
คนร้ายซุกระเบิดใต้ท่อลอดถนนใหญ่ สายสะปอม-ตากใบ ก่อนกดบึ้มหวังโจมตีรถหุ้มเกราะ อส.โก-ลก แต่พลาดเป้า รถเก๋งชาวมาเลย์ที่กำลังขับแซงรับเคราะห์แทน บาดเจ็บ 2 ราย รถพังยับทั้งคัน
สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังตึงเครียดไม่หยุด เนื่องจากมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นถี่ยิบต่อเนื่อง ล่าสุดเมื่อเวลา 11.45 น. วันจันทร์ที่ 29 มิ.ย.69 พ.ต.อ.ภัควัฒน์ วันสนุก ผู้กำกับการ สภ.ตากใบ จ.นราธิวาส รับแจ้งเกิดเหตุระเบิดบนถนนสายสะปอม - ตากใบ ท้องที่บ้านไพรวัน หมู่ 7 ต.ไพรวัน อ.ตากใบ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย และรถยนต์เก๋งได้รับความเสียหาย 1 คัน
หลังรับแจ้งจึงรีบนำกำลังรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วย พล.ต.ต.ประยงค์ โคตรสาขา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส (ผบก.ภ.จว.นราธิวาส) เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด หรือ EOD จากหน่วยปฏิบัติการพิเศษ กองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังทหารอีกจำนวนหนึ่ง

ในที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋งยี่ห้อโปรตอน สีบรอนซ์ ซึ่งเป็นรถที่ผลิตในประเทศมาเลเซีย และติดป้ายทะเบียนมาเลเซีย จอดเสียหลักอยู่ริมถนนฝั่งขวา ติดกับเหล็กกั้นขอบทาง สภาพรถพังยับเยินด้วยแรงระเบิด โดยเฉพาะบริเวณฝากระโปรงและกระจังหน้า ประตูรถด้านหน้าทั้งสองข้าง และกระจกกันล้มด้านหน้าแตกเสียหาย
นอกจากนี้ยังพบว่า ภายในรถมีผู้บาดเจ็บติดอยู่ 1 คน บริเวณตำแหน่งที่นั่งคนขับ เจ้าหน้าที่จึงได้เร่งช่วยเหลือนำตัวออกมา แล้วนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลตากใบ ทราบชื่อ คือ Mr.ABDULLAH SYARAPI BIN ABD RAHMAN สัญชาติมาเลเซีย อายุ 45 ปี มีบาดแผลโดนสะเก็ดระเบิดที่หน้าผาก และบริเวณขาซ้ายโดนแรงอัดของระเบิดจนผิดรูป
นอกจากนั้น ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 1 ราย คือ Mr.MUHAMMAD YUSRI BIN UDIN อายุ 38 ปี สัญชาติมาเลเซียเช่นกัน ซึ่งนั่งคู่กันมากับคนขับ แต่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เจ้าหน้าที่ได้นำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ อ.เมืองนราธิวาส

เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบจุดเกิดเหตุระเบิด บริเวณผิวการจราจรเลนซ้าย ซึ่งมีท่อลอดใต้ถนน มีหลุมระเบิดลึก 2 เมตร กว้าง 4 เมตร พร้อมเศษซากชิ้นส่วนของสะเก็ดระบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สหุ้งต้มกระจายเกลื่อน คาดการณ์น้ำหนักดินระเบิดและถังแก๊สไม่ต่ำกว่า 70 กิโลกรัม จุดระเบิดด้วยรีโมทคอนโทรล เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ รถกระบะหุ้มเกราะของสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ประจำที่ว่าการ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส กำลังเดินทางกลับจากส่งกำลังพลไปเข้ารับการฝึก ที่ศูนย์ฝึกกำลังประจำถิ่น ในพื้นที่ ต.ท่าสาป อ.เมือง จ.ยะลา โดยรถมุ่งหน้ากลับที่ว่าการ อ.สุไหงโก-ลก มีกำลังพลของ อส.นั่งมาด้วยกัน 4 นาย

เมื่อรถแล่นมาถึงจุดเกิดเหตุ รถหุ้มเกราะของเจ้าหน้าที่วิ่งอยู่ในช่องทางขวามือ ส่วนช่องทางด้านซ้าย มีรถยนต์เก๋งของชาวมาเลเซียแล่นตีคู่กันมา และได้เร่งเครื่องเพื่อแซงรถหุ้มเกราะของ อส. เป็นจังหวะเดียวกับที่คนร้ายที่แฝงตัวสุ่มอยู่ในละแวกจุดเกิดเหตุ ได้ใช้รีโมทคอนโทรลกดจุดชนวนระเบิดที่นำไปวางไว้ในท่อลอดใต้ผิวถนน จนเกิดระเบิดเสียงดังสนั่น เศษหินและซีเมนต์แตกกระจายขึ้นมาบนถนน แรงอัดของระเบิดพุ่งเข้าใส่รถเก๋งของชาวมาเลเซียพอดี ทำให้รถเสียหลักกระเด็นไปชนกับราวเหล็กข้างทาง เป็นเหตุให้มีชาวมาเลเซียที่เป็นคนขับและผู้โดยสารภายในรถได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ส่วนรถหุ้มเกราะของ อส. รอดจากระเบิดไปได้อย่างหวุดหวิด
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบที่สร้างสถานการณ์รุนแรงรายวัน โดยพุ่งเป้าทำร้ายเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะฝ่ายกองกำลัง
@@ พ่อเมืองส่งรองผู้ว่านราฯลงพื้นที่ สั่งเร่ง 3 ด้าน

ต่อมา นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้มอบหมายให้ นายชาคริต สุรณัฐกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ลงพื้นที่ติดตามอาการของผู้บาดเจ็บอย่างใกล้ชิดทันที พร้อมออกคำสั่งด่วน 3 ด้าน คือ
1. ด้านการแพทย์ กำชับสาธารณสุขดูแลรักษาพยาบาลผู้บาดเจ็บอย่างสุดความสามารถ
2. ด้านการทูต อำนวยความสะดวกประสานงานกับสถานกงสุลมาเลเซียประจำประเทศไทย และญาติผู้บาดเจ็บอย่างเร่งด่วน
3. ด้านการเยียวยา เร่งรัดให้ศูนย์ช่วยเหลือเยียวยาฯ ดำเนินการชดเชยค่ารักษาพยาบาล ฟื้นฟูร่างกายและจิตใจตามหลักเกณฑ์ของภาครัฐอย่างเต็มที่และรวดเร็ว
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้เข้าควบคุมพื้นที่ และอยู่ระหว่างการสืบสวนแกะรอยเพื่อหาตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด พร้อมทั้งสั่งยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุดเพื่อเรียกความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามายัง จ.นราธิวาส ให้กลับคืนมาโดยเร็วที่สุด
