
“ทีมข่าวอิศรา” เปิดหลักฐานยืนยันจากตำรวจ เทียบกับกองทัพเรือ ชี้ชัดอาวุธเอ็ม 16 ที่ตามยึดได้หลังจากทีมสังหารใช้ยิงถล่ม สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ เคยเป็นปืนที่ใช้ในราชการของหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน
เอกสารชิ้นแรก เป็นรายงานผลตรวจพิสูจน์ปลอกกระสุนปืน และอาวุธปืนที่คนร้ายใช้ยิง สส.กมลศักดิ์ และนำไปทิ้งน้ำ โดยตำรวจตามยึดได้จากคลองส่งน้ำหลังมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ต.โคกเคียน อ.เมือง จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 1 เม.ย.69 หลังใช้ก่อเหตุยิง สส.กมลศักดิ์ ได้ราวๆ 11-12 วัน
รายงานผลตรวจข้อหนึ่ง ระบุว่า ปืนเล็กกล เอ็ม 16 ขนาด 5.56 มม. หมายเลขประจำปืน คือ 8122935 จากการตรวจสอบเพิ่มเติมไม่ปรากฏข้อมูลเกี่ยวกับอาวุธปืนสูญหายกับฐานข้อมูลของหน่วย
ผลตรวจข้อนี้ หมายความว่า อาวุธปืนที่ตามยึดได้ ไม่ได้มีการลบเลขประจำปืน แต่เมื่อตรวจสอบเปรียบเทียบกับอาวุธปืนที่แจ้งสูญหายของหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ เช่น กรณีถูกคนร้ายชิงไป ไม่พบว่าอยู่ในทะเบียนอาวุธปืนสูญหาย
ความหมายก็คือ อาวุธปืนเอ็ม 16 กระบอกนี้ มีสภาพพร้อมใช้งาน และไม่ใช่ “ปืนเวียน” ที่ใช้กันในหมู่ของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง หรือขบวนการแบ่งแยกดินแดนแต่อย่างใด รวมถึงไม่มีหลักฐานเชื่อมโยงว่าถูกใช้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่มาก่อน
ผลตรวจดังกล่าวนี้ทำให้ “ชุดติดตามคดีของพรรคประชาชาติ” มืดแปดด้านในช่วงแรก เพราะไม่มีความชัดเจนว่า ปืนที่คนร้ายใช้ เป็นปืนที่ได้มาจากไหน และผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้ ก็ไม่ปริปากให้การในส่วนนี้
ต่อมาเมื่อมีการกดดันให้มีการตรวจสอบในเชิงลึก ก็พบข้อมูลที่นำมาเชื่อมต่อกันได้พอดี นั่นก็คือ ข้อมูลจากกรมสรรพาวุธทหารเรือ ที่ตรวจสอบอาวุธปืนเล็กยาว เอ็ม 16 ขนาด 5.56 มม. หมายเลข 8122935 ระบุว่า อาวุธปืนกระบอกนี้ กรมสรรพาวุธทหารเรือได้จ่ายให้หน่วยบัญชาการนาวิกโยธินในราชการเป็นหน่วยสุดท้าย เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2537 และหน่วยได้นำส่งคืนกรมสรรพาวุธทหารเรือ เมื่อ 9 กรกฎาคม 2563
ต่อมากรมสรรพาวุธทหารเรือได้เสนอขออนุมัติกองทัพเรือ จำหน่ายอาวุธปืนดังกล่าวออกจากบัญชี เนื่องจากชำรุด ไม่สามารถใช้ราชการได้ และกองทัพเรือได้อนุมัติจำหน่ายออกจากบัญชี โดยวิธีทำลาย รวมทั้งกรมสรรพาวุธทหารเรือได้ดำเนินการทำลายและฝังกลบเรียบร้อยแล้ว
ทั้งหมดนี้คือข้อมูลเอกสารที่ยืนยันว่า อาวุธปืนที่ใช้ยิง สส.กมลศักดิ์ ซึ่งเป็นปืนสงคราม เอ็ม 16 เป็นปืนที่เคยใช้ในราชการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน แต่ยังคงมีปริศนาที่คลี่คลายต่อไปว่า อาวุธปืนกระบอกนี้ ซึ่งกรมสรรพาวุธทหารบกชี้แจงว่าชำรุด จึงถูกจำหน่ายและทำลายทิ้งแล้วนั้น เหตุใดจึงมาอยู่ในมือของทีมสังหาร สส.กมลศักดิ์ ได้ และใช้งานได้อย่างไม่ติดขัด เหมือนไม่เคยชำรุดมาก่อนเลย
@@ “กมลศักดิ์” งัด 2 คำถาม ตำรวจยอมรับ เอ็ม 16 ของ นย.

ปริศนานี้ถูกนำมาซักถามกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการประชุมคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 4 มิ.ย.69 ที่อาคารรัฐสภา
บรรยากาศการประชุมเป็นไปอย่างเคร่งเครียด โดย สส.กมลศักดิ์ ตั้งคำถามกับตำรวจชุดคลี่คลายคดี และผู้แทนกองทัพเรือหลายคำถาม แต่ “ทีมข่าวอิศรา” สรุปมาเฉพาะ 2 คำถามสำคัญที่เป็นประเด็นใหม่ ไม่เคยถามมาก่อน คือ
1.จริงหรือไม่ที่ตำรวจไม่พยายามตรวจสอบข้อมูลการใช้โทรศัพท์ของกลุ่มผู้ต้องหา ทั้งๆ ที่มีคำสั่งให้ส่งข้อมูลการใช้โทรศัพท์จากผู้ให้บริการไปยังตำรวจภูธรภาค 9 ทุกวัน และมีความพยายามติดต่อบริษัทผู้ให้บริการ อย่าให้ความร่วมมือส่งหลักฐานที่เกี่ยวกับคดีนี้
2.กรมสรรพาวุธทหารเรือ แจ้งว่า อาวุธปืนที่ใช้ยิงในคดีนี้ เคยอยู่ในบัญชีของกองทัพเรือ มอบให้หน่วบัญชาการนาวิกโยธิน จำนวน 2 กระบอก ตั้งแต่ปี 2535 ต่อมาไม่สามารถใช้งาน ได้แจ้งทำลาย จำนวน 40 กระบอก ในปี 2563 โดยมีบัญชีแจ้งทำลาย ถามว่าใครเป็นคนแจ้ง และมีการทำลายจริงหรือไม่ เนื่องจากผลตรวจอาวุธปืนหลังก่อเหตุ โดยกองพิสูจน์หลักฐานของตำรวจ พบว่าอาวุธปืนสามารถใช้การได้เป็นปกติ แล้วอาวุธปืนในบัญชีทำลายอีก 39 กระบอก ไปอยู่ที่ไหน
ฝ่ายตำรวจ นำโดย พล.ต.ต.ประยงค์ โคตรสาขา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส ตอบคำถามของ สส.กมลศักดิ์ สรุปได้ดังนี้
1.เรื่องข้อมูลโทรศัพท์ ได้ดำเนินการตรวจสอบอย่างเต็มที่ ไม่มีความพยายามตัดตอนหลักฐานตามที่กล่าวหา
2.เรื่องอาวุธปืน เมื่อวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา ตำรวจเพิ่งได้รับผลตรวจอาวุธปืน 1 กระบอก เป็นปืนของกองทัพเรือที่มอบให้กับหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน แต่จำหน่ายเพราะเป็นปืนใช้การไม่ได้ และทำลายโดยกองทัพเรือไปแล้ว
พ.ต.อ.สรชัช ปร่ำเป็ง ผู้กำกับการ กลุ่มงานสอบสวน กองบังคับการสืบสวนสอบสวนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ชี้แจงเพิ่มเติมว่า
- ตำรวจแทบจะหยุดงานอื่นทั้งหมด เพื่อทำคดีนี้ให้เกิดความยุติธรรมมากที่สุด
- สำนวนคดีนี้มี 7 แฟ้ม เอกสาร 3,000 แผ่น เพื่อพิสูจน์ให้เห็นความผิดของผู้ต้องหา นำไปสู่การพิจารณาและพิสูจน์ในชั้นศาล
- สอบปากคำผู้ถูกกล่าวหาและพยาน รวมทั้งหมด 47 ปาก
- ตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ 11 หมายเลข
@@ “ทวี” คาใจ ทำลาย 40 กระบอก เล็ดลอดอีกเท่าไร

ด้าน พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ในฐานะที่ปรึกษากมธ.กฎหมายฯ ตั้งข้อสังเกตว่า
- อาวุธปืนที่ใช้ยิง 1 กระบอก พบว่าเป็นของกองทัพเรือ กองพิสูจน์หลักฐานของตำรวจพบว่าปืนมีสภาพดี สามารถยิงทำร้ายได้เลย ไม่พบว่ามีการแก้ไขใดๆ ที่ตัวปืน
- แสดงว่าปืนกระบอกนี้เป็นปืนชุดเดียวกับที่กองทัพเรือนำไปทำลาย
- คำถามคือได้ทำลายจริงหรือไม่
- ปืนอีก 1 กระบอก มีการเขียนประทับตราไว้ว่าเป็นปืนจากสหรัฐฯ มอบให้กระทรวงกลาโหมของไทย คำถามคือ เหตุใดปืนไม่ได้อยู่กับกองทัพ แต่มาอยู่กับคนที่ยิง สส.กมลศักดิ์
- การทำลายปืน 40 กระบอก ประชาชนมั่นใจได้อย่างไรว่าอีก 39 กระบอกถูกทำลายไปแล้วจริงๆ
@@ ทร.ตอบไม่ได้ทำไมปืนคืนชีพ - รอมฎอนซัด “ปืนผีดิบ”
ฝ่ายผู้แทนของกองทัพเรือ ชี้แจงว่า โดยปกติปืนที่ไม่สามารถใช้งานได้แล้ว หรือไม่มีความปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน จะทำการ “รุดจำหน่าย”
- เมื่อ “รุดจำหน่าย” ไปแล้ว จะไม่มีการนำออกมาใช้ เพราะอุปกรณ์ไม่ปลอดภัย
- ส่วนปืนไปอยู่ตรงไหน และมีการทำลายอย่างไรนั้น จะเตรียมเอกสารมาชี้แจงอีกครั้งหนึ่ง เพราะเพิ่งทราบข้อมูลเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา
ขณะที่ นายรอมฎอน ปันจอร์ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะกรรมาธิการ ตั้งข้อสังเกตว่า “เรามีอาวุธปืนในลักษณะที่เป็น ‘ปืนผีดิบ’ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่จำนวนเท่าไหร่ เบื้องต้นจาก 40 กระบอก มีหลุดมา 1 กระบอก ซึ่งเป็นเรื่องน่ากลัวมาก”
