
มีความคืบหน้าและข้อมูลที่สำคัญอย่างยิ่งเกี่ยวกับคดียิง สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ โดยเฉพาะการตรวจสอบและสอบสวน “การให้ยืมรถของ กอ.รมน.” ซึ่งเป็น “รถใช้ในราชการ” ให้กับบุคคลภายนอก และรถถูกใช้เป็นพาหนะของคนร้ายไปก่อคดีอุกฉกรรจ์
ข้อมูลนี้ถือว่าเป็น “ข้อมูลทางการ” เพราะมาจากการเปิดเผยของ นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ในฐานะ ผอ.รมน.นราธิวาส ซึ่งได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง กรณีการนำรถยนต์ของ กอ.รมน.นราธิวาส ไปก่อเหตุยิง นายกมลศักดิ์
เป้าหมายการสอบสวน : นาวาเอก มนตรี โตประเสริฐ ร.น. หัวหน้ากลุ่มงานบริหารบุคคลและส่งกำลังบำรุง กอ.รมน.จังหวัดนราธิวาส ส่วนหน้า
ผลการสอบสวน : นาวาเอก มนตรี ยอมรับว่า ได้ให้ เรือเอก วิโรจน์ เกตุมณี ผู้ต้องหาคดีพยายามฆ่า สส.กมลศักดิ์ ยืมรถของทางราชการ จำนวน 3 ครั้ง เพราะสนิทกันตั้งแต่เมื่อครั้งศึกษาในโรงเรียนนายเรือ
ครั้งล่าสุดให้ยืมเมื่อวันที่ 19 มี.ค.69 โดยไม่ทราบว่าได้นำไปใช้ก่อเหตุยิง สส.กมลศักดิ์ และได้ไปแจ้งความรถหายเมื่อวันที่ 23 มี.ค.69
เหตุใดแจ้งความช้า : ประเด็นนี้ไม่มีรายงานในผลการสอบสวน
ผลหลังจากนี้ : ส่งผลการสอบสวนไปยังแม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้บังคับบัญชาแล้ว ทราบว่าน่าจะมีการตั้งกรรมการสอบวินัยตามขั้นตอนของทหารพระธรรมนูญต่อไป
@@ ฟ้องแพ่งเอาผิดทางละเมิด - ผู้ว่านราฯโดนสอบด้วย
อีกด้านหนึ่ง พ.อ.เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) รายงานการดำเนินการกับ นาวาเอก มนตรี หลังได้รับผลการสอบสวนข้อเท็จจริงจากผู้ว่าฯนราธิวาส และแม่ทัพภาคที่ 4 สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยแล้ว โดยจะมีผลต่อเนื่อง 2 กรณี กล่าวคือ
กรณีที่ 1 : ความผิดทางละเมิด กรณีนำรถราชการไปใช้ในทางที่เสียหาย ทางฝ่ายกฎหมายจะสอบสวนเพิ่มเติมจากผลสอบข้อเท็จจริงที่ กอ.รมน.นราธิวาส ส่งมา เพื่อดำเนินคดีในทางแพ่ง เพราะรถที่ใช้ในการก่อเหตุเป็นรถที่ส่งมาจาก กอ.รมน.ส่วนกลาง ไม่ใช่ของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า
กรณีที่ 2 :ความผิดทางวินัย โดยแม่ทัพภาคที่ 4 ได้ตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยผู้เกี่ยวข้องใน กอ.รมน.นราธิวาส โดยให้รองแม่ทัพภาคที่ 4 เป็นประธาน ซึ่งจะสอบสวนรวมไปถึงผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ในฐานะ ผอ.รมน.นราธิวาส และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่เฉพาะ นาวาเอก มนตรี โดยจะนำผลสอบของทาง กอ.รมน.นราธิวาส มาตรวจสอบด้วยส่วนผลจะออกมาอย่างไร
“หากมีความผิดจะมีการพิจารณาโทษต่อไป ซึ่งแม่ทัพภาคที่ 4 ยืนยันว่าจะไม่ปกป้องคนผิดที่ทำให้ราชการเสียหาย”
@@ โฆษก ทร.เผยพร้อมให้ข้อมูลกำลังพลเอี่ยวคดี
มีความเคลื่อนไหวจากกองทัพเรือในส่วนกลางด้วยเช่นเดียวกัน
กล่าวคือ พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า หน่วยงานต้นสังกัดของ นาวาเอก มนตรี คือ สำนักงานประสานภารกิจด้านความมั่นคงกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กองทัพเรือ (สง.ปรมน.ทร.) โดย พลเรือโท ทรงศักดิ์ จุมปามัญ ผอ.สง.ปรมน.ทร.ได้มีคำสั่งให้ นาวาเอก มนตรี กลับไปปฏิบัติหน้าที่ที่ส่วนกลางที่กรุงเทพมหานคร เพื่อไม่ให้ยุ่งเหยิงกับคดี โดยมีคำสั่งเรียกตัวกลับส่วนกลางในวันที่ 7 เม.ย.69
พร้อมย้ำว่า...
- กองทัพเรือไม่ได้เพิกเฉย
- ต้องการให้พนักงานสอบสวนปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มที่
- กรณีมีอดีตทหารเรือเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย แม้จะออกจากราชการไปแล้ว แต่พร้อมจะให้ข้อมูล
- ข้อมูลที่พร้อมให้ คือ ประวัติที่เป็นประโยชน์ในการสืบสวนสอบสวน
@@ ทร.เปิดประวัติเบื้องต้น 2 ลูกประดู่เอี่ยวยิง สส.
ข้อมูลเบื้องต้นที่โฆษกกองทัพเรือเปิดเผย เกี่ยวกับอดีตทหารเรือที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีอย่างน้อย 2 คน ได้แก่
เรือเอก วิโรจน์ เกตุมณี - หนึ่งในสองผู้ต้องหาที่ยังหลบหนี ได้ลาออกจากราชการไปประกอบอาชีพอื่นหลายปีแล้ว
นายสมพร ลังเดช (อดีตเรือโท) - เข้าโครงการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด
@@ “นาวาเอก” รับสาย บอกกำลังไป กทม.
ภายหลังมีข่าวเกี่ยวกับ นาวาเอก มนตรี ทั้งเรื่องถูกตั้งกรรมการสอบ และถูกสั่งให้ไปปฏิบัติหน้าที่ที่กรุงเทพฯ “ทีมข่าว” ได้พยายามติดต่อไปที่ นาวาเอก มนตรี โดยใช้โทรศัพท์โทรเข้าไป ปรากฏว่าเจ้าตัวรับสาย และบอกกับทีมข่าวว่า กำลังขึ้นเครื่องบินจากสนามบินนราธิวาส เพื่อไปปฏิบัติหน้าที่ที่ส่วนกลาง หลังผู้บังคับบัญชามีคำสั่งให้ย้ายด่วน
@@ ฝากขัง 3 ผู้ต้องหาทีมยิง สส.นราฯ - ล่าตัวอีก 2

ทางด้านความคืบหน้าของคดี ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาซึ่งคาดว่าเป็น “ทีมสังหาร” จำนวน 5 ราย และจับกุมตัวได้ 3 ราย คือ
- นายสมพร ลังเดช ทำหน้าที่เตรียมการ ประสานงานและชี้เป้า ถูกควบคุมตัวที่ สภ.เมืองนราธิวาส
- นายอลาวี อาแว คนขับรถ หรือโชเฟอร์ ถูกควบคุมตัวที่ สภ.บาเจาะ
- นายสุนทร พรหมภักดี เจ้าของอู่รถ ทำหน้าที่ซุกซ่อนและชำแหละรถยนต์กระบะโตโยต้า สีขาว ของกลาง ถูกควบคุมตัวอยู่ที่ สภ.ตันหยง อ.เมืองนราธิวาส
ล่าสุด วันอังคารที่ 7 เม.ย. พนักงานสอบสวนได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ไปขออำนาจศาลจังหวัดนราธิวาสฝากขังผัดแรก เนื่องจากได้ควบคุมตัวครบ 48 ชั่วโมงแล้ว แต่กระบวนการสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จ โดยในชั้นสอบสวนสามารถฝากขังได้ครั้งละ 12 วัน แต่ไม่เกิน 7 ครั้ง เนื่องจากคดีมีอัตราโทษจำคุกเกิน 10 ปี
ทั้งนี้ การฝากขังผัดแรก ในส่วนของนายสมพร มีทนายความและภรรยาเดินทางมาสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด
ส่วนผู้ต้องหาอีก 2 รายที่ยังหลบหนี คือ นายธนภัทร วัฒนภิญโญ อดีตทหารพราน และ เรือเอก วิโรจน์ เกตุมณี อดีตทหารเรือ และเป็นคนยืมรถจาก กอ.รมน.นราธิวาส ซึ่งเป็นพาหนะที่ใช้ก่อเหตุ อีกทั้งยังทำหน้าที่มือปืนนั้น ทั้งสองคนยังอยู่ระหว่างการหลบหนี เจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามจับกุมตัวมาลงโทษ
@@ ปล่อย “ยศกร – จำลอง” สอบแล้วไม่เกี่ยวคดี
ในส่วนของ นายจำลอง ซึ่งเป็นช่างประจำอู่ของนายสุนทร เจ้าหน้าที่สอบสวนแล้ว ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสังหาร
รวมถึง นายยศกร ลังเดช บุตรชายของนายสมพร ซึ่งถูกออกหมาย พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ด้วย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สอบสวนแล้วเช่นกัน เชื่อว่าในวันเกิดเหตุอยู่ที่บ้าน ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการปล่อยตัวเป็นอิสระ
