
คดียิง สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ แห่งพรรคประชาชาติ มีความคืบหน้าไปมาก
แต่ที่ฮือฮาสุดๆ ณ วันศุกร์ที่ 3 เม.ย.69 คือการที่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรค ดับเครื่องชน ตั้งโต๊ะแฉเองว่า รถกระบะสีขาวสี่ประตู ซึ่งเป็นพาหนะของทีมสังหาร สส.กมลศักดิ์ คือ รถที่ใช้ในราชการของ กอ.รมน.
งานนี้ไม่เสียชื่ออดีต รมว.ยุติธรรม อดีตอธิบดีดีเอสไอ และอดีตผู้กำกับการ 2 กองบังคับการปราบปราม หรือ “ผู้กำกับประเทศไทย”
อ่านประกอบ : กอ.รมน.ปัดตอบปม “รถหน่วย” พาหนะยิงถล่ม “สส.กมลศักดิ์”
มีการให้ข้อมูลแบบเฉพาะเจาะจงด้วยว่า รถกระบะที่ใช้ในราชการของ กอ.รมน.คันนี้ เป็นของ กอ.รมน.นราธิวาส
“ทีมข่าวอิศรา” พูดคุยกับ พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 โดยขอสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ถึงความชัดเจนของคดี แต่เจ้าตัวบอกเพียงว่า “ข้อมูลเป็นไปตามที่พรรคประชาชาติแถลง” แต่ปฏิเสธที่จะพูดในรายละเอียด โดยบอกเพียงว่า จะแถลงอย่างเป็นทางการร่วมกัน 3 ฝ่าย ในวันที่ 7 เม.ย.นี้
@@ รวบทีมยิงพร้อมแก๊งทำลายหลักฐาน - บางรายสารภาพ
ข้อมูลเชิงลึกที่ “ทีมข่าวอิศรา” รวบรวมได้เพิ่มเติมก็คือ
1.มีการออกหมาย พ.ร.ก. ที่ใช้อำนาจตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ) ออกหมายเชิญตัว ที่เรียกว่า “หมาย ฉฉ.” ควบคุมตัวเข้าสู่กระบวนการซักถามแล้วอย่างน้อย 6 ราย
โดย 2 รายแรกที่ถูกควบคุมตัว คือ นายสมพร ลังเดช อายุ 57 ปี อดีตเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยนาวิกโยธินภาคใต้ กองทัพเรือ ซึ่งเคยถูกให้ออกจากราชการเพราะกระทำผิดวินัยร้ายแรง และนายยศกร ลังเดช อายุ 23 ปี บุตรชาย ซึ่งเคยมีข่าวว่าเป็นอดีตทหารพราน แต่ภายหลังตรวจสอบแล้ว ไม่พบหลักฐานการเข้ารับราชการทหาร
ส่วนผู้ต้องสงสัยรายอื่นๆ ที่ถูกควบคุมตัว มีอย่างน้อย 4 ราย เกี่ยวข้องกับอู่ซ่อมรถริมแม่น้ำในอำเภอตากใบ จ.นราธิวาส ที่พบรถของกลางถูกชำแหละ และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับอาวุธปืน เอ็ม 16 กระบอกที่ใช้ยิง สส.กมลศักดิ์ ถูกนำไปแยกชิ้นส่วน ทิ้งลงแม่น้ำเช่นกัน
ข่าวล่าสุดแจ้งว่า ผู้ต้องสงสัยบางรายยอมเปิดปากรับสารภาพแล้ว
@@ ชัดแล้ว “รถราชการ” ทหาร กอ.รมน.ให้เพื่อน “อดีต นย.” ยืมใช้
2.รถกระบะสีขาว สี่ประตู เป็นรถของทางราชการ ถูกส่งจาก กอ.รมน.ส่วนกลาง ไปยัง กอ.รมน.นราธิวาส เพื่อใช้ในราชการ
ก่อนหน้านี้ข้อเท็จจริงยังไม่ชัดว่า เป็นรถที่ยังใช้ในราชการ แล้วถูกหยิบยืมไปให้ “มือปืน” นำไปก่อเหตุ หรือเป็นรถที่ทางราชการจำหน่ายออกไปแล้ว (ความหมายคือ ปลดประจำการ ขายทอดตลาด) กันแน่
แต่ข้อมูลล่าสุดจากฝ่ายทหารในพื้นที่ระบุว่า รถคันนี้ยังเป็นรถของทางราชการ ยังไม่ได้ถูกจำหน่าย และทหารใน กอ.รมน.นราธิวาส เป็นผู้ที่มอบรถให้ “เพื่อนอดีตนาวิกโยธิน” ยืมไปใช้ โดยไม่รู้ว่านำไปใช้ก่อเหตุยิง สส.กมลศักดิ์ ต่อมาเมื่อรู้เรื่อง จึงมีการส่งรถไปชำแหละเพื่อทำลายหลักฐาน
เป็นที่น่าสังเกตว่า กอ.รมน.นราธิวาส มีผู้ว่าราชการจังหวัด เป็น ผอ.รมน.จังหวัด ตามโครงสร้าง แต่ผู้ที่คุมฝ่ายทหารใน กอ.รมน. คือ นายทหารเรือยศ “นาวาเอก” มีตำแหน่งเป็น รอง ผอ.รมน.จังหวัด ซึ่งเทียบเท่า “รองผู้ว่าฯนราธิวาสฝ่ายทหาร” นั่นเอง
@@ จุดเชื่อม “ลูกประดู่” - สั่งสอบ “นาวาเอก”
ความน่าสนใจก็คือ นายทหารรายนี้ เป็นทหารเรือ ยศนาวาเอก เพราะพื้นที่นราธิวาสอย่างน้อย 4 อำเภอ รวมถึงอำเภอเมืองนราธิวาส อยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยนาวิกโยธินกองทัพเรือ
ขณะที่ผู้ต้องสงสัยเป็นมือปืน ร่วมทีมยิง สส.กมลศักดิ์ คือ นายสมพร ลังเดช ก็เป็นอดีตนาวิกโยธิน ยศ “เรือโท” เคยเป็นทหารเรือเช่นกัน
มีข้อมูลเชิงลึกด้วยว่า ขณะนี้มีการตั้งกรรมการสอบ “นาวาเอก” รายนี้แล้ว
@@ เปิดช่องโหว่ “รถยืมใช้” ภารกิจไล่ยิง สส.
ยังมีข้อมูลความหละหลวมเละเทะของการควบคุมวัสดุ อุปกรณ์ โดยเฉพาะรถยนต์ของทางราชการ
เจ้าหน้าที่ทหารในหน่วย กอ.รมน. ให้ข้อมูลว่า จากสาเหตุที่ กอ.รมน.เป็นหน่วยงานบูรณาการ 3 ฝ่าย คือ “ทหาร ตำรวจ พลเรือน” ทำให้อุปกรณ์ที่นำมาใช้งาน มาจากหลายแหล่ง
หากพิจารณาเฉพาะรถยนต์ บางจังหวัดไม่รู้เลยว่าแต่ละพื้นที่มีรถกี่คัน เพราะมีรถหลายประเภท ทั้งรถเช่า รถราชการปกติ รถหุ้มเกราะ ซึ่งทั้งหมดอยู่ในบัญชีอุปกรณ์ของแต่ละจังหวัด ภายใต้การกำกับของผู้ว่าฯ หรือ รองผู้ว่าฯฝ่ายทหาร ก็คือ รอง ผอ.รมน.จังหวัด ตามที่ได้รับมอบหมายนั่นเอง
เจ้าหน้าที่ใน กอ.รมน. ยังให้ข้อมูลว่า “จุดอ่อน" ที่กลายเป็นช่องโหว่ก็คือ การตรวจพัสดุต่างๆ จะเป็นวงรอบ 3 เดือน รวมถึงรถยนต์ด้วย
โดยทุกๆ 3 เดือนจะมีการตรวจสอบการมีอยู่ของรถ และเลขไมล์ แต่ในห้วงเวลา 3 เดือนนั้น รถของหน่วยงานที่ตั้งอยู่ในศาลากลางจังหวัด อาจไม่มีโรงจอดที่มิดชิด ทำให้การควบคุมไม่ทั่วถึง หรือบางกรณีก็มีการอนุญาตให้ยืมรถไปใช้ในภารกิจส่วนตัว และหลุดไปทำภารกิจผิดกฎหมายได้เหมือนกัน
