แม้รัฐบาลนายกฯเศรษฐา จะยังไม่มี “รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง” เพื่อรับผิดชอบปัญหาและยุทธศาสตร์ความมั่นคงในภาพรวม ทั้งๆ ที่เกิดสงครามระหว่างกลุ่มฮามาสกับอิสราเอล ซึ่งกระทบคนไทยและแรงงานไทยอย่างหนักก็ตาม
รัฐบาลชุดนี้มีหลายสิ่งที่ “ลักลั่น” อย่างไม่น่าเชื่อ
เป็นไปตามคาด คณะรัฐมนตรีเห็นชอบขยายเวลาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไปอีก 3 เดือน แบบ “เต็มแม็กซ์”
ข้อเสนอการต่ออายุ-ขยายเวลาการบังคับใช้ “พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ” ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้หนนี้ มีพลวัตที่น่าสนใจประการหนึ่ง
พบคนร้ายใช้ “บอลบอมบ์” ปาใส่ฐาน ชคต.บันนังสาเรง อ.เมืองยะลา เป็นระเบิดขว้างแสวงเครื่องทรงกลมพัฒนามาจากไปป์บอมบ์ รูปทรงใกล้เคียงระเบิดมาตรฐาน ทั้งยังใช้ PETN สารระเบิดอานุภาพสูงเป็นดินระเบิดหลัก
กบฉ.เตรียมเสนอ ครม. ขยายเวลาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินชายแดนใต้ออกไปอีก 3 เดือนเต็มเหยียด ยกเลิกเพิ่ม 3 อำเภอ แต่ย้อนกลับไปประกาศใหม่อีก 1 เพิ่มที่ศรีสาคร นราธิวาส อ้างเหตุรุนแรงพุ่ง
สงครามระหว่างฮามาสกับอิสราเอล นอกจากคู่สงครามแล้ว ประเทศไทยและคนไทยกลายเป็นชาติที่สูญเสียมากที่สุด จากข้อมูล ณ วันอังคารที่ 10 ต.ค.66
ผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานความมั่นคงของไทยระดมสมองวิเคราะห์สถานการณ์ตึงเครียดล่าสุดในตะวันออกกลาง เพื่อรายงานต่อรัฐบาล และผู้มีอำนาจหน้าที่ในการรับมือกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้น
“ประชาชาติ” ผลักดันล้างประวัติอาชญากรรมให้ผู้บริสุทธิ์ที่คดีสิ้นสุดแล้ว หลังประชาชนร้องเรียนชื่อติด “แบล็กลิสต์” ออกนอกประเทศไม่ได้ กลายเป็นผู้ร้ายทั้งที่ไม่มีความผิด เสียศักดิ์ศรีแถมอับอาย พื้นที่ชายแดนใต้พบเพียบ ทั้งหมาย พ.ร.ก. คดีความมั่นคง ศาลยกฟ้อง แต่ยังมีตราบาป
รวบเพิ่ม! หนุ่มเมืองกรุงขายกระสุน-แม็กกาซีนปืน รวมถึงเป็นตัวกลางซื้อขายระหว่างเด็ก 14 ปีกับพ่อค้าปืนออนไลน์ชาวยะลา ด้านผู้การตำรวจยะลา เผยยังไม่พบ “ปืนแบลงค์กัน” ถูกใช้ก่อเหตุคดีความมั่นคง ขณะที่ ผบ.ตร.สั่งตามกวาดล้างอาวุธปืน จับกุมหนุ่มรับจ้างผลิต ดัดแปลงปืนใช้ยิงลูกกระสุนจริงในบ้านพักกลางกรุง