
เป็นที่น่าสังเกตว่า เหตุรุนแรงที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ช่วงนี้ เกิดขึ้นถี่ยิบ ในช่วงเปลี่ยนปีงบประมาณ และมีการสลับกำลังของฝ่ายทหาร ตำรวจ
“ทีมข่าวอิศรา” ย้อนสรุปเหตุการณ์รุนแรงในพื้นที่ ตั้งแต่ 29 ก.ย.69 จนถึงวันที่ 2 ต.ค.69 ปรากฏว่ามีเหตุร้ายเกิดขึ้นทุกวัน
29 ก.ย.
- เวลา 03.30 น. คนร้ายเหตุทำลายกล้องวงจรปิดเสียหาย 2 ตัว เหตุเกิดในพื้นที่หมู่ 2 ต.ปากู อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี
30 ก.ย.
- เวลา 00.08 น. คนร้ายบุกเข้าไปวางระเบิดหน้าประตูโกดัง และวางเพลิงรถบรรทุก ภายในโกดังสินค้าศรีสมัยซุปเปอร์สโตร์ สาขาดอนยาง ในพื้นที่ หมู่ 6 ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี
ต่อมาในเวลาไล่เลี่ยกันได้เกิดเหตุวางเพลิงเผากล้องวงจรปิด 2 จุดคือใน อ.หนองจิก และโปรยตะปูเรือใบ
- เวลา 00.50 น. คนร้ายเผายางรถยนต์บนทางหลวงสาย 43 ทั้ง 2 ฝั่ง บริเวณยูเทิร์นปั๊มคาลเท็กซ์ ในพื้นที่ หมู่ 4 ต.เกาะสะบ้า อ.เทพา จ.สงขลา รอยต่อกับสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
1 ต.ค.
- เวลา 20.55 น. คนร้ายนำรถจักรยานยนต์พ่วงข้างประกอบระเบิด หรือ “โชเล่ย์บอมบ์” เข้าไปวางระเบิดภายในปั๊มน้ำมัน PT สาขาบ้านตาบา ต.เจ๊ะเห อ.ตากใบ จ.นราธิวาส แรงระเบิดทำให้พนักงานของปั๊มบาดเจ็บเล็กน้อย 2 ราย ส่วนปั๊มน้ำมันได้รับความเสียหายมากกว่า 80 เปอร์เซนต์
- เวลา 23.45 น.คืนเดียวกัน เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงประชาชนบาดเจ็บ 2 ราย เหตุเกิดในพื้นที่ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส
2 ต.ค.
- เวลา 07.50 น. คนร้ายใช้อาวุธปืนยิง นายมะกอเซ็ง โละมะ อส.ชคต.ลุโบะยิไร อ.มายอ จ.ปัตตานี เสียชีวิตในสวนยางพารา ขณะออกกรีดยางในสวนของตนเอง
- เวลา 21.09 น. คนร้ายลอบยิง ดาบตำรวจธีระศักดิ์ ดีรอด เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รือเสาะ กระสุนเฉี่ยวคาง ได้รับบาดเจ็บ โดยเป็นการยิงต่อหน้าภรรยาและลูกน้อยวัย 9 เดือน
@@ ส่งมอบหน้าที่ “แม่ทัพชาคริต” รับภารกิจเต็มมือ

ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.เป็นต้นมา ปัญหาชายแดนใต้อยู่ในความรับผิดชอบของ พล.ท.ชาคริต อุจะรัตน แม่ทัพภาคที่ 4 คนใหม่ และ ผอ.รมน.ภาค 4 ซึ่งรับไม้ต่อจาก พล.อ.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 คนเดิมที่ขยับขึ้นเป็นผู้ช่วย ผบ.ทบ.
ที่ผ่านมามีพิธีรับ-ส่งหน้าที่ ผอ.รมน.ภาค 4 ที่ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี
ล่าสุด เมื่อวันศุกร์ที่ 2 ต.ค.69 ที่ค่ายวชิราวุธ กองทัพภาคที่ 4 จ.นครศรีธรรมราช ได้มีพิธีรับ–ส่งหน้าที่ และมอบการบังคับบัญชาแม่ทัพภาคที่ 4 ระหว่าง พล.อ.นรธิป กับ พล.ท.ชาคริต โดยเริ่มจากพิธีถวายราชสักการะสิ่งสำคัญภายในค่าย ก่อนลงนามในเอกสารรับ–ส่งหน้าที่ และประกอบพิธีมอบการบังคับบัญชา โดยมีกำลังพลสวนสนาม และหมู่เชิญธงประจำกองทัพภาคที่ 4 ร่วมในพิธี
สำหรับภารกิจจากนี้ พล.ท.ชาคริต จะรับผิดชอบพื้นที่ภาคใต้ รวมถึงการขับเคลื่อนงานแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเจ้าตัวมีประสบการณ์ทำงานในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการทหาร งานมวลชน และการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานและประชาชนในพื้นที่
พล.ท.ชาคริต กล่าวภายหลังรับมอบหน้าที่ว่า จะสานต่อภารกิจ นโยบาย และอุดมการณ์การทำงานอย่างเต็มความสามารถ พร้อมปกครองผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยความเป็นธรรม ดูแลเอาใจใส่กำลังพลอย่างใกล้ชิด และนำกำลังพลกองทัพภาคที่ 4 ปฏิบัติหน้าที่บนพื้นฐานของความสามัคคี และการร่วมแรงร่วมใจ
“จะดูแล รักษา และพัฒนากองทัพภาคที่ 4 ให้มีความเจริญก้าวหน้า สามารถยืนหยัดเป็นสถาบันหลักด้านความมั่นคงของภาคใต้และของประเทศชาติอย่างยั่งยืน” พล.ท.ชาคริต กล่าว

สำหรับ พล.ท.ชาคริต เป็นนายทหารรบพิเศษที่ผ่านงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้มาหลายช่วงเวลา ตั้งแต่งานยุทธการและการข่าว จนถึงงานมวลชนและงานพัฒนา ประสบการณ์เหล่านี้กำลังถูกนำมาสู่ความรับผิดชอบในระดับที่ต้องกำหนดทิศทาง เชื่อมหน่วยงาน และทำให้แผนงานเกิดผลในพื้นที่
โดยโจทย์สำคัญในการทำงานต่อจากนี้ จะครอบคลุมทั้งการรักษาความปลอดภัยของประชาชน การลดเงื่อนไขความรุนแรง และการสร้างความร่วมมือกับผู้คนที่มีภูมิหลัง ความเชื่อ และความคิดเห็นแตกต่างกัน เพราะความไว้วางใจ และโอกาสในการพัฒนา มีผลต่อความร่วมมือในระยะยาว
ก่อนหน้านี้ ที่มีการรับ-ส่งหน้าที่ ผอ.รมน.ภาค 4 มีการระบุถึงนโยบายดับไฟใต้ของ พล.ท.ชาคริต ว่าจะให้น้ำหนักกับการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นลำดับแรก เพื่อให้ประชาชนดำเนินชีวิตได้ตามปกติ ควบคู่ไปกับการแก้ไขปัญหาระยะยาวด้วยการ “พัฒนาพื้นที่และการศึกษา” โดยมุ่งสนับสนุนให้เยาวชนในพื้นที่มีโอกาสทางการศึกษาและได้รับการพัฒนาในทิศทางที่ดีขึ้น
ขณะเดียวกัน จะเดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่โดยยึด “14 อำเภอนำร่อง” เป็นพื้นที่ตัวอย่างในการจัดระเบียบ ดูแลประชาชน และสนับสนุนด้านการศึกษาไปพร้อมกัน
อ่านประกอบ : เปิดเส้นทาง “รองคิ้ว แม่ทัพภาคใต้” ไม่ใช่หน้าใหม่ที่ปลายขวาน!
