
“อ.เบน - ประชาชาติ” แฉขบวนการล่าสังหาร “สส.กมลศักดิ์” มีถึง 4 ระดับ ทีมมือปืน 5 คนที่ถูกจับแค่ระดับล่างสุด จี้ตำรวจออกหมายจับผู้ประสานงาน อำนวยความสะดวก เพื่อสาวให้ถึง “ผู้บงการตัวจริง” ด้านรอง ผบช.ภ.9 เรียกทีมสอบสวนกว่า 30 นาย ถกเครียดกว่า 4 ชั่วโมง คาดใน 3 วันอาจแจ้งข้อกล่าวหา 2 ทหารเรือที่เอี่ยวคดี
เช้าวันจันทร์ที่ 27 เม.ย.69 ดร.อับดุลเราะมัน มอลอ หรือ “อ.เบน” รองเลขาธิการพรรคประชาชาติ ให้สัมภาษณ์รายการ “เนชั่นวิเคราะห์ข่าว” ทางเนชั่นทีวี ถึงความคืบหน้าในการคลี่คลายคดียิง สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ซึ่งทางพรรคไม่เชื่อ มีทีมปฏิบัติการแค่ 5 คน โดยบอกว่า จากการเก็บข้อมูลเชิงลึกในพื้นที่ พบว่าคดีนี้มีตัวละคร 4 ระดับ มากกว่า 5 คนแน่นอน
ระดับที่ 1 สูงสุด คือ ผู้บงการ “ตัวจริง”
ระดับที่ 2 ผู้ประสานงาน วางแผน
ระดับที่ 3 ผู้อำนวยความสะดวก จัดหาอาวุธ กระสุน ยานพาหนะ ประสานเรื่องการหลบหนี
ระดับที่ 4 กลุ่มมือปืน ซึ่งถูกออกหมายจับและจับกุมแล้ว 5 คน
อาจารย์เบน ขยายความว่า ขณะนี้ผู้ต้องหาทั้ง 5 คน คือกลุ่มเดียวที่ถูกจับและถูกแจ้งข้อหา อยู่ระดับที่ 4 เท่านั้น แต่อีก 3 ระดับเหนือขึ้นไปยังไม่มีการแจ้งข้อหา หรือออกหมายจับเลย จึงเป็นหน้าที่ของคณะทำงานของพรรคประชาชาติที่ต้องให้ข้อมูลกับตำรวจ ซึ่งในส่วนของ สส.กมลศักดิ์ ก็ได้ไปแจ้งความเพิ่ม และให้ข้อมูลกับตำรวจไปแล้ว
ส่วนการประชุมของชุดคลี่คลายคดีชุดใหญ่ ที่ตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส ทางพรรคก็หวังว่าจะมีการแจ้งข้อหาเพิ่มกับผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกลุ่มที่เป็นข้าราชการและถูกพาดพิงว่ามีความเกี่ยวพันกับคดี ส่วนจะออกหมายเรียกหรือหมายจับ ก็เป็นดุลยพินิจของพนักงานสอบสวน
ดร.อับดุลเราะมัน ยังฝากถึงข้าราชการโดยรวมที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ว่า ขอให้เข้าใจการดำเนินการของพรรคที่ต้องทำความจริงให้ปรากฏ ไม่ได้ต้องการจะก่อผลกระทบใดๆ ฉะนั้นจึงขอเรียกร้องให้ข้าราชการที่ถูกพาดพิงถึง ยอมพิสูจน์ตัวเองผ่านกระบวนการยุติธรรม เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ถูกผิดก็ว่าไปตามพยานหลักฐาน ส่วนคนที่ไม่เกี่ยวข้องก็ไม่ควรนำกระดูกมาแขวนคอ
(เทียบสำนวนไทย เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง เอากระดูกมาแขวนคอ หมายถึง การที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย หรือไม่ได้ประโยชน์อะไรจากเรื่องราวที่เกิดขึ้นเลย แต่กลับต้องมารับเคราะห์หรือรับผิดชอบ หรือได้รับความเดือดร้อนจากเรื่องนั้นๆ อย่างไม่ยุติธรรม)
@@ ปิดห้องถกเครียดทีมสอบสวน 4 ชั่วโมง - ออกมาปิดปากเงียบ

ช่วงบ่ายวันเดียวกัน ที่ห้องประชุมกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส (บก.ภ.จว.นราธิวาส) อ.เมือง จ.นราธิวาส พล.ต.ต.ธเรศ แก้วละเอียด รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 (รอง ผบช.ภ.9) ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน คดีลอบสังหาร สส.กมลศักดิ์ ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดคลี่คลายคดี จำนวนกว่า 30 นาย
การประชุมครั้งนี้เจ้าหน้าที่ห้ามผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง รวมถึงสื่อมวลชนเข้ารับฟังหรือสังเกตการณ์ โดยการประชุมใช้เวลานานถึง 4 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ โดยไม่มีการให้สัมภาษณ์หรือแถลงต่อสื่อมวลชนแต่อย่างใด
@@ ยอมรับผู้ร่วมขบวนการมีมากกว่า 5 คน
แหล่งข่าวจากในที่ประชุมให้ข้อมูลกับทีมข่าวว่า มีการสอบถามถึงความเชื่อมโยงเชิงลึกทางคดี โดยเฉพาะผู้จ้างวาน ผู้บงการ และคนรับงาน รวมถึงความเชื่อมโยงกลุ่มบุคคลอำนวยความสะดวกในเรื่องของการจัดหาอาวุธปืน กระสุนปืน ยานพาหนะการ และประสานงานการหลบหนีหลังก่อเหตุ
โดยมีการให้ข้อมูลว่า กลุ่มผู้ร่วมก่อเหตุทั้ง 5 คนที่ถูกจับกุมได้ก่อนหน้านี้ ให้การลักษณะเป็นประโยชน์พอสมควร แต่ยังไม่มีใครซัดทอดถึงรายละเอียดของบุคคลผู้ว่าจ้างหรือผู้รับงาน ซึ่งตามแนวทางในการสอบสวนของเจ้าหน้าที่เชื่อว่าน่าจะมีกลุ่มผู้ร่วมขบวนการก่อเหตุมากกว่า 5 คนที่ถูกจับกุมแล้ว
@@ ถกปม 2 ทหารเรือถูก “กมลศักดิ์” แจ้งดำเนินคดี
นอกจากนั้น ในที่ประชุมยังได้พูดคุยสอบถามพนักงานสอบสวนเกี่ยวกับกรณีที่ สส.กมลศักดิ์ เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษว่ามีเจ้าหน้าที่ทหารที่เกี่ยวข้องในคดีนี้อีก 2 นาย คือ
1. นาวาเอก มนตรี โตประเสริฐ หัวหน้ากลุ่มงานบริหารบุคคลและส่งกำลังบำรุง กอ.รมน.นราธิวาส ซึ่งเป็นผู้ให้ เรือเอกวิโรจน์ เกตุมณี ยืมรถของ กอ.รมน.ไปก่อเหตุ ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนความผิดทางวินัยของต้นสังกัด
2. นาวาตรี เดโช รัตนพันธุ์ เจ้าหน้าที่การข่าวหน่วยนาวิกโยธิน ซึ่งน่ามีส่วนรู้เห็นและมีส่วนร่วมในเหตุการณ์
มีการรายงานข้อมูลว่า พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนหาความเชื่อมโยงของเจ้าหน้าที่ทหารทั้ง 2 นาย กับผู้ต้องหา 5 คนที่ถูกจับกุมได้แล้ว ว่ามีความเกี่ยวพันกันหรือไม่
@@ คาดใน 3 วัน อาจมีแจ้งข้อหาเพิ่ม 2 ทหาร
ด้านแหล่งข่าวซึ่งอยู่ในชุดคลี่คลายคดี เปิดเผยว่า การสืบสวนสอบสวนหาความเชื่อมโยงของเจ้าหน้าที่ทหาร 2 นายที่ถูกแจ้งความกล่าวโทษจาก สส.กมลศักดิ์ ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนั้น ผลการสอบสวนน่าจะแล้วเสร็จภายใน 3 วัน และจะมีข้อสรุปว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่
ทั้งนี้ คาดว่าเจ้าหน้าที่ทหารทั้ง 2 นายที่ถูกกล่าวโทษ เมื่อทราบข่าวครึกโครม คงจะเดินทางมาพบนักงานสอบสวนโดยเร็ว เพราะเป็นผลประโยชน์ต่อตนเองที่จะได้ชี้แจง ก่อนที่จะถูกเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา หากพบเบาะแสความเชื่อมโยงในท้ายที่สุด
@@ กล้องวงจรปิดศาลากลางหลังเก่า เสียยกล็อตจริง!
แหล่งข่าวรายเดิม ยังเปิดเผยเพิ่มเติมอีกว่า กรณีมีข่าวกล้องโทรทัศน์วงจรปิด หรือ ซีซีทีวี ที่ศาลากลางจังหวัดนราธิวาสหลังเก่า ชำรุดเสียหายทั้งหมด ทั้งๆ ที่เป็นสถานที่ทำงานของหน่วยงาน กอ.รมน. ซึ่งอยู่ชั้นที่ 2 และเป็นห้องทำงานของ นาวาเอก มนตรี ซึ่งมีข้อมูลพาดพิงว่า ทีมผู้ต้องหาที่เป็นมือปืน เคยไปพบปะหารือถึงอาคารศาลากลางหลังเก่านั้น
ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบแล้วพบว่า กล้องวงจรปิดเสียจริง ส่วนผู้ต้องหาทั้ง 5 คนที่ถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำนราธิวาส ทั้ง 5 คนถูกจัดแยกขัง และพนักงานสอบสวนได้เข้าไปสอบสวนปากคำเพิ่มเติม แต่ทุกคนยังให้การเช่นเดิมว่า แต่ละคนมีหน้าที่อะไรในการก่อเหตุ ยกเว้น นายสมพร ลังเดช ผู้ต้องหาคนแรกที่ถูกจับกุมได้ ยังคงไม่ให้การใดๆ กับพนักงานสอบสวน
