
แม้ผู้ต้องหาที่ร่วมทีมยิง สส.กมลศักดิ์ เป็นอดีตทหารนอกราชการ
แต่ความเกี่ยวพันแยกกันไม่ออก เพราะใช้รถของทางราชการที่ยังไม่ถูกจำหน่ายออก
เรื่องนี้สะเทือนภาพลักษณ์ กอ.รมน. เพราะเป็นรถในราชการของ กอ.รมน.
โดยเฉพาะความหละหลวมในการควบคุมรถ เพราะรถถูกยืมไปใช้ก่อเหตุอุกฉกรรจ์
สะท้อนปัญหาใน กอ.รมน. แหล่งรวมกำลังพลแบบใด?
เพราะทหารใน กอ.รมน.ให้เพื่อนอดีตทหารยืมรถ และถูกนำรถไปยิง สส. เกิดคำถามว่าเขาไม่รู้เลยหรือว่าเพื่อนรับงานอะไรอยู่
เครือข่ายทหารสีเดียวกัน ทั้งในและนอกราชการ ทำภารกิจทั้งในและนอกกฎหมายอยู่หรือไม่?
เพราะอดีตทหารที่ก่อเหตุเป็นอดีต นย. ทหารเรือ, ลูกน้องที่นำรถไปส่งอู่เพื่อชำแหละ ก็เป็นอดีตทหารเรือ, ทหารใน กอ.รมน.ที่ให้ยืมรถ เป็นทหารเรือด้วยหรือไม่?
แต่ “บิ๊ก กอ.รมน.จังหวัด” เป็นทหารเรือยศสูงแน่นอน ขณะนี้มีข่าวโดนสอบ
คนกลุ่มนี้รู้จักกัน และรู้จักอู่รถที่รับงานผิดกฎหมาย
อาวุธปืนมาจากไหน ทำไมมีอาวุธสงคราม “ไม่มีประวัติ” ถึงถูกนำมาใช้ก่อเหตุลักษณะนี้ รวมทั้งเครื่องกระสุน ทั้งๆ ที่ชายแดนใต้มีทหาร ตำรวจ และ อส.เต็มไปหมด หลายหมื่นนาย
“ทฤษฎีปืนโจร - ปืนเวียน - ปืนไร้ที่มา” ดังก้องเต็มสองหูผู้คนในสามจังหวัดชายแดน
สมมติเหตุโจมตีเจ้าหน้าที่เหตุการณ์หนึ่ง กลุ่มโจรก่อเหตุแล้วชิงปืนเจ้าหน้าที่ไป แต่ชิงไปไม่หมด เหลืออยู่ 1 กระบอก หากมีเจ้าหน้าที่หัวใส แต่จิตใจไม่สะอาด เก็บปืนนั้นไว้ แล้วแทงบัญชีว่าถูกโจรใต้ชิงเอาไป ปืนนั้นจะกลายเป็น “ปืนโจร”
เมื่อปืนถูกนำไปยิงใคร ยิงนักการเมือง ยิงประชาชนผู้บริสุทธิ์ หรือไปรับจ้างยิง รับงานจากคู่ขัดแย้งต่างๆ เหยื่อที่ตายก็จะถูกระบุว่าเป็น “ฝีมือโจรใต้” เป็นคดีความมั่นคง รับเงินเยียวยาจากรัฐ แถมสาเหตุการถูกสังหารก็จะเป็นความลับดำมืด
นี่คือต้นตอของเสียงเรียกร้องให้ “ขึ้นทะเบียนปืนและยุทโธปกรณ์ทั้งหมด” ที่ใช้ในชายแดนใต้ ไม่ใช่เฉพาะ “ปืนโจร” แต่ต้องรวมถึงปืนเจ้าหน้าที่เองด้วย
ไม่ใช่ไม่ไว้ใจ แต่ต้องป้องกันพวกหัวใจ จิตใจไม่สะอาด สร้างตำนาน “ปืนโจร” ซึ่งมีอยู่จริง
เหตุการณ์แบบนี้เป็นโจทย์ใหญ่ของรัฐบาล ถ้าไม่รื้อโครงสร้างทั้ง กอ.รมน. กฎหมายพิเศษ การขึ้นทะเบียนอาวุธปืน และเคลียร์ข้อข้องใจอื่นๆ จะไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนเพื่อดับไฟใต้ได้เลย
1.คนชายแดนใต้จะตั้งคำถามตลอดว่า เหตุร้ายแต่ละเหตุ ใครก่อกันแน่ เจ้าหน้าที่สร้างสถานการณ์เองหรือไม่
2.กระบวนการตรวจพิสูจน์หลักฐานจะสร้างความเชื่อมั่นไม่ได้เลยว่า ผลที่ออกมาปราศจากข้อสงสัยจริงๆ
3.กลุ่มขบวนการแบ่งแยกดินแดน/ต่อต้านรัฐ จะนำไปขยายผลไม่จบ ทำให้ประชาชนในพื้นที่ไม่เชื่อใจรัฐ
4.งบประมาณที่ละลายไปแล้วกว่า 5.1 แสนล้าน จะถูกตั้งคำถามไม่เลิกว่า คุ้มค่าจริงหรือไม่ หรือจริงๆ แล้วคือการสร้างสถานการณ์เพื่อเอางบกันแน่
5.กอ.รมน.และกฎหมายพิเศษทุกฉบับ จะถูกตั้งคำถามว่า ควรมีและใช้ต่อไปหรือไม่ เพราะนอกจากจะไม่สามารถสกัดกั้นเหตุร้ายจากกลุ่มโจรใต้ (หน่วยในพื้นที่ยอมรับเอง) ยังมีภัยแทรกซ้อนจากพวกเดียวกันเองท่ามกลางกฎหมายพิเศษอีกด้วย!
