
นอกจากผู้บงการ และผู้ประสานงานทีมสังหาร สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ที่สังคมรอการออกหมายจับ หรือการแจ้งข้อหาเพื่อดำเนินคดีจากตำรวจชุดคลี่คลายคดีแล้ว
ยังมีประเด็น “มูลเหตุจูงใจในการสังหาร” ที่ทุกฝ่ายรอคำตอบอยู่เหมือนกัน
เพราะตัดสินใจปองร้าย สส.ถึงขั้นเอาชีวิต ไม่ใช่เรื่องที่จะเกิดขึ้นได้ง่ายๆ เพราะ สส.ถือเป็นเจ้าหน้าที่รัฐฝ่ายการเมือง มีตำแหน่ง มีสถานะ มีบทบาททางสังคม และยังมีมวลชนสนับสนุนอยู่ไม่น้อย
ฉะนั้นการค้นหา “ชนวนสังหาร” จึงสำคัญไม่แพ้การไขความจริงอื่นๆ ที่ยังคงเป็นปริศนามืดดำในคดี
ที่สำคัญ หากล่วงรู้ “สาเหตุ” ก็จะมองเห็นภาพ “ผู้บงการ” ได้ชัดเจนยิ่งขึ้นนั่นเอง
“ทีมข่าว” ถอดรหัสจากคำสัมภาษณ์ 2 ครั้ง ของ เรือเอกวิโรจน์ ผู้ต้องหารายล่าสุดที่ถูกจับ
สัมภาษณ์ครั้งแรก เขาพูดทำนองว่า “แผ่นดินไทยศักดิ์สิทธิ์ อย่าคิดแยกดินแดน” ทำให้ตีความกันไปว่า เป็นการจงใจสังหารเพราะมองว่าอีกฝ่ายเป็น “ผู้เห็นต่าง” และมีแนวคิดสนับสนุนขบวนการแยกดินแดนหรือไม่
สัมภาษณ์ครั้งที่ 2 เขาเปิดประเด็นใหม่ บอกว่า ตัวเองเป็นเบี้ยขัดแย้งทางการเมือง
หากนำคำสัมภาษณ์ 2 ครั้งมาพิจารณารวมกัน จะพบความหมายคือ เรือเอกวิโรจน์อ้างว่าถูกการเมืองหลอกใช้ จ้างวาน ให้ลงมือ เพราะตัวเองมีความเชื่อว่าเป้าหมายที่ต้องการเอาชีวิตนั้น สนับสนุนขบวนการแยกดินแดน
แปลว่าการเมืองในพื้นที่มีความขัดแย้งกัน อาจจะเรื่องการเมืองโดยตรง หรือผลประโยชน์อื่นใดทั้งถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย จึงต้องการเช็คบิลกัน แต่ไม่ได้จ้างมือปืนทั่วๆ ไป ทว่าใช้วิธีไปกระตุ้นอดีตทหารที่มองพวกสนับสนุนขบวนการแยกดินแดนเป็นศัตรู แล้วใส่ความคิดเข้าไปว่าเป้าหมายมีพฤติกรรมแบบนั้น แล้วอดีตทหารก็ไปปฏิบัติการ
เมื่อถอดรหัสได้แบบนี้ “ทีมข่าว” จึงสำรวจย้อนหลังถึงความขัดแย้งทางการเมืองและกลุ่มอิทธิพลในนราธิวาส
พ.ย.67 คนร้ายบุกยิงนายกเทศมนตรีตำบลรือเสาะ “วิเชษฐ์ ไทยทองนุ่ม” เสียชีวิต
- บุกยิงขณะประชุมในโรงงาน “แฮนด์ อิน แฮนด์” สร้างงานให้ชาวบ้าน (คนในพื้นที่รักมาก)
- การเมืองท้องถิ่นรือเสาะเปลี่ยนขั้ว
- ขั้วใหม่ที่เข้ามา เป็น “สายปาทาน” เครือญาติผู้ยิ่งใหญ่การเมืองระดับประเทศคนใด
- “คนมีสี” ที่ถูกอ้างถึงในคดียิง สส.กมลศักดิ์ เกี่ยวพันอะไรกับพื้นที่นี้ และการเมืองท้องถิ่นพื้นที่นี้ด้วยหรือไม่
- เหตุใดในงานมงคลของ “คนมีสี” รายนี้ จึงมีผู้ยิ่งใหญ่ทางการเมืองทั้งระดับประเทศและท้องถิ่น ไปร่วมคับคั่ง เพราะความเป็นเครือญาติ “สายปาทาน” หรือด้วยเหตุผลอื่น
ก.พ.68 เลือกตั้งนายก อบจ.นราธิวาส แข่งเดือด เกทับบลัฟแหลก
- พรรคประชาชาติ ต้นสังกัด สส.กมลศักดิ์ สนับสนุน “นายกกูเซ็ง ยาวอหะซัน” ที่ครองตำแหน่งมาถึง 5 สมัย จนได้รับชัยชนะ
- คู่แข่งหวังล้ม “บ้านใหญ่” แล้วพลาด
- ลงทุน ลงแรงเยอะ เสียเงิน เสียหน้า หรือไม่?
- คู่แข่งแพ้เยอะในเขตเลือกตั้ง สส.กมลศักดิ์ คือ อ.บาเจาะ อ.รือเสาะ อ.ศรีสาคร
ส.ค.68 - จับไอซ์ 900 กิโลกรัม ที่ อ.ตากใบ
- พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ขณะนั้นเป็น รมว.ยุติธรรม ออกแอคชั่นแรงจัด โดยเฉพาะ สส.กมลศักดิ์ ในฐานะ สส.ประชาชาติ
- ผลสะเทือนรุนแรง ทำให้ผู้มีอิทธิพลเสียประโยชน์อย่างรุนแรงหรือไม่
- เจ้าหน้าที่ในเครือข่าย ทั้งตำรวจ และนักการเมืองท้องถิ่น โดนย้าย โดนกดดัน โดนค้นบ้าน
- พ.ต.อ.ทวี พูดต่อสาธารณะหลายครั้ง “โก-ลก ตากใบ…เมืองหลวงยาไอซ์” ประโยคนี้สะเทือนใคร? ใครคือผู้กว้างขวางใน 2 อำเภอนี้?
8 ก.พ.69 - เลือกตั้ง สส.นราธิวาส
- มีข่าวการเจรจาให้บางคนหลีกทาง
- มีการพูดถึงตัวเลข 20 ล้าน
- มีคนไม่ยอม และผลเลือกตั้งไม่เป็นไปตามคาด
@@ ทะลักจุดแตก! การเมืองนราฯถึงขั้น “แลกชีวิต”?
ต้องยอมรับว่า การเมืองนราธิวาสในช่วง 2-3 ปีหลัง ร้อนแรงจริงๆ
- เลือกตั้งนายก อบจ. ฝ่ายผู้ท้าชิงต้องการล้ม “บ้านใหญ่” ที่ครองนายก อบจ. มายาวนานถึง 5 สมัย แต่ผลคือ “ล้มไม่สำเร็จ”
- เลือกตั้ง สส. “นายกกูเซ็ง” ส่งลูกลง 2 เขต แยก 2 พรรค กระจายความเสี่ยง
เขต 1 วัชระ ยาวอหะซัน ลงภูมิใจไทย
เขต 4 กูเฮง ยาวอหะซัน ลงประชาชาติ
- เป้าหมายของฝ่ายต้องการล้ม คือ โค่นวัชระ ในเขต 1 ล้มกูเฮง ในเขต 4 และเอาชนะ กมลศักดิ์ในเขต 5
- ผลการเลือกตั้ง
เขต 1 ล้มสำเร็จ ลูกบ้านใหญ่ “ยาวอหะซัน” ไม่ได้เข้าสภา
เขต 4 ล้มสำเร็จ ลูกบ้านใหญ่ “ยาวอหะซัน” แพ้เป็นสมัยที่ 2 แต่ผู้ชนะคือ สส.เก่าภูมิใจไทย เป็นพันธมิตรกับฝ่ายต้องการล้ม จึงไม่มีปัญหา
เขต 5 โค่นไม่ลง กมลศักดิ์ ยังได้เข้าสภา แถมเอาชนะคู่แข่งเกือบๆ 14,000 คะแนน
@@ บทสรุป ที่ไม่ใช่ข้อสรุป...
ทั้งหมดนี้ เป็นคำถามทิ้งไว้ให้คิด...
แต่ละเหตุการณ์เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกันทั้งหมด ทั้งในแง่บุคคลเบื้องหน้า เบื้องหลัง และเหตุการณ์ที่สะสมความแค้น...
หรือเป็นแค่ความบังเอิญ ไม่เกี่ยวอะไรกันเลย?
