
ลอบบึ้มโจมตีรถตำรวจ ขณะออกปฏิบัติหน้าที่ รปภ.ครู ใกล้โรงเรียนบ้านปูลัย ยะลา เจ้าหน้าที่เจ็บ 2 ชาวบ้านโดนด้วย ส่วนที่หนองจิกสุดอุกอาจ หิ้วระเบิดถล่มโรงไฟฟ้าชีวมวล ตากใบระทึก ซุ่มยิง อส.ขณะล้อมวงคุยหน้าบ้าน โชคดีพลาดเป้า
สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงมีเหตุรุนแรงรูปแบบต่างๆ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเมื่อเวลา 08.35 น. วันอังคารที่ 9 มิ.ย.69 ตำรวจ สภ.รามัน รับแจ้งเหตุลอบวางระเบิดรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ใกล้กับโรงเรียนบ้านปูลัย หมู่ 6 ต.บาลอ อ.รามัน จ.ยะลา
เหตุเกิดขณะเจ้าหน้าที่ออกปฏิบัติภารกิจรักษาความปลอดภัยโรงเรียนและบุคลากรทางการศึกษา แรงระเบิดทำให้รถยนต์ของเจ้าหน้าที่พลิกคว่ำ ได้รับความเสียหาย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นาย และเป็นชาวบ้านที่กำลังสัญจรผ่าน 1 ราย ทั้งหมดถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลรามัน

ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้เข้าปิดกั้นพื้นที่เพื่อตรวจสอบจุดเกิดเหตุ เก็บรวบรวมพยานหลักฐาน และตรวจสอบรูปแบบการก่อเหตุอย่างละเอียด
เช่นเดียวกับ พ.ต.อ.พงศ์พันธ์ สุริยะวงศ์ ผู้กำกับการ สภ.รามัน ได้นำกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง
ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า เป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบที่มุ่งสร้างสถานการณ์ความรุนแรงและบั่นทอนบรรยากาศความปลอดภัย
@@ 3 คนร้ายบุกวางระเบิดโรงไฟฟ้าชีวมวลหนองจิก

เวลา 00.05 น.วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ตุยง รับแจ้งเหตุลอบวางระเบิดภายในโรงไฟฟ้าชีวมวลบริษัทปัตตานีกรีน จำกัด ในพื้นที่ หมู่ 1 ต.ลิปะสะโง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี มีเสียงดังขึ้นจำนวน 3 ครั้ง
ผู้จัดการโรงไฟฟ้าชีวมวล เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า มีคนร้าย 3 คน สวมหมวกไอ้โม่งปิดบังใบหน้า พร้อมอาวุธปืน วัตถุระเบิดและถังน้ำมัน บุกเข้าไปภายในพื้นที่โรงไฟฟ้า โดยลอบเข้าจากทางป่ายางพาราด้านข้างโรงงาน จากนั้นได้ข่มขู่ไล่ รปภ.ของโรงไฟฟ้าออกไปทางประตูด้านหน้า แล้วเข้าไปก่อเหตุระเบิด ยังไม่ทราบรายละเอียดความเสียหาย
ด้าน รปภ.ของโรงไฟฟ้าภายหลังถูกไล่ออกไปจากโรงงาน ได้ไปขอความช่วยเหลือที่ฐาน ตชด.43 บริเวณวงเวียนมะพร้าวต้นเดียว อ.หนองจิก
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้จัดกำลังผสมเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียด เพื่อตรวจดูความเสียหาย และเก็บพยานหลักฐานเพื่อหาเบาะแสของกลุ่มคนร้าย โดยยังไม่สรุปสาเหตุว่าเกี่ยวข้องกับการสร้างสถานการณ์ทางความมั่นคง หรือเป็นประเด็นขัดแย้งทางธุรกิจกันแน่
@@ ซุ่มยิง อส.ตากใบ กระสุนถูกอิฐบล็อก รอดหวุดหวิด

อีกเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 11.00 น. วันจันทร์ที่ 8 มิ.ย.69 พ.ต.อ.ภัควัฒน์ วันสนุก ผู้กำกับการ สภ.ตากใบ จ.นราธิวาส และ พ.ต.ต.ปิรภัทร์ ด้วงตุด สารวัตรสอบสวน สภ.ตากใบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส ได้ร่วมเดินทางไปยังบ้านของ นายมูหาหมัดอาซูวี มานา อายุ 36 ปี ที่ ต.ศาลาใหม่ อ.ตากใบ โดย นายมูหาหมัดอาซูวีเป็นสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ประจำฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบลไพรวัน (ชคต.ไพรวัน) อ.ตากใบ ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนซุ่มยิงใส่ เมื่อเวลา 21.57 น.ของคืนวันที่ 7 มิ.ย.69 ที่ผ่านมา
จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบร่องรอยรูกระสุนปืนที่บริเวณฝาผนังซึ่งเป็นอิฐบล็อกเหนือแคร่ที่อยู่ติดกับฝาผนังหลังบ้าน ตรวจสอบวิถีกระสุนปืนของคนร้าย พบว่าเป็นการใช้อาวุธปืนยิงมาจากป่าสวนปาล์มที่ติดกับป่าละเมาะ ห่างจากบ้านประมาณ 100 เมตร
อย่างไรก็ดี เมื่อเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบบริเวณที่คาดว่าเป็นจุดซุ่มยิง ไม่พบปลอกกระสุนปืนแต่อย่างใด

จากการสอบสวนทราบว่า ในขณะที่ นายมูหาหมัดอาซูวี อส.ประจำฐาน ชคต.ไพรวัน อ.ตากใบ กำลังนั่งพูดคุยกับเพื่อน ซึ่งเป็นอาสาสมัครทหารพราน และชาวบ้านในหมู่บ้านพร้อมด้วยลูกชาย รวม 7 คน บริเวณเพิงพักที่ต่อเติมจากตัวบ้าน นายมูหาหมัดอาซูวีได้ยินเสียงปืนดัง 1 นัด กระสุนเจาะเข้าที่บริเวณฝาผนัง จนสะเก็ดปูนจากอิฐบล็อกกระเด็นออกมา จึงทราบว่าถูกคนร้ายซุ่มยิง และได้ตะโกนให้เพื่อนๆ ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ยาวหมอบลงกับพื้นและดับไฟ หลังจากนั้น นายมูหาหมัดอาซูวี จึงได้พาลูกชายเข้าไปหลบในบ้านเพื่อความปลอดภัย ก่อนจะแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุดังกล่าว
นายมูหาหมัดอาซูวี ได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบว่า เมื่อปี 2551 นายยาลี มานา บิดาของตน ซึ่งในสมัยนั้นเป็นชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน หรือ ชรบ. ได้ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนสงคราม เอ็ม 16 และอาก้า กราดยิงเสียชีวิตบนถนนปากซอยห่างจากบ้านหลังเดียวกันนี้ประมาณ 50 เมตร
ส่วนเหตุที่เกิดขึ้นล่าสุด คาดว่าถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนซุ่มยิงเพื่อสังหาร แต่โชคดีที่กระสุนปืนพลาดเป้าทำให้ตนรอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่า เป็นการกระทำของสมาชิกแนวร่วมผู้ก่อเหตุรุนแรง ที่คาดว่าน่าจะมีการสำรวจเป้าหมายเอาไว้แล้วก่อนลงมือ
