
ความเคลื่อนไหวภายในกองทัพภาคที่ 4 และ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ยุค “แม่ทัพอีสานคุมใต้” มีแต่ข่าวลบ ข่าวร้ายไม่ได้หยุดหย่อน
หลายสัปดาห์มานี้ ตั้งแต่ช่วงปีใหม่ กองทัพภาคใต้ตกเป็นเป้าวิพากษ์วิจารณ์หนาหู ทั้งปมบริหารงบประมาณน้ำมันเชื้อเพลิง มีเสียงลือเสียงเล่าอ้างจากกำลังพลระดับปฏิบัติว่า ถูกตัดเหี้ยน! จนทำงานลำบาก
นอกจากนั้นยังมีกระแสข่าว “สั่งใช้อาวุธหนัก” แนวๆ อาวุธวิถีโค้ง ยิงจาก ฮ. หวังถล่มฐานที่มั่นในพื้นที่ป่าเขา
ทั้งสองเรื่อง หากเป็นความจริงน่าจะยิ่งซ้ำเติมปัญหาไฟใต้ให้เป็น “หนังเรื่องยาว” บ่อนทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนให้ย่ำแย่หนักขึ้นไปอีก เพราะแม้แต่ในหน่วยงานความมั่นคงเองก็ยงมีปัญหาภายใน
@@ ตัดงบน้ำมัน หั่นยุทธปัจจัยทหาร หรือจัดการ “พวกนอกรีต”

กลายเป็นประเด็นที่ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด สำหรับภารกิจของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ภายใต้การนำของแม่ทัพภาคที่ 4 คนปัจจุบัน พล.ท.นรธิป โพยนอก ที่ข้ามห้วยมาจากรองแม่ทัพอีสาน
มีกระแสข่าวเชิง “ซุบซิบ” หลุดลอดออกมาจากรั้วสีเขียว เกี่ยวกับปัญหาภายใน 2 ประเด็นหลัก คือ การบริหารจัดการงบประมาณ และยุทธวิธีที่อาจสุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชน
ประเด็นแรกที่มีการพูดถึงกันมาก คือ “งบน้ำมันเชื้อเพลิง” ที่มีกระแสว่าถูกตัดลดลงจนส่งผลกระทบต่อหน่วยปฏิบัติการในพื้นที่ โดยเฉพาะ “กองกำลังทหารพราน” ซึ่งเป็นกำลังหลักไม่ต่างจาก “กระดูกสันหลัง” ที่ต้องออกลาดตระเวน รปภ.พื้นที่ทุกวัน วันละหลายเวลา
เมื่อสอบถามจากแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยปฏิบัติการ ได้รับคำอธิบายว่า เรื่องนี้มีมูลความจริง แต่ก็จริงเพียงครึ่งเดียว
"ยอมรับว่ามีประเด็นเรื่องน้ำมันจริง ในช่วงแรกที่แม่ทัพท่านใหม่มารับตำแหน่ง เพราะท่านต้องการล้างบางคนนอกรีต”
แหล่วข่าวทหารระดับปฏิบัติการ จั่วหัวเอาไว้อย่างเร้าใจ ก่อนขยายความ
“ทหารบางส่วนเคยใช้น้ำมันเชื้อเพลิงด้วยความเคยชิน หรือนำน้ำมันไปใช้ในแนวทางที่ไม่เหมาะสม เมื่อแม่ทัพสั่งคุมเข้ม ก็เลยรู้สึกว่าถูกตัด แต่สำหรับคนที่ทำงานจริงๆ ทุกอย่างยังเบิกจ่ายได้ตามปกติ ตอนนี้สถานการณ์เริ่มนิ่งแล้ว ไม่ได้เป็นปัญหาเหมือนช่วงแรก” แหล่งข่าวระบุ
ขณะที่ นายทหารระดับ “สัญญาบัตร” ในระดับ กอ.รมน.ภาค 4 สน. ให้ข้อมูลสอดคล้องกันว่า ปัญหาเรื่องน้ำมันเกิดจากการปรับเปลี่ยนระบบเพื่อตรวจสอบความโปร่งใส ประกอบกับความสับสนระหว่าง “สายงานเดิม” และ “สายงานใหม่” ที่เข้ามาทำงาน ซึ่งแม่ทัพได้ลงมาแก้ปัญหาด้วยตัวเอง
สรุปง่ายๆ ว่า งบน้ำมันเชื้อเพลิงไม่ได้ถูกตัด แต่เป็นการควบคุมการใช้ ทำให้เบิกจ่ายรัดกุมกว่าเก่า ทำให้ฝ่ายที่เสียประโยชน์ หรือไม่เห็นด้วยกับแนวทางใหม่ นำมาโจมตีว่ามีการตัดงบ กระทั่งทำงานไม่ได้
@@ “แม่ทัพเปลี่ยนสาย - นายเปลี่ยนขั้ว” วางตัว-วางงานใหม่?

อีกหนึ่งปมที่น่าสนใจ และมีข่าวซ้อนขึ้นมากับเรื่อง “งบน้ำมันเชื้อเพลิง” คือ “งบประมาณด้านการข่าว” ซึ่งพบข้อมูลที่ย้อนแย้งกันระหว่าง “หน่วยปฏิบัติในพื้นที่” กับ “หน่วยเหนือ”
เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการบ่นว่า “งบการข่าวปีนี้แย่กว่าปีไหนๆ” จนทำให้การทำงานเป็นไปด้วยความยากลำบาก
แต่ นายทหารจาก กอ.รมน. ภาค 4 สน. กลับให้ข้อมูลอีกด้านหนึ่งว่า เมื่อพูดคุยกับหน่วยอื่นๆ ระดับพื้นที่ บางหน่วยกลับบอกว่างบเพิ่มขึ้น และทำงานสนุกขึ้นด้วยซ้ำ
ความลักลั่นนี้สะท้อนถึงการกระจายงบประมาณที่อาจจะยังไม่ทั่วถึง หรือมีการจัดลำดับความสำคัญของพื้นที่ที่เปลี่ยนไปในยุคปัจจุบัน
เพราะ “แม่ทัพเปลี่ยนสาย - นายเปลี่ยนขั้ว” จึงอาจมีการจัดใหม่ให้ถูกฝาถูกตัว ทำให้มีคนเสียประโยชน์
ต้องไม่ลืมว่า “แม่ทัพภาคใต้” ขยับขึ้นมาจาก “ลูกหม้อทัพ 4” ต่อเนื่องมาถึง 6 คน ในห้วงเวลาประมาณ 10 ปี หรือ 1 ทศวรรษ และยังเป็นสาย “บิ๊กเดฟ” พล.อ.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ ที่เชื่อมไปถึง “บิ๊กเมา” พล.อ.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ ส่งไม้ต่อกันมา 4 คนหลังสุด ก่อนสลับเป็นรองแมทัพจากอีสาน พล.ท.นรธิป โพยนอก
@@ อาวุธหนักถล่มฐาน-ซัพพอร์ตไซต์ : ยังไร้หลักฐานรองรับ

สำหรับกระแสข่าวลือที่รุนแรงที่สุด และหนักที่สุดหากเป็นความจริง คือกรณีที่มีการกล่าวอ้างว่า มีการใช้เครื่องยิงลูกระเบิด M79 หรืออาวุธหนัก ยิงจากบนเฮลิคอปเตอร์ลาดตระเวน เพื่อถล่มฐานปฏิบัติการของกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ป่าเขา
เรื่องนี้เป็นข่าวในลักษณะ “ลอยลม” ไล่หลังจากข่าวตัดงบน้ำมัน งบการข่าว แต่จากการตรวจสอบเชิงลึกน่าเชื่อว่า “ไม่เป็นความจริง”
แหล่งข่าวจากหน่วยปฏิบัติการ ยันยันว่า เรื่องนี้ทำไม่ได้เด็ดขาด เพราะเป็นประเด็นที่อ่อนไหวมาก หากมีการใช้อาวุธหนักในลักษณะดังกล่าว ชาวบ้านจะลุกฮือทันที และเรื่องนี้ไม่สามารถปิดบังได้ในยุคปัจจุบัน
เช่นเดียวกับชาวบ้านในพื้นที่เขตเทือกเขาบูโด จ.นราธิวาส ที่ให้ข้อมูลกับทีมข่าวอิศราว่า ไม่เคยได้ยินเสียงระเบิดหรือการใช้อาวุธหนักในลักษณะตามที่เป็นข่าว
“M79 เสียงมันดัง ถ้ามีการใช้จริงชาวบ้านไม่อยู่เฉยแน่ เพราะเสี่ยงที่จะโดนชาวบ้านในพื้นที่ป่า ชาวบ้านก็มีกิจกรรมในป่า ทั้งเข้าไปหาของป่า ล่าสัตว์ และเดินลัดไปสวนยางบนภูเขา”
ก่อนจะสำทับว่า “ถ้ามีจริงป่านนี้คงพูดกันไปทั่วแล้ว แต่นี่ยังเงียบสนิท ไม่มีใครได้ยินอะไรเลย”
แม้จะมีข้อสังเกตว่า หน่วยทหารบางส่วนในพื้นที่นราธิวาส ซึ่งมาจากกองทัพภาคที่ 1 อาจจะเป็น “สายตรงแม่ทัพ” และไม่ใช่หน่วยที่คุ้นชินกับพื้นที่ชายแดนใต้ อาจมีรูปแบบการทำงานที่ “แปลกแยก” หรือแหวกแนวไปจากกองทัพภาคที่ 4 เดิมบ้าง
แต่แหล่งข่าวระดับสูงในพื้นที่ ยืนกรานว่า ในแง่ของยุทธวิธีรุนแรง เช่น การใช้อาวุธวิถีโค้งยิงถล่มฐานบนเขานั้น ทุกฝ่ายมองตรงกันว่าเป็นไปได้ยากจริงๆ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ต้องชิงมวลชนเช่นนี้
@@ แม่ทัพอีสานจัดระบบงานใหม่ สลายขั้วเทา?
ข้อมูลจากแหล่งข่าวหลายแหล่ง ทั้งระดับปฏิบัติ และระดับผู้บังคับบัญชาใน บก. (กองบัญชาการ/กองบังคับการ) ยืนยันตรงกันว่า แม้ความเคลื่อนไหวภายใน กอ.รมน.ภาค 4 สน. จะเต็มไปด้วยกระแสข่าวลือและการปรับเปลี่ยนโครงสร้างที่สร้างความไม่พอใจให้กำลังพลบางส่วน แต่ในมิติของยุทธวิธีภาคสนามและการใช้งบประมาณ ยังคงอยู่ในเกณฑ์ที่หน่วยเหนือพยายาม “จัดระเบียบ” เพื่อลดช่องโหว่การทุจริตในอดีต
ส่วนประเด็นการใช้อาวุธหนักยิงถล่มแบบไม่เลือกเป้าในพื้นที่ป่าเขานั้น ยังคงเป็นเพียงข่าวลือที่ขาดหลักฐานเชิงประจักษ์เพื่อยืนยันข้อเท็จจริง
