
การลงพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ครั้งแรกของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล หลังจากรับตำแหน่งผู้นำประเทศสมัยที่ 2 ดูเหมือนจะตอบโจทย์เพียง 1 เรื่องจากอย่างน้อย 5 เรื่องที่สังคมคาดหวัง
โดยเฉพาะสังคมและผู้ที่ติดตามข่าวสารในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้
“ทีมข่าวอิศรา” สำรวจโจทย์ 5 ข้อ ซึ่งเป็นโจทย์เฉพาะหน้า และการจัดการปัญหาของนายกฯอนุทิน ในการลงพื้นที่ครั้งแรก
โจทย์ข้อ 1 จะสั่งย้ายใครไหม เคลียร์ความไม่เข้าใจกับกลุ่มปอเนาะ และผู้แทนองค์กรการศึกษาทางศาสนาอย่างไร หลังจากออกมาเรียกร้องให้ย้ายแม่ทัพภาคที่ 4
โจทย์ข้อนี้เป็นข้อเดียวที่นายกฯทำ และเห็นผลชัดเจน คือไม่ย้ายใคร และเคลียร์ปัญหาความไม่พอใจของกลุ่มปอเนาะ โดยให้แม่ทัพภาคที่ 4 ออกมาขอโทษ และตัวเองก็ร่วมขอโทษด้วย
ด้วยเหตุผลในท่วงทำนอง ก้าวข้ามความไม่เข้าใจ เพื่อร่วมกันทำงานต่อไป และขอให้ผู้แทนองค์กรการศึกษาด้านศาสนา “ให้อภัย” ซึ่งดูจากบรรยากาศก็ประสบความสำเร็จด้วยดี

โจทย์ข้อ 2 เปิดตัว หรือออกหมายจับ “ผู้บงการ” สั่งยิง สส.กมลศักดิ์
และโจทย์ข้อ 3 หลังจากคุยส่วนตัวกับ สส.กมลศักดิ์ ในฐานะเป้าหมายของการถูกล่าสังหารจากแก๊งอดีตทหาร โดยมี “อาจารย์วันนอร์” ร่วมวงด้วย จะดำเนินการทางคดีต่อไปอย่างไร
ทั้ง 2 โจทย์นี้ ปรากฏว่ายังไม่มีอะไรใหม่ หรือคืบหน้าไปจากการแถลงของฝ่ายตำรวจเมื่อวันที่ 16 เม.ย. ก่อนนายกฯลงพื้นที่ 1 วัน คือ ออกหมายจับ 5 คน จับกุมได้แล้ว 4 คน อีก 1 คนน่าเชื่อว่าหนีออกนอกประเทศ ส่วนผู้บงการยังไม่มีความชัดเจนทั้งในแง่ของคำซัดทอด และการออกหมายจับ
โจทย์ข้อ 4 คดียิง สส.จะจบอย่างไร
จากคำตอบของโจทย์ข้อ 2 และ 3 ทำให้ยังคาดเดาได้ยากว่า คดีนี้จะจบลงอย่างไร แต่ดูจากความเป็นไปได้ และแนวโน้มล่าสุด อาจจะจบที่การมีผู้ต้องหา 4 คน และฟ้องคดีไปตามกระบวนการ ก่อนที่เรื่องจะค่อยๆ เงียบหายไป
โจทย์ข้อ 5 ทิศทางไฟใต้ และการแก้ไขปัญหาภาคใต้จะเอาอย่างไรต่อ
โจทย์ข้อนี้ก็ดูจะยังไม่มีคำตอบชัดเจน นอกจากวลีเดิมๆ เช่น การเมืองนำการทหาร, เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา และการทำงานควบคู่กันระหว่างงานพัฒนาและงานความมั่นคงแบบบูรณาการ
@@ สัญญาณชัดล่องใต้เคลียร์ใจปมไล่แม่ทัพ 4

หากสรุปอย่างรวบยอดแบบขมวดประเด็นฟันธง ก็สรุปได้ว่า นายกฯลงพื้นที่รอบนี้ เหมือนไปเคลียร์ปัญหาให้แม่ทัพภาคที่ 4 มากกว่าการจัดการคดียิง สส.กมลศักดิ์ ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาล
จะว่าไปสัญญาณก็เห็นชัดตั้งแต่ นายกฯอนุทิน ลงเครื่องบินที่สนามบินนราธิวาส เนื่องจาก พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ไปรอต้อนรับ เมื่อนายกฯลงเครื่องมา ก็มีการทำความเคารพกันตามธรรมเนียม จากนั้นนายกฯได้เดินไปโอบไหล่ แตะแขน ในลักษณะให้กำลังใจ
ส่วน พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา ในฐานะอดีตแม่ทัพภาคที่ 4 ที่ได้รับการยอมรับอย่างสูง ก็ลงพื้นที่ไปด้วย แถมไปสวมกอดแม่ทัพนรธิปอย่างชื่นมื่น (ดูภาพ)

เช่นเดียวกับอีก 1 สัญญาณ คือ การรวมตัวกันครั้งสำคัญของนายทหาร ตท.26 หรือ (เตรียมทหารรุ่น 26) ที่ลงใต้อย่างพร้อมหน้า นำโดย พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม พลเอกชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ในฐานะเลขาธิการ กอ.รมน.
เห็นหน้า เห็นชื่อ 2 คนนี้ ก็รู้ได้ทันทีว่า “แม่ทัพภาคที่ 4” เก้าอี้แข็งแกร่งขนาดไหน และไม่มีทางถูกย้ายตามเสียงเรียกร้องของกลุ่มปอเนาะ
ยังไม่รวมผู้บัญชาการทหารเรือที่ลงพื้นที่ไปพร้อมกันด้วย เหมือนไปสร้างความมั่นใจการเคลียร์ปมทหารเรือในราชการให้ยืมรถ กอ.รมน.แก่อดีตทหารเรือ ซึ่งอยู่นอกราชการ แต่ผันตัวไปเป็นมือสังหาร
@@ รูทีนดับไฟใต้ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา”

ภารกิจหลังออกจากสนามบินจึงดำเนินไปในจังหวะก้าวคล้าย “งานรูทีน”
- ขึ้นเฮลิคอปเตอร์เดินทางไปยังศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เพื่อมอบนโยบายแก้ไขปัญหา เน้นการบูรณาการงานพัฒนาและความมั่นคงเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย

- ไปบ้านศรียะลาของ นายวันมูหะมันนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เพื่อพบปะกับนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ พูดคุยเรื่องคดีลอบสังหาร และรับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน
- ไปประชุมร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง ณ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี เพื่อติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่และกำชับการทำงานเชิงรุก
@@ ทุกบริบทปัญหา เดินต่อในหนทางเดิม?

การให้สัมภาษณ์หลังเดินทางกลับถึงท่าอากาศยานทหาร กองบิน 6 ดอนเมือง ก็ชัดเจนว่าการลงพื้นที่รอบนี้ไม่มีอะไรใหม่เลย
- พยายามทำความเข้าใจกับทุกๆ ฝ่าย ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
- พวกเราทุกคนก็ลงไปช่วยกันทำสถานการณ์ให้ดีขึ้น
- วันนี้มีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องลงไปทุกกระทรวง ขาดเพียงกระทรวงสาธารณสุขเพียงกระทรวงเดียว

- (เรื่องปรับเปลี่ยนใน กอ.รมน.) ได้ให้นโยบายไป ให้เข้มงวดในเรื่องของการบังคับใช้กฎหมายให้มากขึ้น และใช้หลัก “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” ให้เต็มที่ และยกระดับด้านการข่าว และเรื่องของการสร้างความร่วมมือของพี่น้องประชาชน
- (ความคืบหน้าคดียิง สส.) ได้รับรายงานว่า ทุกอย่างคืบหน้าด้วยความรวดเร็วแล้ว ขณะนี้เราสามารถจับกุมกลุ่มคนร้ายได้ 4 ใน 5 คนแล้ว และจะต้องมีการขยายผล รวมถึงพยายามจะจับกุมตัวคนร้าย 5 ให้ได้ แต่ไม่ทราบว่าคนร้ายได้ออกช่องทางทางธรรมชาติไปแล้วหรือไม่
- (เรื่องใช้รถ กอ.รมน.ไปยิง สส.) กอ.รมน.ก็ได้มีการแจ้งความดำเนินคดีกับนายทหารยศนาวาเอก ที่เป็นคนอนุมัติให้ยืมรถ ซึ่งทุกอย่างก็คืบหน้าตามลำดับ
@@ ไปนราฯ..เครียด เปิดงานวันไหลบางเบิด..เป็นสุข

คำประกาศบนเวที “วันไหลบางเบิด” โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยว ที่ชายหาดบางเบิด อ.ปะทิว จ.ชุมพร ในช่วงเย็นวันเดียวกันกับที่ลงพื้นที่ชายแดนใต้ สะท้อนความเป็นนายกฯอนุทินอย่างชัดแจ้ง
“ผมกลับมาจากนราธิวาส มีความเครียดเต็มหัว พอมาเจอพี่น้องชาวชุมพรริมฝั่งน้ำตรงนี้ ก็มีความสุข ถึงแม้ว่าจะเป็นชั่วคราวก็ตาม”
@@ สส.กล้าธรรม ชายแดนใต้ จี้นายกฯ เร่งรัดคดียิง สส.

ขณะเดียวกันมีความเคลื่อนไหวสำคัญจาก สส.พรรคกล้าธรรมในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งเก็บตัวเงียบมาโดยตลอดท่ามกลางข่าวลือสารพัดเกี่ยวกับคดียิง สส.ประชาชาติ
โดย สส.กล้าธรรมชายแดนใต้ 4 คน นำโดย นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ พร้อมด้วย นายอามินทร์ มะยูโซะ , นายลุตปี หะยีอีแต และนายนูนัยดี วาบา เตรียมจะเดินทางไปยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงมือนายกฯ เพื่อเรียกร้องให้มีการเร่งรัดติดตามจับกุมผู้บงการยิง สส.กมลศักดิ์ ให้ได้ ระหว่างที่นายกฯ และคณะลงพื้นที่ด่านศุลกากรบูเก๊ะตา อ.แว้ง จ.นราธิวาส
แต่ปรากฏว่ากำหนดการถูกเปลี่ยน เพราะมีฝนตก นายกฯจึงไม่ได้ไป อ.แว้ง ทำให้ กลุ่ม สส.กล้าธรรม จึงต้องส่งเป็นจดหมายเปิดผนึกตามไปแทน (อ่านจดหมาย)

