
สองพ่อลูกที่ถูกรวบตัวในคดียิง สส.พรรคประชาชาติ ขุดประวัติคนเป็นพ่อ เคยเป็นอดีตนาวิกโยธิน แต่ถูกไล่ออกจากราชการ ย้ำเป็นคดีอาญา ไม่เกี่ยวความมั่นคง ขณะก่อเหตุไม่ได้มีสถานะข้าราชการ ส่วนลูกชายยังไม่ยืนยันเป็นอดีตทหารพรานจริงหรือไม่
ความคืบหน้าเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้รถยนต์กระบะ 4 ประตู สีขาว ไม่ทราบยี่ห้อและเลขทะเบียนเป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนสงคราม เอ็ม 16 ยิงถล่มรถของ นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ หรือ “สส.แวยูแฮ” อายุ 59 ปี สส.นราธิวาส จากพรรคประชาชาติ โดยเป็นรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลพาร์ด สีดำ เดินทางกลับจากสนามบินหาดใหญ่ กำลังจะเข้าบ้าน ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนเพชรเกษม (สายปัตตานี-นราธิวาส) ท้องที่ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ทำให้คนขับรถและตำรวจติดตามได้รับบาดเจ็บ ส่วนตัวของ สส.รอดตายมาได้หวุดหวิด เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณตี 1 ของวันที่ 20 มี.ค.69 ที่ผ่านมานั้น
แหล่งข่าวระดับสูงจากหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ยืนยันว่า จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นพบว่า ผู้ก่อเหตุในคดีนี้มีทั้งหมด 4 ราย โดยมีบุคคลที่เคยเป็นอดีตข้าราชการทหารเรือ 1 ราย คือ นายสมพร (สงวนนามสกุล) อดีตนายทหารสังกัดหน่วยนาวิกโยธิน (นย.) กองทัพเรือ ยศขณะรับราชการ คือ “เรือโท”
จากการตรวจสอบประวัติการรับราชการอย่างละเอียดพบว่า นายสมพรได้พ้นสภาพการเป็นเจ้าหน้าที่รัฐไปก่อนเกิดเหตุนานแล้ว เนื่องจากกระทำความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง จนมีคำสั่ง “ให้ออกจากราชการ” ดังนั้นในขณะเกิดเหตุ นายสมพรจึงไม่มีสถานะเป็นทหารประจำการ หรือรับราชการอยู่แต่อย่างใด
สำหรับความคืบหน้าในการติดตามตัวผู้กระทำความผิด แหล่งข่าวระบุว่า เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัว นายสมพร พร้อมบุตรชาย ส่วนผู้ต้องสงสัยอีก 2 รายที่ร่วมขบวนการ ยังอยู่ระหว่างการหลบหนี ซึ่งเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนกำลังเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดและเส้นทางหลบหนี และติดตามไล่ล่าอย่างกระชั้นชิด
“เคสยิง สส.กมลศักดิ์ มีบุคคลที่เป็นอดีตนาวิกโยธินเพียงคนเดียวคือนายสมพร ส่วนอีกรายเป็นลูกชาย ซึ่งเราจับกุมได้แล้ว ขณะนี้เหลือผู้ต้องหาอีก 2 คนที่ยังอยู่ในระหว่างการติดตามตัว คาดว่าจะมีการออกหมายจับเพิ่มเติมในเร็วๆ นี้” แหล่งข่าวระบุ
แหล่งข่าวคนเดิมยังกล่าวด้วยว่า จากพยานหลักฐานในเบื้องต้น คดีนี้มีลักษณะเป็นพฤติการณ์ขัดแย้งส่วนบุคคล เป็นคดีอาญาปกติ ยังไม่พบข้อบ่งชี้ว่าเกี่ยวข้องกับประเด็นความมั่นคงหรือสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้แต่อย่างไร
โดยทางฝ่ายทหารได้มอบหมายให้ทางกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 เป็นหลักในการคลี่คลายคดีและให้ข้อมูลต่อสาธารณะ และมุ่งเน้นไปที่กระบวนการยุติธรรมทางอาญา
“เรื่องนี้หากไม่เกี่ยวข้องกับเหตุความมั่นคง ก็ถือเป็นหน้าที่ของทางตำรวจโดยตรงที่จะต้องชี้แจงในรายละเอียดของคดี ซึ่งจะมีความชัดเจนมากกว่า”
สำหรับกระแสข่าวที่ว่า บุตรชายของนายสมพรที่ถูกควบคุมตัวได้นั้น มีสถานะเป็นทหารพรานและมีพฤติกรรมทำงานให้กับกลุ่มผู้มีอิทธิพลในพื้นที่นั้น แหล่งข่าวความมั่นคงรายเดิมกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า “ไม่ทราบข้อมูลในส่วนนี้เลย ทางตำรวจไม่ได้เปิดเผยข้อมูลรายละเอียดดังกล่าวมาทางเรา”
อนึ่ง หลายฝ่ายกำลังรอท่าทีจากกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ว่าจะมีการแถลงรายละเอียดความคืบหน้าของคดีนี้หรือไม่ อย่างไร โดยเฉพาะมูลเหตุจูงใจในการลอบสังหาร และเครือข่ายความเชื่อมโยงของผู้ก่อเหตุทั้งหมด รวมถึงผู้จ้างวาน หรือผู้บงการ
