
อส.ชคต.สุไหงปาดี สิ้นใจ หลังถูกซุ่มยิงคาถนนขณะขี่รถจักรยานยนต์ในพื้นที่ เหตุกระสุนถูกอวัยวะสำคัญจนเสียเลือดมาก ด้านฝ่ายมั่นคงเผยพฤติกรรมและผลตรวจกระสุนปืน ชี้เป้ากลุ่มต้องสงสัยเคลื่อนไหวก่อเหตุต่อเนื่อง ด้าน เลขาฯ สมช. ยอมรับ กลุ่มผู้เห็นต่างฯเสียงแตก “อยากคุย กับ ลุยใช้ความรุนแรง” แต่ยืนยันรัฐเดินหน้าเจรจาแน่ “วันนอร์” บอกใบ้ปลาย มิ.ย.ดีเดย์
ความคืบหน้าเหตุการณ์คนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามซุ่มยิง สมาชิกเอก อุรุพงษ์ กมล อายุ 35 ปี สังกัดกองร้อยอาสารักษาดินแดน (อส.) อำเภอสุไหงปาดีที่ 9 ประจำชุดคุ้มครองตำบลสุไหงปาดี (ชคต.สุไหงปาดี) กระสุนเจาะเข้าที่ลำตัวหลายนัด ทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดขณะขี่รถจักรยานยนต์อยู่บนถนนสายปะลุรู - สุไหงปาดี เมื่อช่วงบ่ายของวันพฤหัสบดีที่ 4 มิ.ย. 69 ที่ผ่านมา
โดยหลังถูกยิง มีรถของเจ้าหน้าที่ทหารพรานขับผ่านมาพอดี ทำให้กลุ่มคนร้ายล่าถอยไปก่อนจะเข้ามาจ่อยิงซ้ำ และได้ช่วยเหลือพา สมาชิกเอก อุรุพงษ์ ส่งโรงพยาบาลสุไหงปาดี
จากนั้นแพทย์โรงพยาบาลสุไหงปาดีได้ทำการปฐมพยาบาล ก่อนส่งตัว สมาชิกเอก อุรุพงษ์ ไปรักษาต่อยังโรงพยาบาลสุไหงโก-ลก อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส และได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา เนื่องจากกระสุนถูกอวัยวะสำคัญและเสียเลือดมาก ท่ามกลางความโศกเศร้าของครอบครัวและเพื่อนร่วมงาน
สำหรับกำหนดการพิธีศพของ สมาชิกเอก อุรุพงษ์ กมล จัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 5 มิ.ย. ที่วัดโคกตา ต.ปะลุรู อ.สุไหงปาดี โดยมีขั้นตอนพิธีศพตามลำดับดังนี้
เวลา 15.00 น. เริ่มพิธีรดน้ำศพ ณ วัดโคกตา
เวลา 16.00 น. พิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ
เวลา 17.00 น. พิธีวางพวงมาลา
เวลา 17.30 น. พิธีมอบกระเช้าพระราชทาน

ส่วนความคืบหน้าทางคดี แหล่งข่าวระดับสูงจากหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่เปิดเผยว่า จากพฤติกรรมการก่อเหตุ รวมถึงปลอกกระสุนปืน เอ็ม16, อาก้า และปืนลูกซอง ที่ตกอยู่ในพงหญ้าริมทาง คาดว่าเป็นฝีมือของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงเครือข่ายของ นายตอเย็บ เทารง แกนนำสั่งการรที่มีอิทธิพลเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ อ.สุไหงปาดี และอำเภอใกล้เคียง ซึ่งมักเลือกเป้าหมายเป็นเจ้าหน้าที่รัฐและคนของฝ่ายราชการ
ล่าสุดกองกำลังทหาร ทหารพราน และตำรวจ ได้สนธิกำลังร่วมกับชุดพิสูจน์หลักฐาน เข้าปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายและแกะรอยตามเส้นทางที่กลุ่มคนร้ายใช้หลบหนีอย่างกระชั้นชิด เพื่อนำตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด
@@ นายกฯเรียกถก “บิ๊ก กห. - เลขาฯศอ.บต.”
สถานการณ์ชายแดนใต้ห้วงเดือน พ.ค. ต่อเนื่องถึงเดือน มิ.ย. มีเหตุรุนแรงเกิดถี่ขึ้น และพุ่งเป้าไปยังเจ้าหน้าที่รัฐกับครอบครัวอย่างชัดเจน ทำให้หลายฝ่ายเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหา หรือประกาศนโยบายเพื่อสร้างจุดเปลี่ยนกับสถานการณ์
วันพฤหัสบดีที่ 4 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เรียกหลายฝ่ายเข้าหารือที่ตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนจะมีการประชุมคณะรัฐมนตรี ซึ่งในส่วนงานด้านความมั่นคง มี พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.ธราพงษ์ มะละคำ ปลัดกระทรวงกลาโหม นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เข้าพบและหารือกับนายกฯ คาดว่าเพื่อรายงานสถานการณ์ชายแดนใต้
@@ สมช.ลั่นเดินหน้าเจรจา แม้กลุ่มผู้เห็นต่างฯ เสียงแตก
ด้าน นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงความคืบหน้ากระบวนการพูดคุยสันติสุขฯ ที่มี นายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ เป็นหัวหน้าคณะ ว่า ได้เริ่มเดินหน้าแล้ว ยืนยันว่าภาครัฐยังคงมุ่งมั่นเจรจาต่อ แม้กลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐจะมีแนวคิดแตกเป็นสองฝ่าย คือ กลุ่มที่อยากคุย และ กลุ่มที่เน้นใช้ความรุนแรง โดยเจ้าหน้าที่ (ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง) ยังคงบังคับใช้กฎหมาย และมั่นใจว่าสามารถควบคุมสถานการณ์ได้
@@ “วันนอร์” แย้ม เปิดวงพูดคุยสันติสุขฯ ปลาย มิ.ย.
ขณะที่ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี แสดงความหวังว่า คณะกรรมการแก้ปัญหาใต้ชุดใหม่ ซึ่งมี นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นประธาน จะช่วยคลี่คลายสถานการณ์ได้หลังวางยุทธศาสตร์ร่วมกัน
พร้อมย้ำว่าการเจรจายังมีประโยชน์ และคาดว่าจะมีการพูดคุยรอบใหม่ในช่วงปลายเดือน มิ.ย.นี้ โดยต้องอาศัยความร่วมมือและความจริงใจของทุกฝ่ายเพื่อความปลอดภัยของประชาชน
