
คนร้ายขับรถจักรยานยนต์ประกบยิงอดีตทหารพราน ฉก.ทพ.47 เสียชีวิตริมถนนรอยต่อยะลา - นราธิวาส ทั้งยังฉกอาวุธปืนพกสั้น 9 มม.ของผู้ตายหลบหนีไปด้วย ตำรวจเร่งสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานทั้งปมขัดแย้งส่วนตัว และสถานการณ์ไฟใต้
เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. ของวันศุกร์ที่ 22 พ.ค.69 ศูนย์วิทยุ สภ.จะกว๊ะ ได้รับแจ้งจากกำนันตำบลจะกว๊ะ ว่าเกิดเหตุคนร้ายลอบใช้อาวุธปืนยิงประชาชนเสียชีวิต บนถนนในพื้นที่หมู่ 1 ต.จะกว๊ะ อ.รามัน จ.ยะลา ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อกับบ้านตายา ต.สุวารี อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส
หลังรับแจ้ง พ.ต.ท.นิพร อินสุวรรณ์ สารวัตรใหญ่ สภ.จะกว๊ะ ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารพราน ฝ่ายปกครอง พร้อมประสานหน่วยกู้ภัย อบต.จะกว๊ะ และชุดกู้ชีพ–กู้ภัยอิควะห์รามัน ร่วมเดินทางเข้าตรวจสอบ
ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 125 ไอ สีดำ หมายเลขทะเบียน 1 กผ 2733 นราธิวาส ล้มอยู่ริมถนน ใกล้กันพบร่างผู้เสียชีวิต สภาพศพนอนคว่ำหน้า สวมเสื้อแจ็คเก็ตสีดำและผ้าโสร่งสีม่วงอ่อน ทราบชื่อคือ นายอิสมาแอ มะสีละ อายุ 55 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ใน อ.รามัน จ.ยะลา และเป็นอดีตเจ้าหน้าที่ทหารพราน สังกัด หน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพรานที่ 47 (ฉก.ทพ.47)

จากการชันสูตรพลิกศพเบื้องต้น พบร่องรอยถูกยิงด้วยอาวุธปืนพกสั้นไม่ทราบขนาด เข้าที่บริเวณศีรษะและลำคอ รวม 5 นัด เป็นเหตุให้เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานจึงได้เข้าเก็บรวบรวมพยานวัตถุและปลอกกระสุนในบริเวณดังกล่าวไว้เป็นหลักฐาน
จากการสืบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายอิสมาแอ ขับขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านพักในพื้นที่ ต.จะกว๊ะ เพื่อมุ่งหน้าไปหาภรรยาที่บ้านตายา ต.สุวารี อ.รือเสาะ เมื่อเดินทางมาถึงจุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นที่เปลี่ยวและเป็นรอยต่อระหว่างสองจังหวัด ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนขับขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบ แล้วชักอาวุธปืนพกสั้นกระหน่ำยิงใส่ในระยะประชิด จนรถจักรยานยนต์เสียหลักล้มลง และทำให้นายอิสมาแอ เสียชีวิตทันที ก่อนหลบหนีคนร้ายได้เข้ามาเอาอาวุธปืนพกสั้น 9 มม.ยี่ห้อ NORINCO จำนวน 1 กระบอกของนายอิสมาแอ จากนั้นกลุ่มคนร้ายได้อาศัยความมืดและความชำนาญเส้นทางในพื้นที่ขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียด พร้อมทั้งเตรียมเรียกสอบปากคำญาติ และพยานแวดล้อมเพิ่มเติมในวันที่ 23 พ.ค.69 เพื่อตรวจสอบหาชนวนเหตุที่แน่ชัด และเร่งสืบสวนหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ในเบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้ตั้งประเด็นสาเหตุไว้ 2 เรื่อง คือประเด็นความขัดแย้งส่วนตัว และประเด็นความเชื่อมโยงกับสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนใต้
