
นายกฯอนุทิน นั่งหัวโต๊ะประชุมความมั่นคง สวมบทเข้มต่อหน้าแม่ทัพภาค 4 ผู้ว่าฯ 4 จังหวัดชายแดน คาใจปล่อยระเบิด 11 ปั๊มรวด แถมเป็น ปตท.ล้วน ย้ำต้องแก้ปัญหาให้เต็มที่ รื้องานการข่าว ไม่ต้องการคำอธิบายก่อเหตุรับเทศกาลสำคัญ ฉะกระทบเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิตประชาชน นักลงทุนเผ่น ประกาศยุทธศาสตร์เดิน 2 ขา “รบไป คุยไป” ใช้ทุกกลไกปิดเกม
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมความมั่นคง ที่มณฑลทหารบกที่ 42 ค่ายเสนาณรงค์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
การประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากนายกฯลงพื้นที่เพื่อเป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ ผอ.โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ ที่ถูกเยาวชนอายุเพียง 17 ปี ใช้อาวุธปืนยิงจนเสียชีวิต ขณะคลุ้มคลั่งเข้าไปจับตัวประกันในโรงเรียน
การประชุมความมั่นคงจึงเป็นการรับฟังสรุปสถานการณ์โดยรวมของพื้นที่ เพื่อการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการแก้ไขปัญหายาเสพติด และมอบนโยบายการขับเคลื่อนภารกิจด้านความมั่นคง ซึ่งมีวาระการหารือส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องกับปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้
นายกฯกล่าวในที่ประชุมตอนหนึ่ง ถึงเหตุการณ์วางระเบิดและเผาปั๊มน้ำมัน 11 แห่งในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อวันที่ 11 ม.ค.69 ซึ่งเป็นคืนหลังวันเด็กแห่งชาติ และเป็นวันเลือกตั้งนายก อบต.ทั่วประเทศ
คำกล่าวของนายกฯอนุทินถือว่าน่าสนใจ และแสดงความรู้สึก พร้อมมอบนโยบายเพื่อแก้ปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ปลายด้ามขวานอย่างเข้มข้น จริงจัง
“วันนี้ผมและคณะขอมารับฟังและร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากแม่ทัพภาค 4 และผู้ว่าราชการทั้ง 4 จังหวัด ซึ่งถือว่าเราต้องดำเนินการเรื่องนี้ให้เต็มที่ และที่ผ่านมาในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา มีเหตุเกิดขึ้นแรงๆ คือเผาปั๊ม ปตท.10 กว่าปั๊ม และยังมีเรื่องการลอบวางระเบิด และการดำเนินการก่อเหตุร้าย ก่อความไม่สงบต่างๆ
สิ่งเหล่านี้คิดว่าทุกครั้งที่ได้รับรายงาน ผมไม่อยากให้การรายงานนั้นอธิบายประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้ หรือรายงานเป็นเรื่องปกติ เป็นการส่งสัญญาณเข้าเทศกาลรอมฎอน เทศกาลถือศีลอด หรือถือบวชอะไรต่างๆ ตรุษจีนปีใหม่ ก็จะมีการออกมาทักทายอย่างนี้...ไม่ได้ เราเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ จะต้องมีหน้าที่ปราบปรามให้สิ้นซากเด็ดขาด
เชื่อว่าในการทำงานของรัฐบาลร่วมกับทางกองทัพและหน่วยงานความมั่นคง ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ศอ.บต. (ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้) ตั้งแต่ทำงานร่วมกันมาประมาณ 4-5 เดือน เห็นชัดว่างานความมั่นคง รัฐบาลอยู่ข้างท่านอย่างเต็มที่ สามารถที่จะดำเนินการทุกอย่างที่คิดว่าทำแล้วเกิดความสงบสุข ความปลอดภัยกับพี่น้องประชาชนและในพื้นที่ ซึ่งทางรัฐบาลให้การสนับสนุนในทุกๆ ด้าน ต้องฝากให้วางกลยุทธ์ต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลยุทธ์ด้านการข่าว ซึ่งผมเข้าใจดีหลายท่านคงทำงานอย่างเต็มที่แล้ว

ผมไม่ได้มีข้อสงสัยในความตั้งใจการทำงานหรือการปฏิบัติงานของพวกท่าน แต่ในเรื่องประสิทธิภาพและความครอบคลุม คงต้องขอความร่วมมือให้เน้นอย่างเต็มที่ เพราะตรงนี้ อย่างที่เรียน...ผมจะต้องไปตอบในสภาและต่อประชาชน
อย่างเช่นวางระเบิดปั๊มเดียว ยี่ห้อเดียว 11 เคส ในวันเวลาเดียวกัน รัฐบาลไม่รู้เลยหรือ รัฐบาลไม่มีการข่าวเลยหรือ พื้นที่ไม่มีการข่าวเลยหรือ ซึ่งตรงนี้ต่อให้เราพูดอย่างไร ก็ไม่สามารถที่จะบอกว่าเราทำอย่างเต็มที่แล้ว มีประสิทธิภาพแล้ว อันนี้ลำบาก เพราะเป็นสิ่งที่ต้องอธิบายและบั่นทอนความเชื่อมั่น
ระเบิดแต่ละลูกที่เกิดขึ้นใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และจังหวัดใกล้เคียง มันทำให้ความพยายามของพวกเราที่จะทำให้เกิดความสงบ นักลงทุนกำลังจะเข้ามา ดูแล้วเงียบไป 2-3 เดือน มีความสงบ เริ่มคิดจะมาลงทุน ซึ่งไม่ใช่มาดู 2 ปีก่อนแล้วค่อยมา ถ้าเขาเห็นว่าพวกเราทำได้ 2-3 เดือนเห็นนิ่งแล้ว ประชาชนเริ่มใช้ชีวิตปกติ เขาก็จะมา แต่ถ้าเกิดเหตุเขาก็จะต้องถอยกลับไป ซึ่งทำให้เกิดปัญหาต่างๆ มากมาย ประชาชนแทนที่จะมีโอกาสเสริมสร้างรายได้ ก็ไม่มีโอกาสนั้นอีก ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตได้เลย
แต่ยังเชื่อมั่นว่าในศักยภาพของหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ เรามี กอ.รมน.ภาค 4 ซึ่งบูรณาการทุกหน่วยงานได้ รวมทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งผมไม่ได้เอาคนที่เกิดจังหวัดน่านหรืออุบลราชธานีมาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ละท่านดูก็รู้แล้ว พูดออกมาคำเดียวก็รู้แล้วว่าอยู่แถวนี้ ไม่ได้มาจากที่ไหน
ฉะนั้นตรงนี้จะต้องใช้ศักยภาพอย่างเต็มที่ในการบูรณาการให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด และต้องป้องกัน ปราบปราม สกัดกั้นการก่อเหตุความไม่สงบ ส่วนไหนที่เราต้องใช้การดำเนินการทางการทูต หรือการใช้การดำเนินการความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ก็สามารถที่จะแจ้งรัฐบาลมาได้
ทุกวันนี้ท่านก็รบไป เราก็พูดไป ต้องไปทั้งสองขา โมเดลนี้จากอีสานมาใต้ จากใต้มาอีสาน มีเจบีซี จีบีซี อาร์บีซี (คณะกรรมการเขตแดนร่วม, คณะกรรมการชายแดนทั่วไป, คณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค) เหมือนกันหมด ฉะนั้นตรงนี้เราคงต้องดำเนินการเรื่องนี้อย่างเต็มที่
วันนี้เรามีผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องนี้อยู่แล้ว และผู้ที่เป็นตัวแทนฝ่ายความมั่นคงที่อยู่ในคณะกรรมการชุดต่างๆ มีความเข้าใจอย่างดี รัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนการดำเนินการของพวกท่านอย่างเต็มที่ จึงฝากเรื่องนี้ โดยต้องบอกแม่ทัพภาคที่ 4 สถานที่นี้มีการประกาศกฎอัยการศึกหรือภาวะฉุกเฉิน โดยแม่ทัพภาค 4 เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์
ที่พูดมาทั้งหมด ผมเชื่อมั่นในตัวพวกท่าน และคิดว่าทำเต็มที่แล้ว แต่ขอให้จากนี้ไปมองว่าเราฟังเสียงประชาชน ถ้าประชาชนบอกว่าเต็มที่ของเรา สำหรับเขายังไม่เต็มที่ ก็ต้องเต็มที่ให้เขา เพราะเขาคือผู้ที่ได้รับผลกระทบต่างๆ ถ้ามีเหตุการณ์อะไรที่เกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม ต้องขอชื่นชมและให้กำลังใจกำลังพลด้านความมั่นคง ทั้งทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อย เรื่องสิทธิสวัสดิการ กำลังใจของกำลังพลผู้ปฏิบัติงานเรื่องความปลอดภัยอะไรต่างๆ การเข้าถึงสิทธิประโยชน์ต่างๆ การดูแลครอบครัวของเจ้าหน้าที่ รัฐบาลพร้อมที่จะให้การดูแลอย่างเต็มที่ แต่ไม่อยากดูแลแบบต้องเสียเงินเป็นล้าน 2 ล้าน 10 ล้าน แลกกับชีวิตมันไม่คุ้ม ฉะนั้นต้องพยายามทำให้เกิดความปลอดภัย และมีประสิทธิภาพที่ดีด้วย”
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า การประชุมความมั่นคง นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการ ศอ.บต. ไม่ได้เข้าร่วมประชุมด้วย ทำให้นายกฯออกตัวในที่ประชุมว่า ได้ฝากโน้ตสั่งงาน และได้อ่านในที่ประชุม
“จากการทำงานด้วยกัน ขอฝากให้งานการข่าวมีเอกภาพบูรณาการ มิติด้านความมั่นคงและการพัฒนา ขอให้หน่วยงานการข่าว พลเรือน ทหารตำรวจ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สรุปงานข่าวที่สำคัญทันที ให้แม่ทัพภาค 4 และ ศอ.บต. กลั่นกรองและนำเรียนหน่วยเหนือต่อไป พร้อมขอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้สนับสนุนร่างระเบียบใหม่ เพื่อลดขั้นตอน เพื่อประสิทธิภาพและความเหมาะสมกับสภาพความเป็นจริงที่ประชาชนเสียหาย และทันสถานการณ์ด้วย จึงต้องขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายด้วย”
@@ ไฟเขียวสร้างรั้วชายแดน สกัดก่อความไม่สงบ

ต่อมา นายกฯอนุทิน ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมความมั่นคง โดยได้ตอบคำถามส่วนหนึ่งเกี่ยวกับปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้
หนึ่งในคำถามไฮไลต์ที่สำคัญ คือ ข้อเสนอของฝ่ายความมั่นคงเรื่อง “สร้างรั้วชายแดน” ประเด็นนี้ นายกฯตอบว่า “ที่แม่ทัพภาคที่ 4 ท่านนำเสนอมา ในที่ประชุมส่วนใหญ่ก็เห็นด้วยอยู่แล้ว ผมก็บอกเลยว่าจะสร้างรั้วตรงชายแดนไทย-กัมพูชา แล้วก็ต่อเนื่องมาในส่วนที่จำเป็นของภาคใต้ ให้ไปทำการศึกษามาว่าจะเป็นตรงไหน ก็ดำเนินการเพื่อป้องกันเหตุร้ายหลายๆอย่าง”
@@ ส่งสัญญาณประเทศเพื่อนบ้านอย่าหนุนกลุ่มป่วน
ผู้สื่อข่าวถามต่อเรื่องการพูดคุยสันติสุขกับกลุ่มผู้เห็นต่าง มีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง นายกฯอนุทิน ตอบว่า “การดำเนินการก็เหมือนกับกรณีไทย-กัมพูชา เรื่องการปราบปรามผู้ก่อเหตุร้าย เราก็ต้องดำเนินการปราบปราม ดำเนินคดี ทำทุกอย่าง และเรื่องทำความเข้าใจกับประเทศเพื่อนบ้าน ขอความร่วมมือว่าอย่าได้ให้การสนับสนุน อย่าได้ให้การช่วยเหลือใดๆ เพราะเวลาเกิดเหตุก็ข้ามมาที เวลาทำเสร็จก็ข้ามกลับไป เราก็คงจะไม่ให้สิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้น
ผมย้ำคำว่าประสิทธิภาพไว้กับฝ่ายปฏิบัติ วันนี้ก็พูดกันอย่างชัดเจนว่า การที่จะมาบอกว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องเข้าหน้าเทศกาลทางศาสนา เทศกาลถือศีลอด แล้วเขาจะต้องทำเชิงสัญลักษณ์ ผมบอกอย่างนี้มันไม่ใช่เรื่องของสัญลักษณ์ มันเป็นเรื่องของการก่อการร้าย ที่อธิบายกันเอง ฟังก็รับไม่ได้ ผมไปอธิบายประชาชนไม่ได้ อันนี้ไม่ใช่เรื่องปกตินะครับ ต้องแก้ไข”
