
ปัญหาไฟใต้ช่วงนี้ หลายฝ่ายโฟกัสไปที่ปฏิบัติการทางทหารเพื่อกดดันกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงซึ่งสร้างความปั่นป่วนถี่ยิบ กับการเลื่อนโต๊ะพูดคุยสันติสุขออกไปอย่างไม่มีกำหนด
แต่อีกหนึ่งประเด็นที่มองข้ามไม่ได้ และหลายฝ่ายกำลังจับตาอย่างใกล้ชิดไม่แพ้กัน ก็คือ การทำหน้าที่ของแม่ทัพภาคที่ 4 พลโท นรธิป โพยนอก ซึ่งเป็นนายทหารจากกองทัพภาคที่ 2 ย้ายข้ามห้วยมาเป็นแม่ทัพภาคใต้
แม้จะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร 26 (ตท.26) กับผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ซึ่งเป็นรอง ผอ.รมน.โดยตำแหน่ง และ พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก และเลขาธิการ กอ.รมน.โดยตำแหน่ง
รวมถึง พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้สภาพการทำงานในลักษณะ “แม่ทัพปลาผิดน้ำ” เปลี่ยนไปในทิศทางดีขึ้น
เหตุนี้จึง แม่ทัพนรธิป จึงถูกจับจ้องว่าจะได้ “ต่อตั๋ว” จัดการปัญหาชายแดนใต้ต่อไปหรือไม่ ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดระดับนี้
ก่อนหน้าเกิดเหตุโจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามี ตำบลตันหยงมัส อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส มีข่าวว่า พลโท นรธิป หรือ “บิ๊กยูร” น่าจะได้ทำหน้าที่ต่อจนถึงกลางปีหน้า คือการโยกย้ายเดือนเมษายน 2570
แต่เมื่อเกิดเหตุรุนแรงขนาดใหญ่ติดๆ กันหลายเหตุการณ์ ทั้งโจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามี สูญเสียทหารพรานถึง 5 นาย เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม และเหตุระเบิดคาร์บอมบ์ หน้า สภ.ตันหยง อำเภอเมืองนราธิวาส เพียง 1 วันก่อนหน้านั้น ซึ่งเป็นคาร์บอมบ์ลูกแรกของปี ทำให้สถานการณ์เปลี่ยนไป
ล่าสุดมีข่าวว่า พลโทนรธิป น่าจะต้องจบภารกิจที่ชายแดนใต้ ในวันที่ 30 กันยายนนี้ และขึ้นไปรับตำแหน่งที่ปรึกษา หรือตำแหน่งอื่นในกองทัพบก ในอัตรา “พลเอก” แทน
โดยนายทหารที่มีแนวโน้มได้ดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 คนใหม่ มีกระแสข่าวจะยังคงเป็นเตรียมทหารรุ่น 26 รุ่นเดียวกับ ผบ.ทบ. และ พลโทนรธิป
ข่าวที่ยังไม่คอนเฟิร์ม 100% นั่นก็คือ นายทหารที่มีโอกาสสูงอย่าง พลโท นิติ ติณสูลานนท์ แม่ทัพน้อยที่ 4 เพราะทำงานในพื้นที่ชายแดนใต้มานาน เคยเป็นผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 44 รับผิดชอบพื้นที่ อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี ที่เพิ่งเกิดเหตุปาระเบิดเข้าไปวัดเทพนิมิต ในวันที่ 3 สิงหาคมด้วย
สำหรับ พลโทนิติ มีศักดิ์เป็น “เหลน” ของ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ อดีนนายกรัฐมนตรี อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ซึ่งเคยมีบทบาทอย่างสูงในการแก้ไขปัญหาชายแดนใต้ในอดีต
