
กอ.รมน.แถลงคืบหน้าคดีบึ้มปั๊ม ปตท. 11 จุดที่ชายแดนใต้เมื่อต้นเดือน ม.ค. หลังนายกฯอนุทิน ย้ำอีกครั้ง “ยอมรับไม่ได้” พบใช้ระเบิดก่อเหตุ 26 ลูก มีผู้เกี่ยวข้อง 74 คน รวบแล้ว 11 ราย สารภาพ 3 ออกหมายจับเพิ่ม 11 ส่วนคดีตูมสนั่นห้องน้ำปั๊ม ปตท.ศรีสาคร มีการล้างสมองเยาวชนปลุกระดมออกมาก่อเหตุทดสอบจิตใจ เจอใช้ยากันยุงตั้งเวลาจุดระเบิด
วันจันทร์ที่ 23 ก.พ.69 ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) พ.อ.ยุทธนาม เพชรม่วง โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. ได้เปิดเผยรายละเอียดความคืบหน้าคดีสำคัญ จาก 2 เหตุการณ์ที่สร้างความตื่นตระหนกให้กับพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา
เหตุการณ์แรก คือ เหตุลอบวางเพลิงและวางระเบิดสถานีบริการน้ำมัน 11 จุด เมื่อวันที่ 11 ม.ค.69 (คืนวันเด็กแห่งชาติ ต่อเนื่องวันเลือกตั้งนายก อบต.ทั่วประเทศ โดยเป็นการระเบิดปั๊มน้ำมันของ ปตท.ทั้งหมด) จากการรวบรวมพยานหลักฐานพบว่า เป็นปฏิบัติการขนาดใหญ่ที่มีการเตรียมการมาอย่างดี โดยสรุปสถิติความเสียหายและการใช้กำลังในการก่อเหตุดังนี้

- มีระเบิดถูกนำมาใช้รวมทั้งสิ้น 26 ลูก โดยเจ้าหน้าที่สามารถเก็บกู้ได้ 3 ลูก
- กลุ่มผู้ก่อเหตุมีจำนวนรวมกันมากถึง 74 คน
- ใช้รถจักรยานยนต์ 22 คัน เป็นพาหนะในการก่อเหตุ
- มีอาวุธปืนรวม 19 กระบอก แบ่งเป็นปืนเล็กยาว 15 กระบอก และปืนพกสั้น 4 กระบอก
- มีการกระจายกำลังลงมือใน 3 จังหวัด แยกเป็น
จ.ปัตตานี 2 จุด สถานีบริการน้ำมัน ปตท.ในพื้นที่ ต.บานา อ.เมือง และ ปตท. อ.กะพ้อ
จ.ยะลา 4 จุด สถานีบริการน้ำมัน ปตท. ในพื้นที่ อ.กาบัง, อ.บันนังสตา, ต.บุดี อ.เมือง และ ต.ท่าสาป อ.เมือง
จ.นราธิวาส 5 จุด สถานีบริการน้ำมัน ปตท.ในพื้นที่ บ้านโคก ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง, ปตท. ต.ดุซงญอ อ.จะแนะ, ปตท. ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ, ปตท. อ.แว้ง และ ปตท. อ.สุไหงโก-ลก
@@ รวบ 11 สารภาพ 3 ปฏิเสธ 8 ออกหมายจับเพิ่ม 11

สำหรับความคืบหน้าทางคดี ล่าสุดเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้แล้ว 11 ราย โดยในจำนวนนี้มี 3 รายที่ให้การรับสารภาพ คือ นายแมโซ, นายอัสตัน และนายนิบาซอรี (ทั้งหมดสงวนนามสกุล) ขณะที่อีก 8 รายยังคงให้การปฏิเสธ
อย่างไรก็ตาม มีผู้ต้องสงสัย 3 ราย คือ นายสุไลมาน, นายกอเซ็ง และนายดาฮาลัน ถูกส่งกลับภูมิลำเนา เนื่องจากหลักฐานยังไม่เพียงพอในขณะนั้น และมีการวิสามัญฯ ผู้ก่อเหตุ 1 ราย คือ นายนัสรูเลาะห์
ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งพบในที่เกิดเหตุจนนำไปสู่การออกหมาย ป.วิอาญา (หมายจับที่ออกตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา) เพิ่มเติมอีก 11 ราย โดยมีบุคคลสำคัญ 3 รายที่ผล DNA และลายนิ้วมือมัดตัวแน่นหนา คือ
- นายบูรฮานุดีน พบหลักฐานเชื่อมโยงถึง 3 จุด คือ ปั๊มดุซงญอ นราธิวาส, ปั๊มกะพ้อ ปัตตานี และปั๊มบุเกะคละ ยะลา โดยมีหมาย ป.วิอาญา ติดตัวอยู่แล้ว 1 หมาย
- นายซิ พบหลักฐานที่ปั๊มดุซงญอ จ.นราธิวาส มีหมาย ป.วิอาญา ติดตัวถึง 9 หมาย
- นายฮาฟิซ พบหลักฐานที่ปั๊มดุซงญอ จ.นราธิวาส
พ.อ.ยุทธนาม เผยอีกว่า จากการซักถาม นายแมโซ หนึ่งในผู้สารภาพ ได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งจนสามารถเชื่อมโยงถึงกลุ่มขบวนการเพิ่มเติมอีก 8 คน ตั้งแต่ระดับผู้สั่งการอย่าง นายมะซอและ ไปจนถึงกลุ่มประชุมวางแผนและร่วมก่อเหตุที่มีหมายจับติดตัวหลายคดี เช่น นายมูสอผา และ นายอิบาดิน ปัจจุบันเจ้าหน้าที่สั่งดำเนินคดีแล้ว 4 รายแรก ได้แก่ นายอับดุลเล๊าะ, นายซุลกิฟลี, นายอัสรัน และนายแมโซ
@@ แจงใหญ่หลังนายกฯตำหนิตรงๆ “รับไม่ได้” บึ้มปั๊ม
อนึ่ง ก่อนหน้านี้ ในการประชุมความมั่นคง ที่มณฑลทหารบกที่ 42 ค่ายเสนาณรงค์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อวันที่ 17 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานนั้น นายกฯได้ย้ำต่อที่ประชุมว่า ยอมรับไม่ได้กับเหตุระเบิดปั๊ม 11 แห่งรวดในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยที่หน่วยรับผิดชอบไม่รู้ล่วงหน้า ฉะนั้นต้องยกเครื่องงานด้านการข่าว
และต้องไม่ชี้แจงเหตุที่เกิดขึ้นว่า เป็นการก่อเหตุเชิงสัญลักษณ์ตามเทศกาลสำคัญของพื้นที่ เพราะในฐานะผู้รับผิดชอบฝ่ายการเมือง ไม่สามารถตอบหรืออธิบายกับประชาชนด้วยเหตุผลเช่นนี้ได้
อ่านประกอบ : นายกฯคาใจบึ้มปั๊ม ไม่อยากฟังก่อเหตุรับเทศกาล สะกิดมาเลย์อย่าหนุนกลุ่มป่วน!
@@ “ล้างสมองเยาวชน” ปลุกระดมวางบึ้มห้องน้ำปั๊มศรีสาคร

เหตุการณ์ที่ 2 คือ เหตุระเบิดในถังขยะห้องน้ำปั๊ม ปตท.ศรีสาคร จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 10 ก.พ.69 ซึ่งจากการสอบสวนพบว่า มีเบื้องหลังที่น่าตกใจเกี่ยวกับ “ขบวนการล้างสมอง” เยาวชนในพื้นที่
โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าควบคุมตัว นายฮีดาย๊ะ เมื่อวันที่ 17 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าตัวยอมรับสารภาพว่า เป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง โดยระบุว่าถูก นายฮาซัน ชักชวนให้เข้าฟังการปลุกระดมประวัติศาสตร์ท้องถิ่น จนเกิดความฮึกเหิมและยอมรับภารกิจ “ทดสอบจิตใจ” เพื่อก้าวขึ้นเป็นสมาชิกกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงเต็มตัว
เจ้าหน้าที่ ได้ลำดับเหตุการณ์และวิธีการก่อเหตุ นายฮีดาย๊ะ สารภาพว่า ได้ศึกษาการประกอบระเบิดจากสื่อต่างๆ และใช้ “ดินดำจากประทัด” เป็นส่วนประกอบหลัก โดยในวันที่ 8-9 ก.พ. ได้ทดลองประกอบระเบิด 2 ลูก นำไปจุดทดสอบในสวนยางพาราจนมั่นใจ ก่อนจะเก็บลูกจริงไว้ที่บ้านเพื่อรอก่อเหตุ
ในวันเกิดเหตุ (10 ก.พ.) หลังจากเลิกเรียน นายฮีดาย๊ะได้เปลี่ยนชุดเป็นผ้าโสร่ง และใช้วิธี “ผูกระเบิดไว้ที่ขา” เพื่อซ่อนอำพรางขณะเคลื่อนย้ายเข้าพื้นที่ปั๊มน้ำมัน เมื่อเข้าสู่ห้องน้ำชาย ได้นำระเบิดไปวางในถังขยะ โดยใช้ยากันยุงเป็นตัวจุดชนวนหน่วงเวลา จากนั้นได้ทำการล็อกประตูห้องน้ำจากด้านในเพื่อประวิงเวลาไม่ให้คนเข้าไปพบเจอระเบิดได้ง่าย ก่อนจะหลบหนีกลับบ้านทันที
ปัจจุบันในคดีนี้มีการดำเนินคดี 2 ราย คือ นายฮีดาย๊ะ ผู้ลงมือก่อเหตุ และนายอีรฟัน ซึ่งแม้ผลซักถามจะพบว่า ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดโดยตรง แต่การตรวจค้นบ้าน พบอาวุธปืนผิดกฎหมาย จึงต้องดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ
@@ นิติวิทยาศาสตร์นำ มั่นใจทลายยกแก๊ง!
พ.อ.ยุทธนาม กล่าวอีกว่า ปฏิบัติการครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่มุ่งเป้าไปยังพื้นที่เศรษฐกิจ เพื่อสร้างความเสียหายในวงกว้าง อย่างไรก็ตาม การทำงานเชิงรุกด้านนิติวิทยาศาสตร์ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถระบุตัวบุคคลได้อย่างแม่นยำ
“เราจะไม่หยุดเพียงเท่านี้ ข้อมูลจากศูนย์ซักถามและการตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานจะถูกนำมาขยายผลเพื่อถอนรากถอนโคนกลุ่มที่เหลือ โดยเฉพาะกลุ่มที่คอยบิดเบือนประวัติศาสตร์เพื่อใช้เยาวชนเป็นเครื่องมือในการก่อเหตุรุนแรง” โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. กล่าวทิ้งท้าย
