
กระแสวิจารณ์เกี่ยวกับเหตุการณ์วางระเบิดเพลิงโจมตีสถานีบริการน้ำมัน ปตท. 11 แห่ง ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อกลางดึกก่อนรุ่งสางของวันอาทิตย์ที่ 11 ม.ค.2569 ซึ่งเป็นวันเลือกตั้งนายก อบต. และสมาชิกสภา อบต.ยังไม่ทันจางหายไป
อ่านประกอบ : บึ้ม-เผาปั๊ม ปตท. 11 แห่ง กระจาย 3 จังหวัดชายแดนใต้
ล่าสุดเกิดเหตุลอบวางระเบิดภายในสถานีบริการน้ำมัน หรือ “ปั๊ม” อย่างน้อย 3 แห่งใน จ.ปัตตานี และมี 1 แห่งที่เกิดระเบิดขึ้น ทำให้เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด หรือ EOD ได้รับบาดเจ็บ
กลายเป็นภาพหลอนความรุนแรงช่วงก่อนเลือกตั้ง เพราะการเกิดเหตุลอบวางระเบิดล่าสุด ตรงกับวันอังคารและวันพุธที่ 3 กับ 4 ก.พ.2569 ก่อนวันเลือกตั้งทั่วไป 8 ก.พ.เพียง 4 วันเท่านั้น
อ่านประกอบ : ถล่มปั๊ม - ป่วนใหญ่ สะท้อนนัย “ใบสั่งเลือกตั้ง” ของ BRN
ไทม์ไลน์ของเหตุการณ์ล่าสุดมีดังนี้

เวลา 19.30 น.วันอังคารที่ 3 ก.พ. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองปัตตานีรับแจ้งพบวัตถุต้องสงสัยซุกซ่อนอยู่ใน “ที่พักน้ำ” โถชักโครก ภายในห้องน้ำคนพิการ ของปั๊มน้ำมัน ปตท. สาขาวงเวียนหอนาฬิกาปัตตานี อำเภอเมืองปัตตานี
เมื่อเจ้าหน้าที่นำกำลังเข้าตรวจสอบ พบระเบิดแสวงเครื่องบรรจุในขวดสแตนเลส ขนาดเท่าขวดเครื่องดื่มชูกำลัง บรรจุอยู่ในถุงซิปล็อคกันน้ำ เจ้าหน้าที่จึงใช้ปืนแรงดันน้ำยิงทำลายวงจรจุดระเบิด ก่อนเข้าทำการเก็บกู้ไว้ได้อย่างปลอดภัย
ช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน เจ้าหน้าที่รับแจ้งพบวัตถุต้องสงสัยภายในห้องน้ำคนพิการ ของปั๊มน้ำมัน ปตท.สาขาหนองจิก 3 ริมถนนหนองจิก ซึ่งอยู่เยื้องกับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูปัตตานี อำเภอเมืองปัตตานี
ตรวจสอบพบเป็นระเบิดแสวงเครื่องในลักษณะเดียวกับที่พบในห้องน้ำปั๊มน้ำมัน ปตท.วงเวียนหอนาฬิกา เจ้าหน้าที่จึงใช้ปืนแรงดันน้ำยิงทำลายวงจรจุดระเบิด ก่อนเข้าทำการเก็บกู้ไว้ได้อย่างปลอดภัยเช่นกัน
@@ ระเบิดลูกเล็ก ไร้สะเก็ด ตั้งเวลาบึ้มวันวาเลนไทน์

จากเหตุระเบิดภายในห้องน้ำปั๊มน้ำมัน 2 แห่งแรก เจ้าหน้าที่พบว่า ระเบิดแสวงเครื่องดังกล่าว เป็นระเบิดแสวงเครื่องขนาดเล็ก และไม่มีสะเก็ดระเบิด จุดระเบิดด้วยการตั้งเวลา โดยคนร้ายตั้งเวลาเอาไว้ในเวลา 22.00 น.ของวันที่ 14 ก.พ.69 ซึ่งเป็นวันวาเลนไทน์ และยังพบว่าระเบิดดังกล่าวถูกตั้งเวลามาตั้งแต่ 10 วันก่อน ซึ่งหมายความว่า คนร้ายได้นำระเบิดมาซุกซ่อนเอาไว้ 10 วันแล้ว (ตั้งแต่ราวๆ วันที่ 25 ม.ค.)
@@ พบเพิ่มอีกปั๊ม วางบึ้มซ้อน 2 ลูก ตูมสนั่น EOD นิ้วขาด

ต่อมาเวลา 09.00 น.วันพุธที่ 4 ก.พ. เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งพบวัตถุต้องสงสัยในห้องน้ำสำหรับเปลี่ยนผ้าอ้อมเด็กและผู้สูงอายุ ภายในปั๊มน้ำมัน ปตท.ตะลุโบะ ริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 410 (ปัตตานี - ยะลา) หน้าโรงไฟฟ้าตะลุโบะ ต.ตะลุโบะ อำเภอเมืองปัตตานี
เมื่อเจ้าหน้าที่กำลังรุดไปตรวจสอบ ก็พบวัตถุต้องสงสัยซุกเอาไว้ใน “ที่พักน้ำ” โถชักโครก 2 โถ ทั้งโถชักโครกเด็กและโถชักโครกผู้ใหญ่ เจ้าหน้าที่จึงค่อยๆ เปิดฝาที่พักน้ำชักโครกเพื่อตรวจสอบ และหาวิธีตัดวงจร แต่ปรากฏว่าระเบิดทำงานทันที แรงระเบิดทำให้โถชักโครกแตกกระจาย เศษกระเบื้องจากตัวชักโครกกระเด็นใส่มือของ ด.ต.พิชิตพาล เวชชาชีวี เจ้าหน้าที่ชุด EOD ทำให้นิ้วมือขาด เพื่อนๆ จึงเข้าช่วยเหลือ และเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลปัตตานีทันที
จากนั้น เจ้าหน้าที่ EOD ที่เหลือจึงปฏิบัติการต่อ โดยได้ใช้ปืนแรงดันน้ำยิงทำลายวงจรจุดระเบิดที่เหลืออีก 1 วงจร ใน “ที่พักน้ำ” โถชักโครก แล้วเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียด พบนิ้วมือของเจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บซึ่งถูกสะเก็ดระเบิดตัดขาด จึงเร่งนำนิ้วมือของผู้บาดเจ็บใส่ถุงน้ำแข็ง ก่อนนำไปส่งโรงพยาบาลเพื่อผ่าตัดต่อนิ้วให้ ด.ต.พิชิตพาล
@@ แฉกลเม็ดซ่อนระบบจุดระเบิด ไม่ใช่ตั้งเวลา

จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่า ระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายวางในห้องน้ำปั๊มน้ำมัน ปตท.ตะลุโบะ เป็นระเบิดแสวงเครื่องที่มีระบบจุดระเบิดได้ 2 ระบบ โดยระบบแรกเป็นการระเบิดด้วยการตั้งเวลาเหมือนกับ 2 ปั๊มแรกที่พบ ส่วนอีกระบบหนึ่งยังไม่แน่ชัดว่าเป็นการใช้รีโมทคอนโทรล หรือใช้ระบบ “ดึง สะดุด ปล่อย” ด้วยการผูกเชือกไว้กับสลักระเบิด และระเบิดจะทำงานเมื่อมีการเคลื่อนย้าย
นอกจากนี้ยังพบว่า ระเบิดแสวงเครื่องดังกล่าว มีลักษณะเหมือนกับระเบิดแสวงเครื่องที่กลุ่มคนร้ายเคยใช้ในการก่อเหตุลอบวางระเบิดป่วนในพื้นที่จังหวัดฝั่งอันดามัน (กระบี่ ภูเก็ต พังงา) เมื่อวันที่ 23-24 มิ.ย.2568 ที่ผ่านมา ทำให้เชื่อว่าคนร้ายที่ก่อเหตุทั้ง 2 กลุ่มน่าจะมีความเชื่อมโยงกัน
อ่านประกอบ : เช็คลิสต์ 10 เป้าหมาย “ภูเก็ต-กระบี่” บึ้มป่วนอันดามัน - “ตรัง” มีเสียว
สำหรับการวางระเบิดในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่คาดว่า กลุ่มคนร้ายต้องการแสดงศักยภาพว่ายังคงมีความสามารถก่อเหตุรุนแรงรูปแบบต่างๆ ได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งฝ่ายความมั่นคงได้สั่งเพิ่มมาตรการเฝ้าระวัง เพราะเกรงว่าอาจมีความพยายามก่อเหตุในช่วงวันเลือกตั้ง วันที่ 8 ก.พ.ที่จะถึงนี้ก็เป็นได้
