
ปิดล้อมบ้านต้องสงสัยย่านสะเตงนอก ใกล้มัรกัสยะลา หลังแกะรอยกลุ่มโยงบึ้มปั๊มน้ำมันดอดกบดาน เผยโดนเปิดฉากยิงใส่เจ้าหน้าที่ก่อน จนเกิดการปะทะยืดเยื้อตั้งแต่เช้ามืดยันสว่าง โฆษกทหารยันยึดหลักสิทธิมนุษยชน ปฏิบัติจากเบาไปหาหนัก
พ.อ.ยุทธนาม เพชรม่วง โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่จังหวัดยะลา ช่วงเช้ามืดของวันนี้ (20 ม.ค.69) ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับเหตุลอบวางระเบิดสถานีบริการน้ำมัน 2 จุดในพื้นที่ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 ม.ค.ที่ผ่านมา
โดยระบุว่า จากการรวบรวมพยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งในส่วนของหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ การข่าวของ กอ.รมน. และข้อมูลจากการแจ้งเบาะแสของประชาชนในพื้นที่ นำไปสู่การขยายผลทราบว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่คาดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดปั๊มน้ำมัน ได้เข้าไปอาศัยพักพิงอยู่ในบริเวณ บ้านเปาะยานิ ตำบลสะเตงนอก อำเภอเมือง จังหวัดยะลา
ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 00.20 น. ของวันนี้ (20 ม.ค.) หน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วมจังหวัดยะลา พร้อมด้วยหน่วยเฉพาะกิจยะลา กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา และกำลังร่วม 3 ฝ่าย ได้เข้าดำเนินการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่เป้าหมายดังกล่าว
โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. รายงานลำดับเหตุการณ์ว่า เจ้าหน้าที่ได้เริ่มดำเนินการตามขั้นตอนจากเบาไปหาหนัก โดยประสานผู้นำท้องที่และผู้นำท้องถิ่นเข้าร่วมพูดคุยเจรจา เพื่อให้บุคคลที่อยู่ภายในบ้านออกมาแสดงตัวและเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

การเจรจาดำเนินไปจนถึงเวลาประมาณ 03.50 น. ผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้านได้ใช้อาวุธปืน คาดว่าเป็นปืนยาวไม่ทราบชนิดและขนาด ยิงใส่กลุ่มเจ้าหน้าที่ เบื้องต้นไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ
ขณะนี้ (ช่วงเช้า) สถานการณ์ยังอยู่ระหว่างการปิดล้อมและเจรจา โดยเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายยังคงยึดถือหลักสิทธิมนุษยชนและมนุษยธรรมเป็นสำคัญ เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายให้ได้โดยไม่มีความสูญเสีย
นอกจากนี้ พ.อ.ยุทธนาม ยังได้เน้นย้ำถึงผลกระทบจากการก่อเหตุที่ผ่านมาว่า การระเบิดปั๊มน้ำมันซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชนที่กำลังฟื้นตัวจากอุทกภัย ทำให้ระบบเศรษฐกิจเสียหายและพี่น้องบางส่วนต้องตกงาน
พร้อมกันนี้ได้ฝากคำเตือนไปยังผู้ที่มีพฤติกรรมสนับสนุนผู้ก่อเหตุรุนแรงว่า การให้ที่พักพิงหรือสนับสนุนเสบียงอาหาร ถือเป็นความผิดร้ายแรง
