
“จุฬาราชมนตรี” ประกาศให้ 19 ก.พ. เป็นวันที่ 1 ของเดือนรอมฎอน ฮิจเราะห์ศักราช 1447 หลังพี่น้องมุสลิมชายแดนใต้แห่ดูดวงจันทร์บนยอดเขาปาเระสุดคึกคัก มัสยิดกลางปัตตานีเตรียมสถานที่ละหมาดตะรอเวียะห์ นายกฯ ส่งคำอวยพรอิสลามิกชน ด้านแม่ทัพภาค 4 เตรียมแผนรับมือป่วนช่วงถือศีลอด ปรับด่านตรวจเป็น “จุดบริการประชาชน”
เมื่อเวลา 19.30 น.วันพุธที่ 18 ก.พ.69 นายอรุณ บุญชม จุฬาราชมนตรี ได้ออกประกาศผลการดูดวงจันทร์เพื่อกำหนดวันที่ 1 ของเดือนรอมฎอน ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช 1447 ระบุว่า ตามที่ได้ประกาศให้พี่น้องชาวไทยมุสลิมทั่วประเทศดูดวงจันทร์นั้น ปรากฏว่ามีผู้เห็นดวงจันทร์
จึงประกาศให้ วันพฤหัสบดีที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2569 เป็นวันเริ่มต้นเดือนรอมฎอน (วันที่ 1 ของเดือนรอมฎอน) เพื่อให้พี่น้องชาวไทยมุสลิมทั่วประเทศเริ่มปฏิบัติศาสนกิจถือศีลอด
ส่วนผลการดูดวงจันทร์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ ศาลาดูดวงจันทร์บนยอดเขาปาเระ (บูเก๊ะปาเระ) ต.ยะหา อ.ยะหา จ.ยะลา ที่มีคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ผู้แทนจากองค์กรศาสนา พร้อมด้วยประชาชนเดินทางมาร่วมสังเกตการณ์ท้องฟ้าเป็นจำนวนมากนั้น ผลปรากฏว่ามีผู้เห็นดวงจันทร์เสี้ยว ในเวลา 18.32 น.
@@ มัสยิดกลางปัตตานีเตรียมสถานที่ละหมาดตะรอเวียะห์
หลังจากที่มีการยืนยันผลการเห็นดวงจันทร์ พี่น้องมุสลิมในพื้นที่ต่างเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่พิธี “ละหมาดตะรอเวียะห์” หรือการละหมาดในช่วงกลางคืนของเดือนรอมฎอนเป็นคืนแรกทันที ขณะที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกอย่างเข้มงวดตลอดระยะเวลา 1 เดือนต่อจากนี้
นายรอย๊ะ หวันโซ๊ะ โต๊ะอิหม่ามประจำมัสยิดกลางปัตตานี เผยถึงความพร้อมว่า ทางมัสยิดได้จัดเตรียมสถานที่โดยเน้นเรื่องความสะอาดและความเป็นระเบียบ เพื่อรองรับประชาชนที่จะมาร่วมละหมาดตะรอเวียะห์ ซึ่งคาดว่าจะหนาแน่นเหมือนทุกปีที่ผ่านมา
“แก่นแท้ของการถือศีลอดว่า มิใช่เพียงการอดอาหารและน้ำ แต่คือการสำรวมตน โดยการถือศีลอด หัวใจสำคัญคือการสำรวมกาย วาจา และใจ ต้องละเว้นจากการกล่าวเท็จ การนินทาว่าร้าย และการกระทำที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะในเดือนนี้ พฤติกรรมที่ไม่ดีจะได้รับโทษทวีคูณ เช่นเดียวกับการทำความดีที่จะได้รับผลบุญเพิ่มพูนหลายเท่าตัว” นายรอย๊ะ ระบุ
@@ นายกฯส่งคำอวยพรพี่น้องมุสลิม รับรอมฎอน ฮ.ศ.1447

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวเนื่องในโอกาสต้อนรับเดือนรอมฎอน ประจำปี พ.ศ. 2569 (ฮ.ศ. 1447) ใจความว่า
“สวัสดีพี่น้องมุสลิมชาวไทยที่รักทุกท่าน เนื่องในโอกาสเดือนรอมฎอนอันประเสริฐ ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช 1447 ผมในนามรัฐบาล ขอส่งความปรารถนาดีและขอร่วมแสดงความยินดีมายังพี่น้องมุสลิมทุกท่าน ที่จะได้ร่วมกันปฏิบัติศาสนกิจสำคัญในการถือศีลอด
เดือนรอมฎอน เป็นเดือนแห่งการทดสอบศรัทธาและความอดทนของจิตใจ อีกทั้งยังเป็นช่วงเวลาแห่งการปลูกฝังความเมตตา การรู้จักแบ่งปัน และการขัดเกลาจิตใจให้บริสุทธิ์ ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาอันทรงคุณค่าของพี่น้องชาวมุสลิมทุกคน
คุณค่าอันงดงามเหล่านี้ นับเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างสังคมที่เกื้อกูล เอื้ออาทร และอยู่ร่วมกันอย่างสันติ พร้อมทั้งเป็นโอกาสอันประเสริฐในการน้อมจิตที่เปี่ยมด้วยศรัทธา รำลึกถึงพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน ที่องค์พระอัลเลาะห์ทรงประทานแก่พี่น้องชาวมุสลิม เพื่อนำหลักธรรมคำสอนไปยึดถือและปฏิบัติในชีวิตประจำวัน
ในวาระอันเป็นมงคลนี้ ผมขอพรอันประเสริฐแห่งองค์พระผู้อภิบาล จงโปรดประทานความเมตตา ความอิ่มเอมใจ และพลานามัยที่แข็งแรงสมบูรณ์แก่พี่น้องมุสลิมชาวไทยทุกท่าน ให้สามารถปฏิบัติศาสนกิจตามหลักศาสนบัญญัติได้อย่างครบถ้วนและลุล่วงตามเจตนารมณ์ เพื่อความสุข ความเจริญแก่ตนเอง ครอบครัว และประเทศชาติสืบไป ขอความสันติสุข และความสวัสดี จงประสบแก่ทุกท่าน”
@@ นักการเมืองชายแดนใต้แห่อำนวยพรต้อนรับเดือนศีลอด

นอกจากนายกฯอนุทินแล้ว ปรากฏว่านักการเมืองน้อยใหญ่ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้และสงขลา ได้พากันส่งแบนเนอร์และข้อความต้อนรับเดือนรอมฎอนอันประเสริฐ ถึงพี่น้องมุสลิมทุกคน ผ่านทางแอปพลิเคชั่นออนไลน์ และสื่อสังคมออนไลน์แพลตฟอร์มต่างๆ
เช่น พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม, นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีต สส.สงขลา และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นต้น
@@ ศอ.บต.พร้อมหนุนกิจกรรมคุณธรรม - สันติสุข

เช่นเดียวกับ นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้ส่งสารข้อความอำนวยพรไปยังพี่น้องมุสลิมทั่วประเทศ โดยระบุว่า “ในโอกาสอันเป็นสิริมงคลนี้ ผมขออวยพรให้พี่น้องมุสลิมทุกท่านได้ปฏิบัติศาสนกิจอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ และขออานุภาพแห่งองค์อัลลอฮ์ได้โปรดประทานความเมตตา ความสุข สวัสดี และความปลอดภัย”
เลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวทิ้งท้ายพร้อมยืนยันว่า ศอ.บต. พร้อมสนับสนุนทุกกิจกรรมเพื่อสร้างสังคมแห่งคุณธรรมและสันติสุขที่ยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
@@ เตรียมรับมือป่วนถือศีลอด ปรับด่านตรวจเป็น “จุดบริการ”

พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 / ผอ.รมนภาค 4 เปิดเผยถึงมาตรการดูแลความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยระบุว่า จากการติดตามสถานการณ์และข้อมูลทางการข่าว พบความเคลื่อนไหวที่อาจมีการพยายามก่อเหตุสร้างสถานการณ์อยู่บ้าง คาดว่าน่าจะเป็นเหตุการณ์เล็กน้อย หรือการกระทำต่อเจ้าหน้าที่โดยเฉพาะฐานทหาร ส่วนเหตุใหญ่ๆ ไม่น่าจะมี
“กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยมีการวางระบบป้องกันไว้อย่างรัดกุม เตรียมความพร้อมตามแผนรักษาเมือง มีการฝึกซ้อมรับมือทุกรูปแบบ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตอบโต้ได้อย่างทันท่วงที”
พล.ท.นรธิป กล่าวเน้นย้ำว่า สิ่งสำคัญในเดือนรอมฎอนคือการที่ประชาชนต้องเดินทางสัญจรจำนวนมาก ทั้งกลางวันและกลางคืนเพื่อไปประกอบศาสนกิจ ดังนั้นนโยบายหลักคือการปรับบทบาทของเจ้าหน้าที่จากการ “ควบคุม” เป็นการอำนวยความสะดวก
“เราได้ปรับจุดตรวจและด่านตรวจของทหารและตำรวจ ให้กลายเป็น ‘จุดบริการประชาชน’ โดยร่วมกับทางท้องถิ่นและทางอำเภอ เพื่ออำนวยความสะดวกให้พี่น้องประชาชนเดินทางได้อย่างปลอดภัย”
ในช่วงท้าย แม่ทัพภาคที่ 4 ได้กล่าวให้ความมั่นใจกับพี่น้องชาวไทยมุสลิมว่า เจ้าหน้าที่รัฐพร้อมดูแลความปลอดภัยให้อย่างเต็มกำลัง เพื่อให้การปฏิบัติศาสนกิจในเดือนอันประเสริฐนี้เป็นไปอย่างราบรื่น
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สถิติเหตุรุนแรงในช่วงเดือนรอมฎอนมักมีความผันผวนตามกระบวนการพูดคุยสันติสุขฯ ซึ่งการประกาศท่าทีของแม่ทัพภาคที่ 4 ในครั้งนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณเน้นหนักไปที่งานด้านการบริการและการป้องกันเชิงรุกมากกว่าการใช้มาตรการกดดันทางทหารเพียงอย่างเดียว
