
การประชุมเพื่อเตรียมการกำหนดมาตรการป้องกันเหตุการณ์ความไม่สงบในห้วงเดือนรอมฎอน ซึ่งเป็นเดือนแห่งบุญ และเป็นเดือนแห่งการถือศีลอดของพี่น้องมุสลิม กลายเป็นเวทีที่ฝ่ายความมั่นคงประกาศวิสัยทัศน์และโครงการต่างๆ ในการจัดการปัญหาชายแดนใต้ในระยะต่อไป
ความเคลื่อนไหวนี้นับว่าน่าสนใจ เพราะเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาลชุดใหม่ ข้อเสนอหลายๆ เรื่องอาจถูกหยิบยกไปเป็นนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ก็เป็นได้
การประชุมมีขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ 16 ก.พ.69 ที่หอประชุมสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส มีข้าราชการระดับสูงผู้รับผิดชอบพื้นที่ เข้าร่วมหารือกันพร้อมหน้า ได้แก่
- นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส
- พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4
- นายซาฟีอี เจ๊ะเลาะ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส
- พล.ต.ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ ผบ.ฉก.นราธิวาส
- พล.ต.ต.ประยงค์ โคตรสาขา ผบก.ภ.จว.นราธิวาส
- นายอำเภอทั้ง 13 อำเภอของนราธิวาส
- ผู้นำศาสนาจาก 13 อำเภอ

ประเด็นการหารือที่สำคัญคือ แนวทางการปฏิบัติก่อนเข้าสู่เดือนรอมฎอน, โครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดนราธิวาสในมิติด้านศาสนาและวัฒนธรรมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ภายใต้กิจกรรมอบรมส่งเสริมและให้ความรู้กับผู้นำศาสนาอิสลามในการปฏิบัติตนก่อนเข้าสู่เดือนรอมฎอน และประเด็นการพัฒนาด้านศาสนาและวัฒนธรรม
ผู้ว่าฯนราธิวาส กล่าวตอนหนึ่งว่า ได้เน้นย้ำทุกฝ่าย ไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์ใดๆ ในช่วงเดือนรอมฎอน แต่หากมีเหตุจำเป็นเกิดขึ้น มาตรการรักษาความปลอดภัยและความเข้มข้นในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ก็จะเพิ่มมากขึ้น เพื่อดูแลประชาชนให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด
“สาระสำคัญที่สุดของวันนี้ คือการมาพูดคุย แลกเปลี่ยน และสร้างความเข้าใจร่วมกัน เพื่อให้การปฏิบัติศาสนกิจในเดือนอันประเสริฐเป็นไปด้วยความสงบ เรียบร้อย และปลอดภัย” ผู้ว่าฯย้ำแนวทาง
@@ แม่ทัพ 4 ลั่นอุดมการณ์แบ่งแยกดินแดนเป็นไปไม่ได้จริง

ไฮไลต์ตอนหนึ่งของการประชุม คือ ท่าทีของแม่ทัพภาคที่ 4 พล.ท.นรธิป โพยนอก ปรากฏว่าเจ้าตัวได้ใช้โอกาสนี้อธิบายถึงสถานการณ์ภาพรวมและนโยบายความมั่นคง โดยระบุชัดเจนถึงกระแสการเคลื่อนไหวในพื้นที่ว่า “ขอยืนยันว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะมีการแบ่งแยกดินแดน”
พร้อมฝากถึงผู้นำศาสนาให้ช่วยสอดส่องดูแลบุตรหลานและเยาวชนไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของการบ่มเพาะทางความคิดที่ผิดเพี้ยน เพราะอนาคตของคนในพื้นที่ต้องฝากไว้กับการศึกษาและความรู้เท่าทันโลก
@@ ชงรัฐบาลของบสร้างรั้วชายแดน สกัดป่วนใต้-สินค้าเถื่อน

นอกจากนี้ แม่ทัพภาคที่ 4 ยังเปิดเผยถึงแผนการยกระดับความมั่นคงชายแดน โดยอ้างอิงถึงนโยบายของ นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ที่มีการสั่งทุบท่าข้ามผิดกฎหมาย และสร้างกำแพงชายแดนมูลค่าหมื่นล้านบาท ซึ่งในส่วนของประเทศไทยได้มีการเสนองบประมาณเพื่อสร้างกำแพงตามแนวชายแดนต่อนายกรัฐมนตรีแล้วเช่นกัน เพื่อสกัดกั้นการเข้ามาก่อเหตุรุนแรงและการค้าของเถื่อน
“ท่าข้ามที่ไม่จำเป็นและผิดกฎหมายคือแหล่งซ่องสุม ถ้าปิดได้ก็ต้องปิด เพื่อให้คนที่ทำถูกกฎหมายอยู่ได้อย่างปลอดภัย” พล.ท.นรธิป ระบุ
@@ จัด “เสื้อเกราะ” ผู้นำศาสนา ขณะร่วมภารกิจ จนท.

อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจในวงสนทนา คือการตั้งคำถามจากอิหม่ามในพื้นที่ถึง “ความปลอดภัยของผู้นำศาสนา” เมื่อต้องร่วมปฏิบัติการกับเจ้าหน้าที่ในกรณีเข้าเชิญตัวผู้ต้องสงสัยหรือผู้ต้องหาตามหมายจับ โดยผู้นำศาสนาสะท้อนว่าที่ผ่านมาต้องเป็นฝ่ายเข้าไปเกลี้ยกล่อมในจุดเสี่ยงโดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกันใดๆ จนมีความกังวลเรื่องความปลอดภัย หากเกิดการยิงต่อสู้กัน
ประเด็นนี้ พล.ต.ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ ผบ.ฉก.นราธิวาส ได้กล่าวเชิงขานรับทันที โดยบอกว่า เข้าใจในความเสี่ยงและพร้อมจะสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้นำศาสนาและผู้นำชุมชนที่เป็น “โซ่ข้อกลาง” ในการเจรจา
“ครั้งหน้าผมจะจัดเสื้อเกราะให้ท่านใส่ โดยจะนำไปหุ้มผ้าใหม่ให้เป็นสีอื่นที่ไม่ใช่สีเขียวทหาร เพื่อให้ชาวบ้านแยกออกว่าท่านคือผู้นำศาสนา ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ แต่ยังคงมีประสิทธิภาพในการป้องกันชีวิต”
พล.ต.ยอดอาวุธ กล่าวด้วยว่า “จะให้นราธิวาสเป็นจังหวัดนำร่องในเรื่องนี้”
