
วิกฤตปลาตายเกลื่อนคลองสทิงหม้อ สงขลา บานปลาย เจ้าหน้าที่ห้ามสื่อถ่ายภาพขณะลงตรวจพื้นที่ อ้างกฎหมาย PDPA ปกป้องสิทธิตัวเอง ด้านรองผู้ว่าฯปราม เป็นการปฏิบัติในฐานะเจ้าพนักงาน ถ้าเสียหายก็ไปฟ้องร้องได้ ชาวบ้านเบื่อหน่ายแก้ปัญหาไม่คืบหน้า ผ่านมานานยังไม่รู้สาเหตุ
ปัญหาปลาและสัตว์น้ำลอยตายเกลื่อนคลองสทิงหม้อ แหล่งน้ำสำคัญใน อ.สิงหนคร จ.สงขลา ยังหาสาเหตุไม่ได้ แต่กลับมีประเด็นวุ่นวายใหม่ขึ้นมา เมื่อเจ้าหน้าที่จากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด ห้ามสื่อถ่ายภาพขณะตนเองปฏิบัติหน้าที่ตรวจสอบที่คลองจุดเกิดเหตุ โดยอ้างกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล จนเกิดวิวาทะกับรองผู้ว่าราชการจังหวัดที่ลงพื้นที่พร้อมกัน
เหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงเย็นวันจันทร์ที่ 14 ก.ย.69 ขณะที่ นายสังคม เกิดก่อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วย นางสาวณัฐกานต์ สายน้อย นายอำเภอสิงหนคร, เจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสงขลา, ตัวแทนจากสำนักงานประมงจังหวัดสงขลา, สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา, สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสงขล, สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 16, องค์การบริหารส่วนตำบลทำนบ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันลงพื้นที่คลองสทิงหม้อ ใน ต.ทำนบ และ ต.รำแดง อ.สิงหนคร เพื่อติดตามสถานการณ์ หลังมีการเผยแพร่ภาพและข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่ามีปลาและสัตว์น้ำลอยตายจำนวนมาก สร้างความกังวลแก่พี่น้องประชาชนในวงกว้าง

ระหว่างการลงพื้นที่ ผู้สื่อข่าวที่ติดตามสถานการณ์ได้บันทึกภาพการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตามปกติ ก่อนที่จะมีชายคนหนึ่ง ทราบภายหลังว่าเป็นวิศวกรชำนาญการ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสงขลา เข้ามาขอไม่ให้ผู้สื่อข่าวถ่ายภาพตัวเขาเพื่อนำไปเผยแพร่ผ่านสื่อสาธารณะ โดยอ้างกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPA
อย่างไรก็ดี การแสดงเจตนาของเจ้าหน้าที่รายนี้ ถูกโต้แย้งจากรองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และนายอำเภอสิงหนคร ถึงขั้นมีวิวาทะกันครู่ใหญ่ๆ
ช่วงหนึ่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาได้บอกเจ้าหน้าที่รายดังกล่าวว่า “ในเมื่อคุณเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ กำลังปฏิบัติหน้าที่ คุณเสียหายอะไร หากสื่อทำข่าว ถ้าคุณเสียหายก็ไปฟ้องร้องตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ได้”

อย่างไรก็ดี แม้จะมีข้าราชการระดับรองผู้ว่าฯ พูดในเชิงตักเตือน แต่เจ้าหน้าที่จากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดรายนี้ก็ยังคงแสดงจุดยืนเดิม และบันทึกภาพเหตุการณ์การโต้เถียงที่เกิดขึ้นด้วยโทรศัพท์มือถือของตัวเอง พร้อมยืนยันถึงสิทธิที่ตนเองพึงมี โชคดีที่สุดท้ายไม่มีเรื่องราวบานปลาย โดยทั้งสองฝ่ายได้แยกย้ายกันไป ภายหลังการประชุมเสร็จสิ้น
นายสังคม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กำชับเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานให้การตรวจสอบเป็นไปด้วยความรอบคอบ ยึดหลักวิชาการ ความโปร่งใส และความเป็นธรรม โดยไม่กล่าวโทษภาคอุตสาหกรรมหรือฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดโดยปราศจากข้อมูลยืนยัน พร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวบรวมผลการตรวจวิเคราะห์เพื่อระบุสาเหตุของปัญหาให้ชัดเจน รวมถึงเดินหน้าหาแนวทางฟื้นฟูคลองสทิงหม้อและระบบนิเวศอย่างยั่งยืนต่อไป
@@ ย้อนเหตุการณ์นายอำเภอสั่งสอบด่วน หาเหตุปลาตายเกลื่อนคลอง

สำหรับปัญหาวิกฤตน้ำในคลองสทิงหม้อ ได้ถูกเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และการตายของสัตว์น้ำในลำคลองโดยเฉพาะบริเวณ ต.ทำนบ และ ต.รำแดง อ.สิงหนคร พบสัตว์น้ำลอยตายเป็นจำนวนมากอย่างน่ากลัว สร้างความกังวลแก่ประชาชนในพื้นที่และผู้ที่ติดตามข่าวสารอย่างมาก
วันที่ 2 ก.ย.69 นางสาวณัฐกานต์ สายน้อย นายอำเภอสิงหนคร ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน พร้อมกำหนดมาตรการแก้ไขทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยมีปลัดอาวุโสอำเภอ, ประมงอำเภอสิงหนคร และเจ้าหน้าที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด ร่วมประชุมกับตัวแทนชาวบ้านและกลุ่มอนุรักษ์คลองสทิงหม้อ เพื่อหาแนวทางฟื้นฟูคุณภาพน้ำ

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมจังหวัดได้เก็บตัวอย่างน้ำจากท่อระบายน้ำในพื้นที่ส่งตรวจห้องปฏิบัติการ โดยคาดว่าจะทราบผลภายใน 15 วัน เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง
ด้านตัวแทนกลุ่มอนุรักษ์คลองสทิงหม้อ ระบุว่า ปีนี้สถานการณ์แตกต่างจากที่ผ่านมาอย่างชัดเจน โดยพบว่าน้ำมีสีแดงและมีกลิ่นแอมโมเนียก่อนเกิดเหตุปลาตาย จากนั้นกลิ่นเหม็นก็รุนแรงขึ้นเนื่องจากปลาเริ่มเน่า ชาวบ้านไม่ต้องการกล่าวโทษหน่วยงานหรือผู้ประกอบการรายใด แต่ต้องการให้ทุกฝ่ายร่วมกันค้นหาสาเหตุ ป้องกัน และฟื้นฟูคลองสทิงหม้อให้กลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง
@@ ชาวบ้านกังขาดำเนินการช้า หวั่นหาต้นตอไม่เจอซ้ำรอยอดีต

แม้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำและซากปลาเพื่อนำไปตรวจสอบหาสาเหตุ โดยตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับคุณภาพน้ำ แต่เรื่องนี้ก็ถูกตั้งคำถามจากประชาชนในพื้นที่ว่า การดำเนินการของเจ้าหน้าที่ล่าช้าเกินไปหรือไม่ เพราะผ่านไปเกือบครึ่งเดือนแล้ว ยังไม่มีความชัดเจนใดๆ
@@ สัปดาห์แรกผ่านไป ยังหาคำตอบไม่ได้

ต่อมาในวันที่ 10 ก.ย.69 นายอำเภอสิงหนคร เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบหาสาเหตุของปัญหาปลาตายว่า ขยังไม่สามารถสรุปได้อย่างแน่ชัด เพราะอาจเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งการสะสมของตะกอน การหมักหมมของซากพืชซากสัตว์ การขาดออกซิเจน รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิน้ำ จึงต้องรอผลการตรวจทางวิทยาศาสตร์เพิ่มเติมจากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสงขลา ซึ่งคาดว่าจะทราบผลในอีกประมาณ 7 วัน
กระทั่งมีการลงพื้นที่ซ้ำอีกเมื่อวันที่ 14 ก.ย. และมีการห้ามสื่อถ่ายภาพ แต่ก็ยังไม่มีคำตอบเกี่ยวกับสาเหตุของปัญหาอยู่ดี

สำหรับคลองสทิงหม้อ มีความยาวประมาณ 13 กิโลเมตร ไหลผ่าน 5 ตำบลของ อ.สิงหนคร ได้แก่ ต.สทิงหม้อ ต.ทำนบ ต.รำแดง ต.ม่วงงาม และ ต.วัดขนุน ตลอดแนวคลองมีโรงงานอุตสาหกรรมหลายแห่งตั้งอยู่ ซึ่งที่ผ่านมาเคยเกิดเหตุลักษณะคล้ายกัน แต่ผลการตรวจสอบกลับไม่สามารถระบุความผิดปกติหรือหาต้นเหตุได้อย่างชัดเจน ทำให้ชาวบ้านเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งพิสูจน์ข้อเท็จจริงและหามาตรการป้องกันไม่ให้ปัญหาเกิดซ้ำ แต่สุดท้ายก็มาเกิดกรณีปลาตายเกลื่อนคลองซ้ำอีก
