
กำลังพลผีมีจริง! ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด “อดีตบิ๊ก กอ.รมน.” ยศ “พลเรือตรี” สมัยนั่ง ผอ.สำนักกฎหมาย กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า พร้อมพวกรวม 6 ราย ร่วมกันเบิกเบี้ยเลี้ยง-เบี้ยเสี่ยงภัยเท็จ 18 ฎีกา อ้างปฏิบัติภารกิจชายแดนใต้ แต่ไม่เคยลงไปทำงานจริง ล่าสุดอัยการสูงสุดยื่นฟ้องศาลคดีทุจริตฯ ภาค 9 แล้ว
คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้มีมติชี้มูลความผิดคดีทุจริตต่อหน้าที่และกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ กรณีนำรายชื่อข้าราชการส่วนท้องถิ่นมาเสนอบรรจุเป็นกำลังพลช่วยราชการในหน่วยงานความมั่นคง แต่ไม่ได้เดินทางมาปฏิบัติงานจริง พร้อมจัดทำเอกสารหลักฐานเบิกจ่ายเงินค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าเลี้ยงดู และค่าเสี่ยงภัยเป็นเท็จ สร้างความเสียหายแก่ทางราชการ

คดีนี้มีผู้ถูกกล่าวหาจำนวน 6 ราย ประกอบด้วย
- พลเรือตรี วรพล เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักกฎหมายและสิทธิมนุษยชน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.)
- พันเอก เดชพัฒน์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักกฎหมายและสิทธิมนุษยชน กอ.รมน.ภาค 4 สน.
- พันเอก เศรษฐสิทธิ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักกฎหมายและสิทธิมนุษยชน กอ.รมน.ภาค 4 สน.
- พันเอก รชต เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายธุรการและงบประมาณ สำนักกฎหมายและสิทธิมนุษยชน กอ.รมน.ภาค 4 สน.
- พันโท สมพงษ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าฝ่ายธุรการและงบประมาณ สำนักกฎหมายและสิทธิมนุษยชน กอ.รมน.ภาค 4 สน.
- นายชานน หัวหน้าสำนักงานปลัดเทศบาล เทศบาลตำบลหนองเม็ก อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี
พฤติการณ์การกระทำความผิดจากการไต่สวนของ ป.ป.ช. รับฟังข้อเท็จจริงได้ว่า นายชานน (ผู้ถูกกล่าวหาที่ 6) มีตำแหน่งสังกัดปกติเป็นหัวหน้าสำนักงานปลัดเทศบาล เทศบาลตำบลหนองเม็ก อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี ต่อมา พลเรือตรี วรพล (ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1) ได้สั่งการให้นำรายชื่อของนายชานน มาเสนอบรรจุเป็นกำลังพลช่วยราชการในสังกัดสำนักกฎหมายและสิทธิมนุษยชน กอ.รมน.ภาค 4 สน. ประจำปีงบประมาณ 2564 (ช่วงระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2563 ถึง 31 มีนาคม 2564) โดยมี พันเอก เศรษฐสิทธิ์ (ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3) เป็นผู้ประสานงานและติดต่อ
ทั้งนี้ ตัวของนายชานนไม่ได้เดินทางมาปฏิบัติราชการจริงในพื้นที่ และมิได้ดำเนินการให้ถูกต้องตามระเบียบบริหารงานบุคคลตามประกาศ ก.ท.จ.อุดรธานี (คณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัดอุดรธานี) แต่อย่างใด

จากนั้น ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 6 ราย ได้ร่วมกันลงลายมือชื่อตรวจสอบ รับรองการเบิก รับรองยอดกำลังพล และจัดทำเอกสารหลักฐานการเบิกจ่ายเงินค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าเลี้ยงดู และค่าเสี่ยงภัยอันเป็นเท็จ รวม 6 เดือน (งวด) จำนวน 18 ฎีกา เพื่อเอื้อประโยชน์ให้นายชานนได้รับเงินงบประมาณจากทางราชการโดยไม่มีสิทธิ แบ่งหน้าที่การลงนามรับรองเท็จ ดังนี้
- พลเรือตรี วรพล ลงลายมือชื่อรับรองเท็จ จำนวน 18 ฎีกา
- พันเอก รชต ลงลายมือชื่อรับรองเท็จ จำนวน 15 ฎีกา
- พันเอก เดชพัฒน์ ลงลายมือชื่อรับรองเท็จ จำนวน 3 ฎีกา
- พันเอก เศรษฐสิทธิ์ ลงลายมือชื่อรับรองเท็จ จำนวน 3 ฎีกา
- พันโท สมพงษ์ ลงลายมือชื่อรับรองเท็จ จำนวน 3 ฎีกา
- นายชานน ลงลายมือชื่อเป็นผู้รับเงิน เพื่อนำไปประกอบการอนุมัติเบิกจ่ายเงินจำนวน 18 ฎีกา
การกระทำดังกล่าวส่งผลให้เกิดความเสียหายแก่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และทางราชการ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 59,772 บาท
คณะกรรมการ ป.ป.ช. ในการประชุมครั้งที่ 61/2568 เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2568 มีมติเอกฉันท์ 6 เสียง เห็นชอบตามความเห็นของคณะผู้ไต่สวนเบื้องต้น ชี้มูลความผิดผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด กลุ่มนายทหาร (ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ถึงที่ 5)ความผิดทางอาญา มีมูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, มาตรา 162 (1) และ (4) ประกอบมาตรา 91 และตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91
ความผิดทางวินัย มีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ฐานทุจริตต่อหน้าที่ราชการ ประพฤติไม่สมควร และประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ตาม พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยวินัยทหาร พ.ศ. 2476 มาตรา 5 (7) ประกอบมติสภากลาโหม ครั้งที่ 3/07, ระเบียบกลาโหมว่าด้วยผู้ซึ่งไม่สมควรจะดำรงอยู่ในยศทหารและบรรดาศักดิ์ พ.ศ. 2507 ข้อ 2.9 และ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการทหาร พ.ศ. 2521 มาตรา 15

ส่วนนายชานน (ผู้ถูกกล่าวหาที่ 6) ความผิดทางอาญา มีมูลความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, มาตรา 162 (1) และ (4) ประกอบมาตรา 86 และมาตรา 91 รวมถึงฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 และมาตรา 91
ความผิดทางวินัย มีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ฐานประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ตามประกาศ ก.ท.จ.อุดรธานี เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการสอบสวน การลงโทษทางวินัย พ.ศ. 2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ 23
ความคืบหน้าการดำเนินคดี สำนักงาน ป.ป.ช. ได้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน และเอกสารหลักฐานไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลที่มีเขตอำนาจ พร้อมแจ้งผู้บังคับบัญชาดำเนินการลงโทษทางวินัยกับผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 6 ราย ตามฐานความผิดดังกล่าวแล้ว นอกจากนี้ ได้ประสาน กอ.รมน. ให้ดำเนินการเรียกชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่งตามกฎหมาย
ในส่วนของความเสียหายจำนวน 59,772 บาท ผู้ถูกกล่าวหาได้นำเงินส่งคืนชดใช้ให้แก่ กอ.รมน. ครบถ้วนแล้ว ขณะที่คดีอาญาล่าสุด พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด ได้ยื่นฟ้องผู้ถูกกล่าวหาต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล
อย่างไรก็ดี การชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็นกระบวนการขั้นต้นทางกฎหมาย ยังไม่ถือเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาอันถึงที่สุดของศาล
