
แม้จะมีคำชี้แจงจาก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เกี่ยวกับข่าวที่ซุบซิบกันให้แซ่ด โดยเฉพาะการตัดงบน้ำมันเชื้อเพลิง จนกระทบกับการปฏิบัติภารกิจของกำลังพล
และการใช้อาวุธวิถีโค้งยิงถล่มพื้นที่ป่าเขา จุดต้องสงสัยเป็นฐานปฏิบัติการ หรือ “ซัพพอร์ตไซต์” ของกลุ่มก่อความไม่สงบ
โดยหน่วยเหนือปฏิเสธข่าวว่าไม่เป็นความจริงอย่างสิ้นเชิงก็ตาม
แต่ “สว.ไชยยงค์” นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภา และโฆษกคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของสภาสูง ซึ่งมีตำแหน่งนายกสมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทยพ่วงท้ายอยู่ด้วย ยืนยันว่าข่าวคราวเชิงลบเกี่ยวกับการบริหารจัดการงานความมั่นคงของกองทัพภาคที่ 4 ในภารกิจดับไฟใต้ มีอยู่จริง
@@ อ้างหลักฐานทหารพราน 60 นายแห่ร้องเรียน
นายไชยยงค์ กล่าวว่า ตนได้รับข้อร้องเรียนจากกองร้อยทหารพรานในจังหวัดยะลา ประมาณ 60 นาย ว่าถูกตัดเงินเบี้ยเลี้ยงและค่าประกอบเลี้ยงรวมวันละ 240 บาท โดยไม่ทราบสาเหตุ ปัจจุบันได้รับเพียงเงินเดือนและเงินเพิ่มพิเศษ (เบี้ยเสี่ยงภัย) 2,500 บาทต่อเดือนเท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอต่อค่าครองชีพ และไม่มีการชี้แจงจากผู้บังคับบัญชา
@@ แฉงบน้ำมันหด งดลาดตระเวน โจรไร้เป้าโจมตี!
นอกจากนี้ นายไชยยงค์ ยังระบุถึงประเด็นที่น่ากังวลว่า มีการจำกัดงบประมาณเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง จนทำให้หน่วยปฏิบัติการไม่สามารถออกลาดตระเวนตามวงรอบได้ตามปกติ หรือตามแผนยุทธการที่วางเอาไว้
“สาเหตุที่สถิติการก่อเหตุของกลุ่มบีอาร์เอ็นดูเหมือนลดน้อยลง ไม่ได้เกิดจากสถานการณ์ดีขึ้น แต่เป็นเพราะทหารไม่ได้ออกลาดตระเวน ทำให้กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบไม่มีเป้าหมายในการวางระเบิดหรือซุ่มยิง เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ส่งผลต่อความมั่นคงอย่างชัดเจน” เขากล่าว
@@ จี้แม่ทัพ 4 แจง หวั่นกระทบขวัญกำลังใจ
สว.ไชยยงค์ ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ปัญหานี้ไม่ได้เกิดเฉพาะในหน่วยทหารพราน แต่ยังพบว่าเจ้าหน้าที่ กอ.รมน.จังหวัด ไม่ได้รับค่าประกอบเลี้ยงวันละ 25-30 บาทต่อคนด้วยเช่นกัน รวมถึงงบประมาณ “งานส่วนหลัง” หรือโครงการมวลชนสัมพันธ์ที่ต้องทำกับผู้นำศาสนาและท้องถิ่น ก็ถูกตัดลดจนงานชะงัก
“ในพื้นที่มีทหารพราน 9 กรม หากคำนวณเบี้ยเลี้ยงกรมละ 5 แสนบาท ก็รวมเป็นเงินกว่า 4.5 ล้านบาทต่อเดือน คำถามคือเงินส่วนนี้หายไปไหน พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ต้องเร่งตรวจสอบว่าเกิดจากความผิดพลาดในการเบิกจ่าย หรืองบประมาณมีปัญหาตรงไหน เพราะหากทหารชั้นผู้น้อยขาดขวัญกำลังใจ สถานการณ์ไฟใต้จะยิ่งรุนแรงขึ้น”
@@ แนะต่ออายุคณะทำงานตรวจสอบบุกรุกที่ดินรัฐ หวั่นนายทุนได้ใจ
อีกประเด็นสำคัญที่นายไชยยงค์ฝากถึงแม่ทัพภาคที่ 4 คือความคืบหน้าของ “คณะทำงานด้านการบุกรุกที่ดินรัฐและสิ่งแวดล้อม” ซึ่งมีผลงานเด่นในการยึดคืนที่ดินจากกลุ่มทุนในเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี จ.ภูเก็ต และ จ.ชุมพร มาตั้งแต่ปี 2563 แต่ปัจจุบันคำสั่งต่ออายุคณะทำงานยังไม่ถูกลงนาม
“ผมกังวลว่าหากคณะทำงานชุดนี้ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ คดีที่ค้างอยู่ในศาลจะมีปัญหา เพราะกลุ่มอิทธิพลและกลุ่มทุนต่างชาติมีกำลังเงินพร้อมจะจ่ายเพื่อให้ชุดทำงานนี้สลายตัวไป” สว.คนดังจากชายแดนใต้ ตั้งข้อสังเกต
@@ กอ.รมน.ปัดข่าวหักหัวคิวกำลังพล - โต้ไร้น้ำมันลาดตระเวน
ด้าน พ.อ.เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ได้ออกมาแถลงชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข้อกล่าวหาของ สว.ไชยยงค์ โดยยืนยันว่า เรื่องการเบิกจ่ายเงินเดือนและเบี้ยเลี้ยงกำลังพล ปัจจุบันใช้ระบบ KTB Corporate Online โอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัวของกำลังพลโดยตรง ไม่ผ่านหน่วยงานหรือตัวบุคคล จึงไม่สามารถหักเงินได้ ยืนยันว่ากำลังพลได้รับครบถ้วน
“กำลังพลทุกนายได้รับจัดสรรเงินตามปกติ แต่มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบภารกิจจากรถยนต์เป็นการลาดตระเวนจรยุทธ์ หรือการเดินเท้าเข้าป่าภูเขาและชุมชน เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์และเข้าถึงประชาชนมากขึ้น” รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า อธิบาย
@@ กำลังพลรากหญ้าเปรย “พูดมากก็อยู่ไม่สบาย”
อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวได้สอบถามเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการหลายกลุ่ม โดยเจ้าหน้าที่รายหนึ่ง (ขอสงวนนาม) ระบุว่า “ไม่อยากพูดมาก พูดไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่วันนี้มันเยอะเกินกว่าจะทน ก็เลยมีคนออกมาพูด การร้องเรียนผู้บังคับบัญชาเป็นเรื่องอันตรายสำหรับทหารชั้นผู้น้อย ดีที่มีคนกล้าออกมาพูดแทนพวกเรา”
เจ้าหน้าที่คนเดียวกันยังบอกว่า “คนที่ไม่โดนเขาก็โอเค แต่คนที่โดนเขาก็ทนมาตลอด พูดก็ไม่ได้”
มีรายงานว่า นายไชยยงค์ เตรียมรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเข้าหารือในที่ประชุมคณะกรรมาธิการทหารและความมั่นคง วุฒิสภา ในเดือน ก.พ.นี้ เพื่อหาข้อเท็จจริงและทางออกให้กับกำลังพลในพื้นที่ต่อไป
