
ตำรวจนราธิวาส เปิดหมายจับ 19 ผู้ต้องหา “ทีมปล้นร้านทอง” ห้างบิ๊กซีสุไหงโก-ลก เผยขยายผลจากหลักฐานในที่เกิดเหตุ พร้อมผลตรวจดีเอ็นเอ พบเป็นหน้าใหม่ 11 ราย ส่วนอีก 8 มีประวัติก่อคดีความมั่นคงโชกโชน ตะลึง! 1 ใน 8 เอี่ยวบึ้มปั๊ม ปตท.ที่จะแนะ แฉทั้งแก๊งอยู่ระหว่างหลบหนี
คดีใหญ่ที่สร้างกระแสวิจารณ์มากที่สุดคดีหนึ่งในห้วงปี 2568 ของพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ คดีปล้นร้านทอง กลางห้าง บิ๊กซี สาขาสุไหงโก-ลก อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส
สาเหตุเพราะความอุกอาจในแบบที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ในพื้นที่ประกาศกฎอัยการศึก และ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ
- กลุ่มคนร้ายแต่งกายชุดดำ พร้อมอาวุธปืนครบมือ จำนวนนับสิบคน เดินกันว่อน ไม่สนกล้องวงจรปิด
- บุกปล้นร้านทองเยาวราชกรุงเทพ ซึ่งตั้งอยู่ภายในห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาสุไหงโก-ลก ซึ่งเป็นห้างค้าปลีกชื่อดัง มีผู้คนพลุกพล่าน
- คนร้ายไม่สนฝูงชน และไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม เนื่องจากใช้อาวุธปืนยิง ส.อ.บุริศวร์ ระดาชัย เจ้าหน้าที่ทหารชุดปฏิบัติการรบพิเศษที่ 408 จนได้รับบาดเจ็บ ขณะพยายามเข้าไปขัดขวางกลุ่มคนร้าย
- บุกกวาดทองรูปพรรณไปได้ จำนวน 540 บาท ซึ่งถือว่าเป็นล็อตใหญ่เกือบที่สุดที่เคยเกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง
- ช่วงนั้นราคาทองคำรูปพรรณ จำหน่ายบาทละ 59,450 บาท เมื่อคำนวณกับน้ำหนักทองที่ปล้นชิงไปได้ 540 บาท เท่ากับมูลค่าที่คนร้ายได้ไปทั้งสิ้น 32,103,000 บาท
- หลังปล้นร้านทอง คนร้ายยังได้วางวัตถุระเบิด และจุดระเบิดเพื่อสกัดกั้นการติดตามของเจ้าหน้าที่
- เหตุเกิดเวลา 18.30 น.ของวันที่ 5 ต.ค.68 เป็นช่วงโพล้เพล้ ต่อเนื่องถึงช่วงค่ำ สะท้อนว่าวางแผนกันมาเป็นอย่างดี จึงกล้าก่อเหตุโดยไม่ใช่เวลากลางวัน
คดีนี้เงียบหายไปนานจนเหมือนไม่มีความคืบหน้า แต่ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดคลี่คลายคดีภายใต้การนำของ พ.ต.อ.ดิเรก โฉมยงค์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส (รอง ผบก.ภ.จว.นราธิวาส) ได้สืบสวนสอบสวนแกะรอยกลุ่มคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุ พร้อมนำผลตรวจ DNA หรือ สารพันธุกรรม และคราบลายนิ้วมือแฝงที่ติดอยู่ตามวัตถุพยาน ทั้งรถยนต์กระบะที่คนร้ายปล้นชิงจากชาวบ้านในพื้นที่ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส นำมาใช้เป็นพาหนะในการก่อเหตุและใช้หลบหนี ก่อนจะนำไปจอดทิ้ง รวมทั้งซากเศษชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่อง และปลอกกระสุนปืนที่คนร้ายที่ใช้ก่อเหตุยิง ส.อ.บุริศวร์ จนได้รับบาดเจ็บ

ทั้งหมดนี้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส นำไปประกอบเทียบกับหลักฐานทางทะเบียนราษฎร จนนำมาสู่การทยอยขออนุมัติจากศาลจังหวัดนราธิวาส เพื่อออกหมายจับ จำนวน 3 ครั้ง รวมผู้ต้องหาทั้งสิ้น 19 คน ดังนี้
ครั้งที่ 1 เจ้าหน้าที่ออกหมายจับ เมื่อวันที่ 9 ต.ค.68 จำนวน 2 คน คือ
1.นายบักรีย์ สมะแอ อายุ 25 ปี
2.นายมูฮำหมัดนาซาอี เจ๊ะยอ อายุ 43 ปี
ครั้งที่ 2 เจ้าหน้าที่ได้ออกหมายจับ เมื่อวันที่ 17 ต.ค.68 จำนวน 5 คน คือ
1.นายอาซมิน สะแลแม อายุ 34 ปี
2.นายตอเย็บ แมทาลง อายุ 32 ปี
3.นายซิ มะแซ อายุ 44 ปี
4.นายมันโซ ปูต๊ะ อายุ 31 ปี
5.นายมูสอผา เจ๊ะเด็ง อายุ 36 ปี
ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้ขยายผลออกหมายจับกลุ่มที่ 3 เมื่อวันที่ 14 พ.ย.68 จำนวน 12 คน คือ
1. นายนิอารีฟัน นิเล๊าะ อายุ 24 ปี
2.นายอัซโร เบ๊ญกาซอ อายุ25 ปี
3.นายอิสฮัม ปูเต๊ะ อายุ 19 ปี
4.นายซอลาฮุดดีน มะนาวี อายุ 25 ปี
5.นายมะยี อีซอ อายุ 41 ปี
6.นายฮาเล็ม ปูเต๊ะ อายุ 28 ปี
7.นายรุสลัน มะ อายุ 24 ปี
8. นายมูฮำหมัดฮาซัน มะ อายุ 28 ปี
9. นายมูฮัมหมัดอารฟัน แลรอซา อายุ 21 ปี
10.นายอิลยัส นิมะ อายุ 43 ปี
11.นายอีรฟัน แวมะมิง อายุ 26 ปี
12.นายมูฮัมหมัดอิกรอม รอเฮง อายุ 26 ปี
รวมทั้งหมด 19 คน
จากการตรวจสอบประวัติของกลุ่มผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับ และร่วมก่อเหตุปล้นร้านทองครั้งมโหฬาร พบว่าในจำนวน 19 คน เป็นกลุ่มแนวร่วมรุ่นใหม่ 11 คน นอกจากนั้นเป็นกลุ่มที่เคยก่อคดีความมั่นคงในพื้นที่มาก่อน จำนวน 8 คน โดยกลุ่มที่เคยก่อคดี มีหมายจับ และมีประวัติในแฟ้มคดีความมั่นคง แยกเป็นรายบุคคลได้ดังนี้
1.นายอาซมิน สะแลแม มีหมายจับ 2 คดี
2.นายตอเย็บ แมทาลง มีหมายจับ 3 คดี
3.นายฮาเล็ม ปูเต๊ะ มีหมายจับ 3 คดี
4.นายอิลยัส นิมะ มีหมายจับ 3 คดี
5.นายมูสอผา เจ๊ะเด็ง มีหมายจับ 4 คดี
6.นายมันโซ ปูต๊ะ มีหมายจับ 4 คดี
7.นายมูฮำหมัดนาซาอี เจ๊ะยอ มีหมายจับ 5 คดี
8.นายซิ มะแซ มีหมายจับ 8 คดี รวมไปถึงการร่วมก่อเหตุลอบวางระเบิดปั๊มน้ำมัน ปตท.ดุซงญอ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 11 ม.ค.69 ที่ผ่านมาด้วย
โดยขณะนี้ผู้ต้องหาทั้ง 19 คนอยู่ระหว่างการหลบหนี ซึ่งเจ้าหน้าที่มีข้อมูลว่า กลุ่มคนรุ่นใหม่ 11 คน หลบไปพักอาศัยอยู่ตามบ้านของเครือญาติและสมาชิกในกลุ่ม ส่วนกลุ่มคนร้ายที่มีหมายจับคดีความมั่นคงอย่างโชกโชน 8 คนนั้น เจ้าหน้าที่คาดว่าหลบหนีไปเคลื่อนไหวกบดานบนเทือกเขาในพื้นที่
