
ยะลาป่วน! พ่นสีสเปรย์ประกาศตัวตนบนถนน 3 จุดที่บันนังสตา ก่อนบึ้มซ้ำถนนสาย 410 ทำทหาร ผู้ช่วยผู้ใหญบ้านบาดเจ็บเล็กน้อย ส่วนที่เจาะไอร้อง นราธิวาส ใช้ข้อความเดียวกันทั้งบนราวสะพาน ขณะที่บาเจาะมีเผากล้องวงจรปิดหน้าโรงเรียน ฝ่ายความมั่นคงสั่งคุมเข้มย่านเศรษฐกิจรับ 10 วันสุดท้ายรอมฎอน
ช่วงเช้าของวันอังคารที่ 10 มี.ค.69 มีรายงานเหตุการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้นหลายจุดในพื้นที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา โดยเริ่มจากการพ่นสีสเปรย์เป็นข้อความบนพื้นผิวจราจร เพื่อก่อกวนและประกาศเป้าหมายของกลุ่มตน ก่อนจะมีเหตุระเบิดเกิดซ้ำซ้อนในช่วงสายของวันเดียวกัน

เวลาประมาณ 07.00 น. อำเภอบันนังสตาได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ว่า พบการพ่นสีสเปรย์เป็นข้อความภาษาไทยและภาษาอังกฤษ มีใจความว่า “ปาตานีไม่ใช่สยาม” และ “Patani is not Siam” บนถนนรวม 3 จุดสำคัญ ได้แก่
1. ถนนหมายเลข 410 บริเวณบ้านกาโสด หมู่ 5 ต.บันนังสตา
2. ถนนหมายเลข 4077 บริเวณบ้านบือราเป๊ะ หมู่ 7 ต.บันนังสตา
3. ถนนสายศรีบางลาง 7005 บริเวณบ้านบือซู หมู่ 6 ต.บันนังสตา

ต่อมาเวลา 09.50 น. ในขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่และเฝ้าระวังความปลอดภัย ได้รับแจ้งเหตุระเบิดบนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 410 บริเวณบ้านรานอ หมู่ 8 ต.ตาเนาะปูเต๊ะ อ.บันนังสตา ทำให้มีผู้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 2 ราย ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลกรงปินัง อ.กรงปินัง ซึ่งอยู่ติดกับ อ.บันนังสตา ทราบชื่อคือ
ร.ท.กรณิศ นวลใย รอง ผบ.ร้อย.ร.ที่ 4 ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ที่บริเวณใบหน้า และ นายมะราวรรณ ไพเราะ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน บ้านตาเนาะปูเต๊ะ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยเช่นกัน บริเวณฝ่ามือข้างซ้าย
ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการปิดกั้นที่เกิดเหตุเพื่อความปลอดภัย และประสานชุดเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด (EOD) เข้าตรวจสอบอย่างละเอียด เนื่องจากเกรงว่าจะมีการวางแผนซุกซ่อนระเบิดเพิ่มเติมเพื่อดักทำร้ายเจ้าหน้าที่ชุดเข้าที่เกิดเหตุ
@@ ถึงคิวเจาะไอร้อง พ่นสีถนน-ราวสะพาน

เมื่อเวลา 07.30 น.วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ได้รับแจ้งจากผู้นำท้องถิ่นว่า พบการพ่นสีสเปรย์สร้างสถานการณ์บนพื้นถนนและสิ่งปลูกสร้างสาธารณะ ในพื้นที่ ต.จวบ รวม 2 จุด คือ
จุดที่ 1 บริเวณสะพานและพื้นถนนในพื้นที่ บ้านไอร์ปาแย หมู่ 8 ต.จวบ โดย นายอารือมัน เวาะงอย ผู้ใหญ่บ้าน เป็นผู้พบเห็นขณะเดินทางไปกรีดยางพารา โดยพบการพ่นสีสเปรย์ด้วยข้อความภาษาไทยและภาษาอังกฤษมีใจความว่า “ปาตานีไม่ใช่สยาม” และ “Patani is not Siam”
จุดที่ 2 บริเวณพื้นถนนก่อนถึงโรงเรียนบ้านยานิง บ้านยานิง หมู่ 2 ต.จวบ ซึ่งนายไพรัช อาจหาญ ผู้ใหญ่บ้านยานิง ได้แจ้งว่า ตรวจพบการพ่นสีสเปรย์ด้วยข้อความในลักษณะเดียวกัน

หลังรับแจ้งเหตุ พ.ต.อ.นรินทร์ ช่วยสุข ผู้กำกับการ สภ.เจาะไอร้อง ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สนธิกำลังร่วมกับฝ่ายปกครองและทหารพรานเข้าตรวจสอบทันที พร้อมประสานชุด EOD เข้าพิสูจน์ทราบอย่างละเอียด เพื่อความรอบคอบปลอดภัย
ด้านตำรวจชุดสืบสวนได้เร่งตรวจสอบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ที่ติดตั้งบริเวณใกล้เคียง เพื่อหาเบาะแสผู้ก่อเหตุ
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่า เป็นการกระทำของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่ต้องการสร้างสถานการณ์เชิงสัญลักษณ์ เพื่อแสดงตัวตนและสร้างความปั่นป่วนในช่วงวันสำคัญหรือวาระพิเศษในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะในห้วงสิบวันสุดท้ายของเดือนรอมฎอน
@@ บาเจาะโดนด้วย! เผากล้องวงจรปิดหน้า รร.
นอกจากนั้น เวลา 04.30 น.วันเดียวกัน ตำรวจ สภ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ยังได้รับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่ว่า เกิดเหตุเผากล้องโทรทัศน์วงจรปิดที่ติดตั้งอยู่บริเวณหน้าโรงเรียนบ้านดูกู หมู่ 7 ต.บาเจาะ ได้รับความเสียหาย 1 จุด
หลังรับแจ้งจึงได้ประสานขอกำลังชุด EOD และเจ้าหน้าที่ชุดพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบและเก็บพยานหลักฐาน
ก่อนหน้านี้ในช่วงวันที่ 4-5 มี.ค.ที่ผ่านมา มีการลอบเผาทำลายกล้องโทรทัศน์วงจรปิดในพื้นที่ อ.จะแนะ, อ.ระแงะ และ อ.ศรีสาคร ทำให้กล้องวงจรปิดได้รับความเสียหายจำนวนมาก ซึ่งทางเจ้าหน้าที่เชื่อว่า เป็นการเตรียมกระจายตัวกันก่อเหตุครั้งใหญ่ ในห้วงสิบวันสุดท้ายของเดือนรอมฎอน
@@ คุมเข้มนราธิวาส 10 วันสุดท้ายรอมฎอน

จากสถานการณ์ใน จ.นราธิวาส ตั้งแต่ต้นปี 69 จนถึงปัจจุบัน เข้าสู่เดือน มี.ค. ยังคงมีเหตุการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ โดยลักษณะการก่อเหตุมีทั้งการวางระเบิดป่วนเมือง และการทำลายทรัพย์สินของทางราชการ รวมทั้งเหตุรุนแรงขนาดใหญ่อย่างการลอบวางระเบิดและวางเพลิงปั๊มน้ำมัน ทำให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน. ภาค 4 สน.) ได้ยกระดับการเฝ้าระวังขั้นสูงสุด โดยเฉพาะในเขตชุมชนและจุดยุทธศาสตร์สำคัญ
ทั้งนี้ บรรยากาศการดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ จ.นราธิวาส เป็นไปอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะในเขตเทศบาลเมืองนราธิวาส และย่านเศรษฐกิจ หลังเข้าสู่ห้วง 10 วันสุดท้ายของเดือนรอมฎอน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงมีการเฝ้าระวังเป็นพิเศษเป็นประจำทุกปี

โดยกำลังผสมทหาร ตำรวจ และสมาชิกกองอาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) ได้ร่วมกันตั้งจุดตรวจ จุดสกัด บนถนนสายหลักและสายรองที่เชื่อมต่อกับพื้นที่ชั้นใน โดยเน้นการตรวจสอบบุคคลสวมหมวกปิดบังใบหน้า ตรวจสอบบัตรประชาชนและประวัติบุคคลต้องสงสัยอย่างละเอียด ทั้งนี้ ยานพาหนะเป้าหมายตรวจค้นมีทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ซึ่งมีลักษณะตรงตามฐานข้อมูลแจ้งเตือน “รถต้องสงสัยประกอบระเบิด” รวมถึงตรวจสอบสัมภาระและวัตถุแปลกปลอมที่พกพามากับยานพาหนะ เพื่อป้องกันการลักลอบขนย้ายระเบิดแสวงเครื่องเข้าสู่ย่านชุมชน
สำหรับในห้วง 10 วันสุดท้ายของเดือนรอมฎอน ชาวไทยมุสลิมจะให้ความสำคัญกับการปฏิบัติศาสนกิจในมัสยิดอย่างเคร่งครัด การพยายามก่อเหตุรุนแรงหรือสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในช่วงเวลานี้ ฝ่ายความมั่นคงมองว่าเป็นการจงใจลดทอนความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อเจ้าหน้าที่รัฐ และมุ่งเป้าทำลายบรรยากาศการประกอบศาสนกิจในช่วงปลายเดือนรอมฎอนที่ควรจะเป็นไปอย่างสงบสุข
