
ใกล้ถึงวันเลือกตั้ง สส. 8 ก.พ.69 ปรากฏว่ามีเหตุระเบิดปั๊ม ปตท. ขึ้นอีกครั้งใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รอบนี้คือที่ปัตตานี
ก่อนหน้านี้เกือบๆ 1 เดือน คือ ช่วงกลางดึกของวันที่ 10 ม.ค. ซึ่งตรงกับวันเด็กแห่งชาติ ต่อเนื่องถึงช่วงเช้ามืดของวันที่ 11 ม.ค. ซึ่งเป็นวันเลือกตั้งนายก อบต. และสมาชิกสภา อบต.ทั่วประเทศ เกิดเหตุระเบิดปั๊มน้ำมัน ปตท.ถึง 11 แห่ง ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แบ่งเป็น จ.นราธิวาส 5 แห่ง ยะลา 4 แห่ง และปัตตานี 3 แห่ง แต่ละแห่งทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรง มีภาพเป็นทะเลเพลิง สร้างความตื่นตระหนกไปทั่วประเทศ
เหตุการณ์ในครั้งนั้น มีการวิเคราะห์ว่า แรงจูงใจของการก่อเหตุ นอกจากเป็นการแสดงศักยภาพของกลุ่มก่อความไม่สงบและขบวนการแบ่งแยกดินแดนแล้ว ยังอาจเป็นการส่งสัญญาณต่อการเลือกตั้งระดับท้องถิ่น เพราะมีสมาชิกขบวนการ BRN หรือผู้ที่ฝักใฝ่ในแนวคิดแบ่งแยกดินแดน ลงสมัครรับเลือกตั้งด้วย เพื่อหวังสร้างเครือข่าย “รัฐซ้อนรัฐ” และแทรกซึมเข้าไปใช้ “ทรัพยากรของรัฐ” โดยกลุ่มผู้ไม่หวังดี
เรื่องนี้มีการประเมินกันแบบตรงไปตรงมา และน่าจะส่งถึงนายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล ด้วย เพราะนายกฯก็ให้สัมภาษณ์หลังเกิดเหตุว่าเป็นระเบิดที่เกี่ยวข้องกับประเด็นการเมือง แม้ภายหลังจะลดโทนการให้สัมภาษณ์แนวนี้ลงก็ตาม
ล่าสุดมาเกิดเหตุระเบิดปั๊มอีกครั้ง ในช่วงเวลาอีกเพียง 4 วันจะถึงวันเลือกตั้ง สส. เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงถูกจับตาจากหลายฝ่ายว่า เกี่ยวข้องกับการเมืองหรือไม่
โดยเหตุระเบิดปั๊ม เกิดขึ้น 3 แห่ง 3 พื้นที่ ในอำเภอเมืองปัตตานีทั้งหมด มีไทม์ไลน์ของเหตุการณ์ดังนี้
ช่วงค่ำของวันอังคารที่ 3 ก.พ. ราวๆ 19.30 น. พบระเบิดแสวงเครื่องขนาดเล็ก บรรจุถุงซิปล็อคกันน้ำ ถูกใส่ไว้ใน “โถพักน้ำ” ของชักโครกภายในห้องน้ำคนพิการ ในปั๊มน้ำมัน ปตท. 2 แห่ง ในอำเภอเมืองปัตตานี แต่ทั้ง 2 จุดมีผู้พบเห็นก่อน แล้วแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าเก็บกู้ได้สำเร็จ จึงไม่มีระเบิดตูมตามเกิดขึ้น
ตรวจสอบวัตถุระเบิดแสวงเครื่องทั้ง 2 ลูก เป็นระเบิดขนาดเล็ก ไม่มีสะเก็ด ใช้ระบบจุดระเบิด “แบบตั้งเวลา” โดยกำหนดเวลาระเบิดเอาไว้ 22.00 น. หรือ สี่ทุ่มของวันที่ 14 ก.พ. ซึ่งตรงกับวันวาเลนไทน์ โดยคนร้ายตั้งเวลาไว้ตั้งแต่เมื่อ 10 วันก่อน คือราวๆ วันที่ 25 ม.ค.
@@ พบเพิ่ม 2 ลูก ใช้กลยุทธ์จุดระเบิด 2 ระบบ
ต่อมาช่วงเช้าวันพุธที่ 4 ก.พ. เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุพบวัตถุต้องสงสัยแบบเดิมอีก ในห้องน้ำสำหรับเปลี่ยนผ้าอ้อมเด็กและผู้สูงอายุ ภายในปั๊มน้ำมัน ปตท.ตะลุโบะ อำเภอเมืองปัตตานีเช่นกัน โดยคนร้ายซุกระเบิดไว้ในโถพักน้ำของชักโครกเหมือนกัน แต่ซุกไว้ 2 ลูก ในโถพักน้ำชักโครกของเด็ก และของคนพิการ
คราวนี้เจ้าหน้าที่เข้าไปเก็บกู้ และเกิดระเบิดขึ้น ทำให้ EOD หรือ ชุดเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด “นิ้วขาด” เนื่องจากโดนเศษซากของโถชักโครกบาด เพราะแรงระเบิด ภายหลังมีการพบนิ้วที่ขาดของเจ้าหน้าที่ที่บาดเจ็บ เพื่อน EOD จึงรีบนำนิ้วแช่น้ำแข็ง ส่งโรงพยาบาล เพื่อให้แพทย์ผ่าตัดต่อนิ้วให้ทันเวลา
ตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า คนร้ายต่อวงจรจุดระเบิดเอาไว้ 2 ระบบ คือ ตั้งเวลา และสั่งระเบิดเมื่อวัตถุระเบิดเคลื่อนที่ ทำให้เกิดระเบิดขึ้นระหว่างเก็บกู้
@@ ฟันธงไม่ใช่บึ้มการเมือง - โยงระเบิดป่วนอันดามัน
แล้วก็มาถึงคำถามสำคัญ เพราะเมื่อหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ค่อนข้างชัด ก็น่าจะสันนิษฐานสาเหตุและมูลเหตุจูงใจได้ตามสมควร
“ทีมข่าวอิศรา” ตรวจสอบข้อมูลจากฝ่ายความมั่นคง และผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่ ฟันธงว่า…
- ระเบิดชุดนี้ไม่น่าเกี่ยวกับเรื่องการเมือง ผิดกับการระเบิดปั๊มน้ำมัน 11 แห่งเมื่อวันที่ 10-11 ม.ค. ซึ่งน่าจะเกี่ยวโยงกับสถานการณ์การเมืองมากกว่า แม้จะมีปัจจัยอื่นหนุนเสริมเกี่ยวข้องด้วยก็ตาม
- วัตถุระเบิดที่ใช้รอบนี้ ไม่มีสะเก็ด จึงไม่ใช่ระเบิดสังหาร คนร้ายต้องการเพียงก่อกวน ไม่ได้มุ่งหมายเอาชีวิตใคร
- แต่จะว่าไป ระเบิดปั๊ม 11 แห่งเมื่อเดือน ม.ค. ก็ไม่ได้มุ่งหมายต่อชีวิตใครโดยตรง เพราะเลือกก่อเหตุยามค่ำคืน และไล่ประชาชน รวมถึงเด็กปั๊มออกจากพื้นที่ก่อนก่อเหตุ เพียงแต่ระเบิดในครั้งนั้นเป็นลูกใหญ่ ก่อความเสียหายขนาดใหญ่ และน่าสะพรึงกลัวกว่า น่าจะมุ่งผลทางจิตวิทยามากกว่า
- วัตถุระเบิดที่ใช้รอบนี้เป็นขนาดเล็ก และเล็กกว่าเหตุการณ์วันที่ 11 ม.ค.มาก จึงเชื่อว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุต้องการก่อกวน หรือเป็นการฝึกทดสอบแนวร่วมรุ่นใหม่
- รูปแบบของ “วงจรจุดระเบิด” และ “ตัววัตถุระเบิด” มีความคล้ายคลึงกับระเบิดที่คนร้ายใช้ก่อกวนในพื้นที่ 3 จังหวัดอันดามัน เมื่อปลายเดือน มิ.ย.ปีที่แล้ว ที่มีการนำระเบิดในวางในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญของ จ.ภูเก็ต กระบี่ พังงา แต่ระเบิดไม่ได้สร้างความเสียหายรุนแรง จึงเชื่อว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุน่าจะเกี่ยวข้องกัน และมีเป้าหมายเพื่อโชว์ศักยภาพ หรือแสดงตัวว่ายังมีพวกตนเคลื่อนไหวอยู่ (มีข้อมูลบางกระแสระบุว่าเป็นแนวร่วมรุ่นใหม่ และอาจไม่ใช่ BRN)
อย่างไรก็ดี ฝ่ายความมั่นคงได้สั่งการให้เพิ่มมาตรการเฝ้าระวัง และยกระดับการรักษาความปลอดภัยในวันเลือกตั้ง และคืนก่อนวันเลือกตั้ง เพื่่อไม่ให้มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นซ้ำซ้อน
