมน. มีแนวโน้มปรับลดลงต่อเนื่องทุกปี โดยปีงบประมาณ 2570 มีการเสนอของบประมาณอยู่ที่ 5,737 ล้านบาท
@@ “ทวี” ชำแหละไส้ใน ซุกงบ “รายจ่ายอื่น” 92% - ไร้รายละเอียด

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการชี้แจงรายประเด็นแบบนี้ แต่หลายคนก็ยังข้องใจ โดยเฉพาะเรื่อง “ไส้ใน” ของงบประมาณ เพราะจะพิจารณาเฉพาะตัวเลขรวมของงบไม่ได้
หนึ่งในผู้ที่ออกมาตั้งคำถามประเด็นนี้ คือ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ที่ยกตัวเลขจริงขึ้นมาตั้งคำถาม
- งบประมาณประจำปี พ.ศ. 2570 ของ กอ.รมน. วงเงินรวม 5,737,390,300 บาท (5.7 พันล้านบาทเศษ) แต่เม็ดเงินกลับไปซุกซ่อนใน “งบรายจ่ายอื่น” สูงถึง 5,314,268,700 บาท (5.3 พันล้านบาท) คิดเป็นร้อยละ 92.6 ของงบทั้งหมด
พ.ต.อ.ทวี ชี้ว่า นี่คือหลักฐานเชิงประจักษ์ของวิกฤตธรรมาภิบาลภาครัฐ
@@ ใช้เงินนำหน้า - วานคนอื่นทำงานคนอื่น

- กอ.รมน.ตั้งงบเงินเดือนไว้เพียง 44,337,800 บาท (44 ล้านบาทเศษ) ชี้ชัดว่าหน่วยงานนี้มีเจ้าหน้าที่ประจำของตนเองน้อยมาก เพียงประมาณ 200 คน แต่อาศัยกลไกกฎหมายยืมกำลังพลข้ามห้วย เพื่อทำหน้าที่เป็นท่อกระจายเงินในลักษณะ “ใช้เงินนำหน้า วานคนอื่นทำงาน”
ด้วยเหตุนี้จึงพบว่ามี “งบรายจ่ายอื่น” อีก 685,500,000 บาท (685 ล้านบาทเศษ) ที่ระบุเป็นค่าตอบแทนพิเศษรายเดือนสำหรับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมเป็นงบบุคลากรภาครัฐทั้งหมด 766,333,400 บาท (766 ล้านบาทเศษ)

- พบความซ้ำซ้อนผ่านตัวเลขงบดับไฟใต้ ในแผนงานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งตั้งงบดำเนินงานไว้เพียงแค่ 49,782,200 บาท (49.7 ล้านบาท) แต่กลับมีงบรายจ่ายอื่นสูงถึง 4,305,465,600 บาท (4.3 พันล้านบาท)
คำถามของ พ.ต.อ.ทวี คือ “งบรายจ่ายอื่น” คืออะไร ประสิทธิภาพ ประสิทธิผลของการใช้จ่าย ประเมินจากตรงไหน เพราะไม่ได้แจกแจงรายละเอียดโครงการ ซ้ำยังไม่ใช่งบดำเนินงาน
@@ จี้รัฐกล้าหาญ เลิกหน่วยงาน “รัฐซ้อนรัฐ”
- งานที่ กอ.รมน.อ้างเป็นงานของตน และเสนอของบประมาณไปดำเนินการ ก็มีหน่วยงานหลักทำอยู่แล้ว เช่น งานด้านการศึกษา งานปราบปรามยาเสพติด เป็นต้น จึงถือเป็นการทำงานที่ซ้ำซ้อน สร้าง “รัฐซ้อนรัฐ” สิ้นเปลืองงบประมาณโดยใช่เหตุ และส่งผลกระทบต่อหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบงานนั้นๆ อยู่จริง
พ.ต.อ.ทวี สรุปว่า โครงสร้างที่บิดเบี้ยวและขาดการตรวจสอบเช่นนี้ เมื่อเกิดบาดแผลกรณีรถยนต์ของ กอ.รมน. และนายทหารสัญญาบัตร ช่วยงาน กอ.รมน ถูกกล่าวหาร่วมกันสังหาร สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ กับพวกที่นราธิวาส ยิ่งตอกย้ำว่า ถึงเวลาแล้วที่รัฐต้องกล้าหาญ ตรวจสอบหรือยุบเลิกหน่วยงานนี้ แล้วนำเงินงบประมาณมามอบให้หน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบอยู่แล้วได้ดำเนินงานของตน ซึ่งจะสามารถตรวจสอบประเมินผลได้ง่ายกว่า
นอกจากนั้น ยังเรียกร้องให้ร่วมกันทบทวนกฎหมายความมั่นคงเพื่อยุติบทบาทขององค์กรที่สร้างภาวะรัฐซ้อนรัฐ คืนความโปร่งใสและเสถียรภาพทางการคลังและหลักนิติธรรมให้กับพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง
@@ ซ่อน “งบลับพันล้าน” อำนาจนายกฯ - ผบ.ทบ.สั่งจ่าย
“ทีมข่าวอิศรา” ตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า จากข้อมูลในอดีต และข้อมูลปัจจุบันที่ พ.ต.อ.ทวี ได้มีการตรวจสอบมาอย่างต่อเนื่อง ปัญหางบประมาณของ กอ.รมน.ที่ปรากฏมาตลอดหลายปี แทบไม่ต่างกันเลย แม้จะมีการเรียกร้องให้ตรวจสอบ ปรับปรุง แต่ก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลง โดยปัญหาที่พบซ้ำๆ มีดังนี้
1.ตั้งงบไว้สูงลิ่ว แต่ไม่มีรายการและรายละเอียดโครงการที่ชัดเจน
2.งบกำลังพลสูงมาก ทั้งๆ ที่ไม่มีบุคลากรของตัวเอง
3.งบหลายโครงการ ตามแผนยุทธศาสตร์เกือบทุกแผน แม้จะตั้งไว้สูง แต่ไม่มีงบดำเนินการ กลายเป็น “งบรายจ่ายอื่น” ซึ่งไม่รู้ว่าคืออะไร
ในอดีต พ.ต.อ.ทวี เคยกล่าวเอาถึงความไม่โปร่งใส่ในการใช้งบประมาณของ กอ.รมน.ว่า กอ.รมน.นำงบประมาณแผ่นดินไปแปรสภาพเป็นงบลับสูงถึงปีละ 6,000 ล้านบาท งบประมาณจำนวนมหาศาลนี้ไม่ได้เขียนแสดงไว้ในเอกสารงบประมาณปกติที่เสนอเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร แต่ใช้วิธีนำไปซ่อนไว้ใน “งบรายจ่ายอื่น” เมื่อดูจากภายนอกจะไม่ทราบเลย ต้องให้ สตง.เข้าไปตรวจสอบเชิงลึกจึงจะปรากฏข้อเท็จจริงว่า เงินจำนวนนี้ถูกนำไปใช้เป็น “งบลับ”
พ.ต.อ.ทวี ยังเคยพูดเอาไว้หลายเวทีว่า งบลับพันล้านของ กอ.รมน. ซึ่งถูกแปรเป็น “งบลับ” ผู้ที่มีอำนาจใช้จ่ายเงินงบลับก้อนนี้จะมีเพียง 2 ตำแหน่งหลัก คือ นายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ.รมน. และ ผบ.ทบ. ในฐานะ รอง ผอ.รมน. เท่านั้น
