
พรรคประชาชาติประชุมใหญ่สามัญประจำปี เดินหน้าขับเคลื่อนพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน “พ.ต.อ.ทวี” ประกาศกลางปัตตานี ทวงความยุติธรรมคดีลอบสังหาร สส.กมลศักดิ์ แฉหลักฐานชัดยังมีผู้บงการที่ใหญ่กว่า 5 ผู้ต้องหา ซัดระบบคิดหน่วยงานรัฐยังมองคนการเมืองเป็นภัยความมั่นคง ด้าน “กมลศักดิ์” คอนเฟิร์มแจ้งจับเพิ่ม 2 ทหารเรือ
วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน 2569 ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี (มอ.ปัตตานี) พรรคประชาชาติจัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 โดยมีแกนนำพรรค สส. และสมาชิกพรรคเข้าร่วมจำนวนหลายร้อยคน ท่ามกลางกระแสการเมืองที่ร้อนระอุและการจับตาถึงทิศทางของพรรคต่อสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวเปิดประชุมโดยให้น้ำหนักกับประเด็นการคุกคามสมาชิกพรรค โดยเฉพาะเหตุการณ์จ้างวานฆ่า นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส ซึ่งเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ
พ.ต.อ.ทวี ระบุว่า แม้ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 5 ราย แต่จากการสืบสวนพบว่า เป็นเพียงกลุ่มผู้รับจ้างที่ทำหน้าที่ตามคำสั่งที่ส่งต่อกันมาเป็นทอดๆ
“ในคดีจ้างวานนั้น พยานหลักฐานหาได้ยากเพราะเป็นเรื่องเร้นลับ แต่เราจะปล่อยให้เหตุการณ์นี้จบลงโดยไม่รู้ถึงผู้บงการหรือผู้ใช้จ้างวานไม่ได้ เพราะนี่คือการทำลายพรรคการเมือง ท่านกมลศักดิ์เป็น สส.ด้านกฎหมายและสิทธิมนุษยชน หากพรรคไม่สามารถดำเนินการให้ถึงที่สุดได้ ประชาชนจะขาดความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม”
@@ แฉมี “ผู้บงการ” ใหญ่กว่า 5 ผู้ต้องหา
พ.ต.อ.ทวี ยังเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกว่า มีพยานหลักฐานที่บ่งชี้ว่า “มีผู้บงการที่ใหญ่กว่า 5 คน” ที่ถูกจับกุม โดยได้รับข้อมูลเหล่านี้จากผู้กระทำผิดที่สื่อสารผ่านญาติและที่ปรึกษากฎหมายของแต่ละคนในระหว่างการควบคุมตัว
พร้อมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบระบบการสื่อสารและเส้นทางการเงินอย่างละเอียด เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่เตรียมการมานาน
@@ ระบบคิดรัฐ ยังมองคนการเมืองเป็นภัยความมั่นคง

หัวหน้าพรรคประชาชาติ ยังได้กล่าวถึง “ระบบคิด” ของหน่วยงานความมั่นคงบางกลุ่มที่ยังมองการรวมตัวทางการเมืองเป็นภัยต่อความมั่นคง โดยระบุว่า ความคิดดังกล่าวขัดต่อหลักประชาธิปไตยและรัฐธรรมนูญ มาตรา 45 ที่คุ้มครองเสรีภาพในการจัดตั้งพรรคการเมือง
“มีความคิดอีกกลุ่มหนึ่งที่มองว่าพรรคการเมืองที่เกิดจากการรวมตัวของคนในพื้นที่เป็นศัตรูกับความมั่นคง ความคิดนี้ใช้ไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญคือกฎหมายสูงสุด อะไรที่ขัดกับรัฐธรรมนูญย่อมตกไป ผมอยากฝากไปถึงหน่วยงานความมั่นคงว่า ใครก็ตามที่เดินเข้าสู่วิถีทางรัฐสภา ให้ประชาชนเลือกตั้งมา นั่นคือความงดงามของระบบ”
นอกจากนี้ พ.ต.อ.ทวี ยังกล่าวถึงกรณีที่มีบุคคลออกมาให้ข่าวในเชิงบิดเบือนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคดีนี้ เช่น ให้ข่าวว่า สส.กมลศักดิ์ ไม่ได้อยู่ในรถขณะโดนยิง หรือไม่มีการใช้ศาลากลางจังหวัดหลังเก่า ในการประชุมวางแผนของทีมสังหารกับเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง แต่นัดพบกันที่บ้านของ นายสมพร ลังเดช หนึ่งในผู้ต้องหา
โดยตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ที่ออกมาให้ข่าวอาจมีความ “ร้อนตัว” หรือเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายผู้กระทำผิดหรือไม่ โดยเน้นย้ำว่าพยานหลักฐานทุกอย่างเป็นวิทยาศาสตร์และตรวจสอบได้ พร้อมยืนยันข้อมูลที่เคยให้สัมภาษณ์และพูดในสภา
@@ สส.กมลศักดิ์ แจ้งความเพิ่ม 2 นายทหารเอี่ยวคดี

ด้าน นายกมลศักดิ์ เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลากว่าหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ทีมงานไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่ได้เร่งวิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีและรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียด จนพบข้อบ่งชี้ว่าผู้ร่วมกระทำความผิดในคดีนี้อาจมีจำนวนมากกว่า 5 รายตามที่มีการระบุตัวตนไว้ในเบื้องต้น
“เราได้ข้อมูลมาและนำมาวิเคราะห์เกี่ยวกับพฤติกรรมต่างๆ ในการก่อเหตุ หลายอย่างน่าเชื่อว่าคนที่ร่วมกระทำความผิดไม่ใช่มีแค่ 5 คนนี้ แต่สำคัญที่สุดคือเราไม่ต้องการกล่าวหาใครโดยปราศจากพยานหลักฐานที่ชัดเจน”
นายกมลศักดิ์ กล่าวอีกว่า ยอมรับว่าคดีนี้มีความซับซ้อนสูง เนื่องจากมีลักษณะเป็น “คดีจ้างวาน” ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีในวงการกฎหมายว่า การจะสาวไปให้ถึง “ตัวการใหญ่” หรือผู้บงการนั้นทำได้ยากยิ่ง หากไม่ได้ข้อมูลจากปากคำของผู้ร่วมขบวนการด้วยกันเอง พยานหลักฐานชิ้นสำคัญจึงอยู่ที่การซักถามและคำให้การของผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ ซึ่งเริ่มมีการซัดทอดและให้ข้อมูลที่เชื่อมโยงไปถึงบุคคลอื่นที่มีส่วนเกี่ยวข้อง
ด้านความคืบหน้าล่าสุดในการดำเนินคดีทางอาญา นายกมลศักดิ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มีการดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษบุคคลเพิ่มเติมแล้ว ซึ่งเป็นนายทหารที่ยังรับราชการอยู่ในปัจจุบัน จำนวน 2 นาย ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการรวบรวมพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวน
ช่วงเย็นวันเดียวกัน นายกมลศักดิ์ ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.บาเจาะ เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับบุคคลที่เชื่อว่าเป็น “ผู้จ้างวาน” หรือ “ประสานงานในลักษณะแบ่งงานกันทำ” ในคดีลอบสังหารตนเอง ตามที่ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีไว้ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 25 เม.ย.
โดยมีการระบุชื่อบุคคลอย่างชัดเจน 2 ราย คือ
1.นาวาเอก มนตรี ผู้ที่ให้ เรือเอกวิโรจน์ มือปืน ยืมรถกระบะของ กอ.รมน.ไปใช้ก่อเหตุ
2. นาวาตรี เดโช (สงวนนามสกุล) ซึ่งข้อมูลระบุว่า เป็นนายทหารที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่เช่นกัน
@@ ชูขับเคลื่อนพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนให้ดีขึ้น

สำหรับการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 ของพรรคประชาชาติ ที่ประชุมมีการเลือกตั้งรองหัวหน้า รองเลขาธิการพรรค และให้สมาชิกรับรองผลการประชุมใหญ่วิสามัญพรรคประชาชาติ ประจำปี 2568 ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 25 ธ.ค.68 ที่ จ.ยะลา
ซึ่งที่ประชุมได้เลือก พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ให้เป็นหัวหน้าพรรคอีกสมัย และเลือก นายซูการ์โน มะทา เป็นเลขาธิการพรรค และยังมีกรรมการบริหารพรรคที่ได้รับการเลือกอีก จำนวน 17 คน ส่วน นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา เป็นประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ
พ.ต.อ.ทวี เผยว่า พรรคประชาชาติต้องการปรับพลวัตทางการเมือง โดยเน้นว่า “ประชาธิปไตยไม่ใช่แค่การเลือกตั้ง” แต่คือการทำให้คุณภาพชีวิตประชาชนดีขึ้น
ประเด็นสำคัญที่พรรคประชาชาติเตรียมขับเคลื่อน ชี้เป้า คือ เหตุใดยิ่งพัฒนาพื้นที่ชายแดนใต้ แต่คนในพื้นที่ยิ่งยากจนลง และคุณภาพการศึกษาด้อยลง ฉะนั้นต้องเปลี่ยนกระบวนทัศน์ ที่ผ่านมาอาจมุ่งเรื่องความมั่นคงมากเกินไปหรือไม่ จึงควรเปลี่ยนให้นำความเจริญและความสุขของประชาชนเป็นตัวตั้ง แม้จะมีจำนวน สส. ไม่มาก แต่ยืนยันจะต่อสู้เพื่อให้สิ่งที่หาเสียงไว้เกิดผลเป็นรูปธรรม
“เราพบกับดักเรื่องคุณภาพชีวิตในพื้นที่ ยิ่งสร้างความมั่นคง ประชาชนยิ่งขาดโอกาส พรรคประชาชาติจะเปลี่ยนแผนงานใหม่ทั้งหมด โดยเอาประชาชนเป็นศูนย์กลาง นี่คือเดิมพันของเรา" พ.ต.อ.ทวี กล่าวทิ้งท้าย
