
ฉก.ทพ.46 นำกำลังเอ็กซเรย์เส้นทางเขตรอยต่อ “รือเสาะ – รามัน” หลังการข่าวแจ้งกลุ่มป่วนใต้เตรียมก่อเหตุวางบึ้มชุดลาดตระเวนในพื้นที่ พบวัตถุต้องสงสัยซุกพุ่มไม้ริมถนนจริงๆ ด้านคดีบึ้มห้องน้ำปั๊มปัตตานี รวบผู้ต้องสงสัยได้อีก 1 พร้อมยึดรถของกลาง ขณะที่แม่ทัพเดินหน้าเตรียมสร้างรั้วชายแดนสกัดสิ่งผิดกฎหมาย
สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงตึงเครียด และมีความเสี่ยงจะเกิดเหตุรุนแรงในห้วงเดือนรอมฎอนแทบทุกวัน
ล่าสุดเวลา 07.30 น. วันพฤหัสบดีที่ 26 ก.พ.69 ในขณะที่ กองร้อยทหารพรานที่ 4608 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 46 (ฉก.ทพ.46) นำชุดปฏิบัติการจรยุทธ์ (ชป.จรยุทธ์) จำนวน 2 ชุดปฏิบัติการ ออกปฏิบัติหน้าที่เชิงรุกเพื่อเอกซเรย์เส้นทางยุทธศาสตร์บนถนนหมายเลข 4060 เชื่อมต่อระหว่าง บ้านบือเจาะ ต.สาวอ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส กับ บ้านบาลอ ต.บาลอ อ.รามัน จ.ยะลา อยู่นั้น
โดยปฏิบัติการครั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากการ “บูรณาการข้อมูลด้านการข่าว” พบความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติของสมาชิกกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ ต.สาวอ ทั้งยังได้รับรายงานว่าจะมีการเตรียมวางแผนก่อเหตุโจมตีเจ้าหน้าที่ ขณะปฏิบัติหน้าที่ในเส้นทางดังกล่าว
ผลปรากฏว่า หลังจากเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบเส้นทางอย่างละเอียด ก็ได้พบ “วัตถุต้องสงสัย” คล้ายวัตถุระเบิดจริงๆ ลักษณะมีการอำพรางอย่างมิดชิด ซุกซ่อนอยู่ในพุ่มไม้ริมถนน ก่อนถึงสะพานข้ามแม่น้ำสายบุรี ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่เชื่อมต่อสองจังหวัด และที่สำคัญคือยังเป็นจุดใกล้เคียงกับที่เคยเกิดเหตุความไม่สงบในปีที่ผ่านมา
ทันทีที่พบวัตถุต้องสงสัย เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด ปิดกั้นพื้นที่ สั่งระงับการจราจรบนถนนสาย 4060 ทั้งสองฝั่งทันที เพื่อความปลอดภัยของประชาชน
ทั้งได้จัดวางกำลังชุดปฏิบัติการจรยุทธ์เข้าควบคุมพื้นที่โดยรอบ เพื่อป้องกันการซุ่มยิงหรือการกดระเบิดซ้ำซ้อน และ ประสานเจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด (อีโอดี) เข้าพิสูจน์ทราบตามขั้นตอนทางยุทธวิธี
พ.อ.เอกวริทธิ์ ชอบชูผล โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) เปิดเผยถึงเหตุการณ์พบวัตถุต้องสงสัยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่เฉพาะทาง โดยยอมรับว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงได้พยายามสร้างสถานการณ์ป่วนในพื้นที่จริง
“แต่เราได้รับรายงานด้านการข่าวถึงความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อเหตุมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถเปิดปฏิบัติการเชิงรุกเพื่อสกัดกั้นก่อนเกิดเหตุได้ทันท่วงที ขณะนี้กำลังรอผลสรุปจากหน่วย EOD ว่าเป็นระเบิดชนิดใด และหวังผลในลักษณะไหน” พ.อ. เอกวริทธิ์ ระบุ
@@ รวบอีก 1 ผู้ต้องสงสัยโยงบึ้มห้องน้ำปั๊มปัตตานี

ส่วนกรณีเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดในห้องน้ำสถานีบริการน้ำมัน ปตท.จำนวน 4 จุด ในพื้นที่ อ.เมือง จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 3 ก.พ.69 หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้เร่งตรวจสอบพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ จนสามารถนำไปสู่การควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย จำนวน 3 รายนั้น
จากงานด้านการข่าวและผลการซักถามเพิ่มเติมจากผู้ต้องสงสัย พร้อมผลการตรวจสอบภาพจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดบริเวณใกล้เคียง ทำให้พบรถยนต์ต้องสงสัยที่คาดว่าใช้ในการก่อเหตุ หรือให้การสนับสนุนผู้ก่อเหตุ โดยจากการสืบสวนขยายผลพบความเชื่อมโยงไปยังบุคคลต้องสงสัย ทราบชื่อ นายซุลกิฟลี (สงวนนามสกุล)
เมื่อวันอังคารที่ 24 ก.พ. เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัว นายซุลกิฟลี (สงวนนามสกุล) พร้อมตรวจยึดรถยนต์กระบะ ยี่ห้อ อีซูซุ ตอนเดียว สีเทา ป้ายทะเบียนสงขลา ที่คาดว่าเป็นรถยนต์ต้องสงสัยที่ใช้ในการก่อเหตุดังกล่าวได้
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยได้ทำการลงบันทึกประจำวัน ณ สภ.ตุยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี จากนั้นนำตัวเข้าตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลหนองจิก ก่อนส่งเข้าควบคุมตัวเพื่อซักถาม ณ ศูนย์ซักถาม หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 ค่ายอิงคยุทธบริหาร ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี
@@ แม่ทัพเดินหน้า “ซีลชายแดน” สร้างรั้วความมั่นคง

พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 เปิดเผยถึงแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายความมั่นคงในพื้นที่ โดยเน้นย้ำการ “ซีลชายแดนในทุกมิติ” เพื่อควบคุมและสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมาย ทั้งด้านการลักลอบค้ายาเสพติด การค้าของเถื่อน และการสัญจรข้ามแดนที่ผิดกฎหมาย
จากการประชุมร่วมกับนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นวาระด้านความมั่นคงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ประชุมเห็นชอบในหลักการการ จัดสร้าง “รั้วชายแดน” ให้มีความชัดเจนและถาวรมากขึ้น ซึ่งโครงการนี้จะส่งผลดีต่อพื้นที่ในหลายด้าน ได้แก่
- ด้านความปลอดภัย ป้องกันการหลบหนีของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงหลังการปฏิบัติการ
- ด้านเศรษฐกิจ ลดช่องทางการค้าขายที่ผิดกฎหมาย
- ด้านยาเสพติด ตัดวงจรการลักลอบลำเลียงยาเสพติดไปยังประเทศเพื่อนบ้าน
ทั้งนี้ เพื่อผลักดันให้การเข้า-ออกเมืองกลับเข้าสู่ระบบผ่านจุดผ่านแดนถาวรที่ถูกต้อง ซึ่งจะทำให้เจ้าหน้าที่สามารถบริหารจัดการและควบคุมสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
@@ EOD ขอรับบริจาคเลือด บาดเจ็บจากเหตุบึ้มห้องน้ำปั๊ม

วันพฤหัสบดีที่ 26 ก.พ. เพจเฟซบุ๊กกลุ่มอาสาสมัครในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้มีการแชร์ข้อความขอความช่วยเหลือเร่งด่วน เพื่อเชิญชวนประชาชนร่วมบริจาคโลหิตให้กับ ด.ต.พิชิตพาล เวชชาชีวี เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการทำลายวัตถุระเบิด (EOD) กองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ ตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี (กก.ปพ.ภ.จว.ปัตตานี) ที่มีกำหนดจะเข้ารับการผ่าตัดใหญ่ในวันที่ 27 ก.พ.69 ณ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ (โรงพยาบาล ม.อ.หาดใหญ่) ซึ่งการผ่าตัดในครั้งนี้มีความจำเป็นต้องใช้โลหิตจำนวนมาก เพื่อสำรองและแลกเปลี่ยนทดแทน
สำหรับอาการบาดเจ็บของ ด.ต.พิชิตพาล เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ความไม่สงบเมื่อวันที่ 4 ก.พ.69 ที่ผ่านมา โดยคนร้ายได้นำระเบิดไปวางไว้ในห้องน้ำภายในสถานีบริการน้ำมัน ปตท. สาขาตะลุโบะ ต.ตะลุโบะ อ.เมือง จ.ปัตตานี หวังสร้างสถานการณ์ทำลายเศรษฐกิจและทำร้ายประชาชน โดย ด.ต.พิชิตพาล เป็นเจ้าหน้าที่ชุดอีโอดี ที่เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ตรวจสอบและเก็บกู้วัตถุระเบิด จนทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส และต้องเข้ารับการรักษาตัวอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่วันเกิดเหตุ
สำหรับผู้ที่มีความประสงค์จะบริจาคโลหิตเพื่อช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจ EOD รายนี้ สามารถเดินทางไปบริจาคได้ที่ คลังเลือด โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ (ม.อ.หาดใหญ่) จ.สงขลา รับบริจาคทุกหมู่โลหิต (ทุกกรุ๊ป) แจ้งความจำนงระบุชื่อผู้รับบริจาค “ด.ต.พิชิตพาล เวชชาชีวี”
