
เจ้าหน้าที่ขยายผลบุกตรวจอู่รถในพื้นที่ตากใบ นราธิวาส ยึดซากชิ้นส่วนปิคอัพสี่ประตูสีขาวที่คนร้ายใช้ก่อเหตุยิง “สส.กมลศักดิ์” ไปตรวจสอบ หลังถูกชำแหละทำลายหลักฐาน ด้านชุดคลี่คลายคดียึดปืนเอ็ม 16 ที่ใช้ก่อเหตุได้แล้วทั้ง 2 กระบอก คุมตัวผู้เกี่ยวข้องสอบขยายผล เผยยอดพุ่ง 6 ราย
ความคืบหน้าเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้รถยนต์กระบะสีขาว 4 ประตู ไม่ทราบยี่ห้อและหมายเลขทะเบียนเป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนสงครามเอ็ม 16 ตามประกบยิง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ อายุ 59 ปี สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ขณะนั่งรถตู้โตโยต้า รุ่นอัลพาร์ด เดินทางกลับจากสนามบินหาดใหญ่ เหตุเกิดหน้าบ้านในพื้นที่ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ทำให้คนขับรถและตำรวจติดตามถูกกระสุนได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 20 มี.ค.69 ที่ผ่านมา
ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีได้ออกหมายเชิญตัวผู้ต้องสงสัย โดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จำนวน 4 ราย และสามารถจับกุมตัวได้ 2 ราย คือ นายสมพร ลังเดช อายุ 57 ปี อดีตเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยนาวิกโยธิน และ นายยศกร ลังเดช อายุ 23 ปี บุตรชาย เมื่อวันที่ 29 มี.ค.69 ที่ผ่านมา ส่วนนายอาลาวี และ นายธนภัทร (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องสงสัยอีก 2 รายนั้น อยู่ในระหว่างการหลบหนี

ล่าสุดเมื่อวันพุธที่ 1 เม.ย.69 เจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีได้สนธิกำลังกับชุดเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด หรือ EOD และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส เข้าตรวจสอบเป้าหมาย 2 จุด ที่บริเวณอู่รถที่มีลักษณะคล้ายโกดังแห่งหนึ่ง ปลูกสร้างอยู่ริมตลิ่งของแม่น้ำบางนรา และได้ขยายพื้นที่ตรวจสอบบริเวณริมตลิ่งแม่น้ำบางนรา ห่างจากอู่ดังกล่าวไปประมาณ 100 เมตรด้วย
อู่แห่งนี้ตั้งอยู่ท้องที่หมู่ 4 บ้านบาวง ต.บางขุนทอง อ.ตากใบ จ.นราธิวาส โดยเจ้าหน้าที่สืบทราบเบาะแสว่า น่าจะเป็นจุดชำแหละชิ้นส่วนรถยนต์กระบะ 4 ประตูที่คนร้ายใช้ก่อเหตุยิงนายกมลศักดิ์ สส.นราธิวาส
จากการเข้าตรวจสอบภายในอู่ พบว่ามีซากชิ้นส่วนของรถยนต์ยี่ห้อต่างๆ ถูกแยกชิ้นวางอยู่เป็นจำนวนมาก จากการตรวจสอบอย่างละเอียดเจ้าหน้าที่พบซากชิ้นส่วนของรถยนต์กระบะ 4 ประตูสีขาว ที่มีลักษณะตรงกับภาพที่บันทึกได้จากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดในวันเกิดเหตุยิงถล่ม สส.กมลศักดิ์ ถูกชำแหละวางกองอยู่ แต่ไม่พบแผ่นป้ายทะเบียนของรถ เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมขนย้ายไปตรวจสอบคราบลายนิ้วมือแฝงและดีเอ็นเอที่ติดอยู่บริเวณตัวถังของรถ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นชิ้นส่วนของรถยนต์กระบะคันที่ใช้ก่อเหตุค่อนข้างแน่นอน

นอกจากนี้ ที่บริเวณริมตลิ่งของแม่น้ำบางนรา เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบเป้าหมายที่ 2 ยังสามารถตรวจพบชิ้นส่วนขนาดเล็กของรถยนต์อีกจำนวนหนึ่ง และได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน เพื่อนำไปตรวจพิสูจน์ว่าเป็นชิ้นส่วนของรถยนต์กระบะที่คนร้ายใช้ก่อเหตุหรือไม่
ด้านแหล่งข่าวจากชุดคลี่คลายคดี เปิดเผยว่า การควบคุมตัว นายสมพร และนายยศกร ลังเดช สองพ่อลูก เมื่อวันที่ 30 มี.ค.69 ที่ผ่านมา และเจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปซักถามขยายผลที่ศูนย์ซักถามแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.นราธิวาส นั้น ปรากฏว่าทั้งสองยังให้การปฏิเสธว่าไม่ได้ร่วมก่อเหตุยิง สส.กมลศักดิ์
“แต่นายยศกรได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ด้วยการแจ้งตัวบุคคลที่เดินทางไปมาหาสู่กับบิดาก่อนจะมีเหตุการณ์เกิดขึ้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้แกะรอยรายชื่อตามคำบอกเล่าของนายยศกร จนนำไปสู่การตรวจยึดอาวุธปืนสงครามเอ็ม16 ที่ใช้ก่อเหตุจำนวน 2 กระบอก รวมไปถึงสถานที่ชำแหละรถยนต์กระบะที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ”
@@ รวบแล้ว 6 ผู้ต้องสงสัย
แหล่งข่าวรายเดิม บอกอีกว่า บุคคลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการตรวจยึดอาวุธปืนและสถานที่ชำแหละชิ้นส่วนรถยนต์กระบะ เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวไปสอบสวนขยายผลทุกคน แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียด หากมีความชัดเจนและได้ผลตรวจพิสูจน์หลักฐานต่างๆ ที่เจ้าหน้าที่รวบรวมได้ออกมา เจ้าหน้าที่จะทำการแถลงข่าวอีกครั้ง ต้องขอเวลาเจ้าหน้าที่ทำงานอีกสักระยะ เพื่อสรุปปมสาเหตุในการก่อเหตุยิงนายกมลศักดิ์
มีรายงานด้วยว่า จำนวนผู้ต้องสงสัยที่ถูกควบคุมตัวในขณะนี้ มีถึง 6 รายแล้ว
@@ ลูกชายอดีตนาวิกฯ ต้องสงสัยยิง สส. “ไม่ใช่ทหารพราน”

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่มีการควบคุมตัวสองพ่อลูกตระกูลลังเดช มีข้อมูลเพิ่มเติมว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ ร่วมกับกำลังทหารในพื้นที่ ได้ใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เข้าควบคุมตัวทั้งคู่ขณะขับขี่รถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นไฮลักซ์ รีโว่ สีขาว ป้ายทะเบียนนราธิวาส ผ่านด่านตรวจหน้า สภ.ปะลุกาสาเมาะ ภายหลังเดินทางกลับจาก อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
โดย นายสมพร ลังเดช อายุ 57 ปี ผู้เป็นบิดา ตรวจสอบประวัติเบื้องต้นพบว่าเป็นอดีตนายทหารสังกัดหน่วยนาวิกโยธิน (นย.) กองทัพเรือ ยศสุดท้ายคือ “เรือโท” ส่วน นายยศกร ลังเดช อายุ 23 ปี บุตรชายของนายสมพร ขณะถูกควบคุมตัวทำหน้าที่ขับรถให้บิดา ตอนแรกมีข้อมูลว่าอาจจะเป็นอดีตทหารพราน แต่ภายหลังได้รับการยืนยันจาก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ว่าไม่เคยรับราชการทหาร ทั้งทหารหลักและทหารพราน
อย่างไรก็ดี การตรวจสอบนี้ครอบคลุมเฉพาะทหารพรานในส่วนของกองทัพภาคที่ 4 เท่านั้น ส่วนกรณีที่เจ้าตัวอาจสังกัดหน่วยอื่น หรือใช้ชื่อ-สกุลอื่นในการบรรจุเป็นอาสาสมัครทหารพรานหรือไม่ ยังอยู่ระหว่างการขยายผลตรวจสอบเชิงลึก
@@ เปิดข้อมูลค้นรถสองพ่อลูก เจออาวุธปืนใหม่
สำหรับสิ่งของที่ตรวจยึดได้จากรถยนต์ที่สองพ่อลูกขับมา มีทั้งสิ้น 4 รายการ ได้แก่ อาวุธปืนพกสั้นขนาด .45 (11 มม.) พร้อมกระสุน 10 นัด และโทรศัพท์มือถืออีก 3 เครื่อง เจ้าหน้าที่ส่งไปตรวจสอบความเชื่อมโยงทางเทคโนโลยี และพิสูจน์หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์
เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบคดีรายหนึ่ง เปิดเผยข้อมูลว่า จากการตรวจสอบอาวุธปืนที่ยึดได้ เป็นปืนที่ไม่มีประวัติการครอบครองในระบบ อาจเป็นอาวุธปืนใหม่ รวมถึงเครื่องกระสุนที่พบ มีที่มาจากประเทศฟิลิปปินส์
สำหรับการคุมตัวส่งศูนย์ซักถาม เจ้าหน้าที่แยกส่งตัวไปคนละศูนย์ โดยนายสมพร ผู้เป็นบิดา ถูกส่งไปยัง ศูนย์ซักถาม หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 46 ขณะที่ นายยศกร ลูกชาย ถูกส่งไปยัง ศูนย์ซักถาม หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43
