
“ปัตตานี เอฟซี” น่าจะเป็นทีมฟุตบอลในไทยลีก 1 ลีกสูงสุดของฟุตบอลอาชีพไทย ที่มีดราม่าให้ได้พูดถึงมากที่สุดในฤดูกาลนี้
แม้ผ่าน 7 นัดแรก เจ้าของฉายา “ปืนใหญ่พญาตานี” จะไม่สามารถยิงถล่มคู่แข่งได้สมชื่อ คือเอาชนะได้แค่ 2 นัด เสมอ 1 นัด และแพ้ถึง 4 นัด แต่เรื่องข่าวใหญ่ ข่าวดัง ต้องยกให้ทีมนี้
โดยเฉพาะนัดที่พ่ายให้กับ “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ภายใต้การนำของ “ครูใหญ่เนวิน” ก็มีประเด็นดราม่าการเมือง แฟนบอลฮือวิจารณ์ สส.ชายแดนใต้ และข้าราชการปลายด้ามขวาน ที่แห่แหนกันไปต้อนรับ “ผู้มากบารมีจากเขากระโดง” แถมปันใจไปเชียร์ทีมสีน้ำเงินกันจนออกนอกหน้า
อ่านประกอบ : ปัตตานีพ่าย! ผลบอลบานปลาย ลามถล่มปมการเมือง
นัดล่าสุด เมื่อค่ำวันที่ 31 ตุลาคม 2569 เปิดสนามติณสูลานนท์ จ.สงขลา ซึ่งใช้เป็นสนามเหย้าชั่วคราว เจอกับ ราษีไศล ยูไนเต็ด จากศรีสะเกษ แม้ ปัตตานี เอฟซี จะเก็บชัยชนะได้ แต่ก็ยังไม่วายมีดราม่าเกิดขึ้น
นั่นก็คือกระแสโจมตีการแต่งตั้ง พล.ท.ชาคริต อุจะรัตน แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เป็น “ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์” ของสโมสรฟุตบอลปัตตานี เอฟซี
@@ อดีต ปธ.เปอร์มาส จุดพลุต้าน

กระแสนี้ขยายวง เมื่อ นายซูกริฟฟี ลาเตะ อดีตประธานสหพันธ์นิสิต นักศึกษา นักเรียน และเยาวชนปาตานี หรือ “เปอร์มาส” (PerMAS) ได้โพสต์ภาพในเฟซบุ๊กส่วนตัว เป็นภาพชูธงชาติปาเลสไตน์ พร้อมป้ายข้อความปลดปล่อยชาวปาเลสไตน์ บริเวณอัฒจันทร์ริมสนามฟุตบอล
นายซูกริฟฟี ยังได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก เรียกร้องให้ ผศ.วรวิทย์ บารู หรือ “อาจารย์มะ” ในฐานะประธานสโมสรฟุตบอลปัตตานี เอฟซี ปลด พล.ท.ชาคริต ออกจากตำแหน่งที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ของสโมสร เพราะเห็นว่า “ทหารและกองทัพ” ไม่ควรเขามาเกี่ยวข้องกับ “ปัตตานี เอฟซี” ซึ่งเขาเห็นว่าเป็นพื้นที่สาธารณะเชื่อมร้อยแฟนบอลและประชาชนในพื้นที่ชายแดนใต้
นายซูกริฟฟี เห็นว่า พื้นที่สาธารณะในจังหวัดชายแดนภาคใต้เหลือน้อยลงมากแล้ว จากการที่ทหารใช้กฎหมายพิเศษกดทับ จึงเห็นว่าไม่ควรเข้ามายุ่งเกี่ยวในเรื่อง “กีฬาและการเมือง” ซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะของประชาชนที่ยังเหลืออยู่
@@ แฟนบอลเสียงแตก ทั้งหนุนทั้งค้าน

“ทีมข่าวอิศรา” ตรวจสอบความเคลื่อนไหวในสื่อสังคมออนไลน์ของผู้คนทั้งในและนอกสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ พบว่า การแต่งตั้งผู้นำกองทัพเข้ามารับตำแหน่งในโครงสร้างสโมสรฟุตบอล ปัตตานี เอฟซี ได้ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในหมู่แฟนบอลจริงๆ
โดยมีแฟนบอลบางส่วนออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยผ่านช่องทางออนไลน์ และเพจชุมชนแฟนบอล โดยให้เหตุผลว่า ฟุตบอลควรเป็นพื้นที่บริสุทธิ์ ปลอดพ้นจากเรื่องการเมืองและมิติด้านความมั่นคง เนื่องจากสโมสรปัตตานี เอฟซี ถือเป็นทีมที่มีอัตลักษณ์ท้องถิ่นสูง แฟนบอลในพื้นที่ผูกพันอย่างลึกซึ้ง
“ในฐานะตัวแทนจิตวิญญาณของคนชายแดนใต้ การนำผู้นำหน่วยงานความมั่นคง ซึ่งมีสถานะเป็นคู่ขัดแย้งเชิงโครงสร้าง และมีประเด็นเรื่องสิทธิมนุษยชนในพื้นที่เข้ามาดำรงตำแหน่ง จึงถูกมองว่าอาจเป็นการใช้กีฬาเป็นเครื่องมือปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร IO หรือการฟอกภาพลักษณ์ของฝ่ายความมั่นคง” คอมเมนต์หนึ่ง ระบุเอาไว้
อย่างไรก็ดี ก็มีแฟนบอลอีกจำนวนไม่น้อยมองว่า เรื่องนี้เป็นธรรมเนียมปฏิบัติทั่วไปของวงการฟุตบอลอาชีพไทย ซึ่งมักเชิญบุคคลระดับสูง ข้าราชการ หรือผู้มีอำนาจในพื้นที่มาร่วมเป็นที่ปรึกษา เพื่ออำนวยความสะดวกในการประสานงานราชการ การบริหารจัดการ รวมถึงการระดมทุนและขอรับการสนับสนุนจากภาคส่วนต่างๆ เพื่อร่วมกันพัฒนาวงการกีฬาของคนในพื้นที่ให้เติบโต
@@ โฆษกแจงแทนแม่ทัพ “ความชอบส่วนตัว”

ด้าน พ.อ.เอกวริทธิ์ ชอบชูผล โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ชี้แจงกับ “ทีมข่าวอิศรา” ว่า เรื่องนี้ไม่ได้เป็นไปตามที่มีการกล่าวหา เพราะมูลเหตุสำคัญที่แม่ทัพภาคที่ 4 รับเป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ของสโมสร ปัตตานี เอฟซี เป็นเพราะแม่ทัพเป็นผู้ที่มีใจรักในเกมกีฬามาตั้งแต่เยาว์วัย เคยเป็นอดีตนักกีฬารักบี้ฟุตบอลสมัยศึกษาอยู่ที่โรงเรียน ภ.ป.ร. ราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และหากมีเวลาว่างจากการปฏิบัติหน้าที่ก็มักจะร่วมเล่นกีฬาฟุตบอลเป็นประจำ
“แท้จริงแล้วเป็นเรื่องของความชอบส่วนตัว และความสัมพันธ์อันยาวนานในพื้นที่ ซึ่งในอดีตสมัยที่ท่านยังไม่ได้ดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 ก็เคยเป็นที่ปรึกษาให้กับหลายสโมสร เช่น สโมสรฟุตบอลในจังหวัดนราธิวาส จากความคุ้นเคยกับประชาชนในพื้นที่ และหากส่วนใดที่ขอให้ช่วยสนับสนุน ท่านก็พร้อมร่วมด้วยช่วยกันในทุกเรื่อง ไม่จำกัดเฉพาะกีฬาฟุตบอลเท่านั้น” พ.อ.เอกวริทธิ์ ตอบคำถามทีมข่าวที่ว่า การรับตำแหน่งที่ปรึกษา เป็นการรับในนามส่วนตัว หรือในฐานะแม่ทัพภาคที่ 4
@@ ไร้ทุนใหญ่ ต้องร่วมแรงร่วมใจสนับสนุน

และย้ำว่า “แม่ทัพภาคที่ 4 ท่านอื่นๆ ในอดีตก็มีบทบาทสนับสนุนกิจกรรมกีฬาในพื้นที่อย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน บางท่านเคยผลักดันการแข่งขันฟุตบอลระดับเยาวชน เพียงแต่กรณีของ ปัตตานี เอฟซี มีความโดดเด่นและเป็นที่จับตา เนื่องจากเป็นสโมสรตัวแทนหนึ่งเดียวจากพื้นที่ปลายด้ามขวานในเวทีไทยลีก และมีฐานแฟนบอลที่เหนียวแน่น การสนับสนุนจึงปรากฏเป็นภาพที่ชัดเจนต่อสาธารณชน”
โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. บอกด้วยว่า สโมสรปัตตานี เอฟซี รวมถึงสโมสรอื่นๆ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ จัดเป็นสโมสรที่เติบโตมาจากฐานรากของประชาชนอย่างแท้จริง ผ่านการร่วมแรงร่วมใจของคนในพื้นที่ ไม่ได้มีกลุ่มทุนหรือสปอนเซอร์รายใหญ่สนับสนุนตั้งแต่ต้น แม่ทัพภาคที่ 4 จึงมีความตั้งใจที่จะสนับสนุนกิจกรรมให้สามารถขับเคลื่อนและคงอยู่อย่างยั่งยืน
@@ ทหารช่วยเงียบๆ จัดรถบัสรับ-ส่งกองเชียร์

อีกด้านหนึ่ง ผศ.วรวิทย์ บารู หรือ “อาจารย์มะ” ประธานสโมสรฟุตบอลปัตตานี เอฟซี และอดีต สส.ปัตตานี พรรคประชาชาติ กล่าวว่า กระแสคัดค้านเป็นความคิดเห็นเฉพาะบุคคล หรือคนส่วนน้อยเท่านั้น ซึ่งทางสโมสรเคารพในความเห็นต่าง แต่ขณะเดียวกันผู้ที่เคลื่อนไหวก็ควรต้องเคารพคนส่วนใหญ่ที่ให้ความสำคัญกับความร่วมมือ ความสามัคคี และการสร้างโอกาสที่ดีให้แก่ประชาชนในพื้นที่ด้วย
ผศ.วรวิทย์ อธิบายว่า สโมสรได้ขอความช่วยเหลือจากฝ่ายทหารมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ก่อนที่แม่ทัพภาคที่ 4 คนปัจจุบันจะเข้ามารับตำแหน่งด้วยซ้ำ ซึ่งที่ผ่านมาทหารให้การสนับสนุนสโมสรหลายเรื่องโดยไม่เคยเป็นข่าว
ตัวอย่างที่ชัดเจนคือการสนับสนุนรถบัสจำนวน 3 คันในทุกๆ นัดที่ต้องเดินทางไปแข่งขันที่จังหวัดสงขลา เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่กลุ่มแฟนคลับและกองเชียร์ โดยเฉพาะกลุ่ม H-Zone, Baby Zone และ Queen Cannon ที่อาจมีข้อจำกัดด้านงบประมาณและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง

สำหรับกลุ่มแฟนคลับและกองเชียร์ที่ ผศ.วรวิทย์ พูดถึง มีความหมายคือ
H-Zone Pattani เป็นกลุ่มแกนหลักที่เน้นการเชียร์แบบดุดัน ร้องเพลง ปลุกเร้า และสร้างบรรยากาศเสียงดังกระหึ่มตลอด 90 นาที มักปักหลักเชียร์ที่โซน E บนอัฒจันทร์
Queen Cannon Army เป็นกลุ่มกองเชียร์สายฮาร์ดคอร์/อัลตร้า มีเอกลักษณ์การเชียร์ที่เน้นพลังขับเคลื่อน อุปกรณ์การเชียร์ และสีสันที่เร้าใจ มักปักหลักเชียร์ที่โซน G
Baby Zone กลุ่มเชียร์คนรุ่นใหม่ วัยรุ่น หรือกลุ่มแฟนบอลที่เน้นความสนุกสนาน สดใส เป็นกันเอง แต่ยังคงส่งเสียงเชียร์อย่างเต็มที่เหนียวแน่นไม่แพ้กลุ่มอื่น มักปักหลักเชียร์ที่โซน J
@@ รวมพลัง “ตำรวจ - นายก อบจ. - ผู้นำ”
“การช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้มันก็ช่วยบรรเทาคนบางกลุ่มที่ไม่มีปัจจัยมากนักที่จะไปร่วมเชียร์ เราควรมองในเจตนาที่ดี และสิ่งที่ทำไปเป็นคุณูปการที่สังคมส่วนใหญ่ต้องการเห็น เพราะเราไม่มีบริษัทใหญ่ๆ หรือนายทุนใหญ่หนุนหลัง เราสู้กันมาตลอด จึงจำเป็นต้องอาศัยการแสวงหาความร่วมมือจากทุกภาคส่วน”
“สโมสรไม่ได้ประสานงานเฉพาะกับฝ่ายทหารเท่านั้น แต่ยังดึงข้าราชการตำรวจ ผู้นำท้องถิ่น และภาคประชาสังคมเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ โดยในคณะทำงานและทีมที่ปรึกษามีหลายฝ่ายร่วมอยู่ด้วยกัน”
ตัวอย่างที่ “อาจารย์มะ” หยิบยกชื่อมา ก็เช่น พล.ต.ท.นรินทร์ บูสะมัญ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ต.แวสาแม สาและ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9, นายเศรษฐ์ อัลยุฟรี นายก อบจ.ปัตตานี, นายบาฮารุดดิน ยูโซะ หรือ “กำนันบาฮา” สส.ปัตตานี พรรคภูมิใจไทย รวมถึงผู้นำท้องที่ในหลายพื้นที่ และ นางพาตีเมาะ สะดียามู อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ด้วย
@@ “พ.ต.อ.ทวี” ขอบคุณทัพ 4 - ศอ.บต.

ขณะที่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ได้กล่าวขอบคุณหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ ระหว่างเข้าไปเชียร์ทีมปัตตานี เอฟซี ที่สนามติณสูลานนท์ และเข้าไปทักทายนักฟุตบอลถึงในห้องแต่งตัว
“ขอขอบคุณกองทัพภาคที่ 4 และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เล็งเห็นว่ากิจกรรมกีฬาเป็นพื้นที่สร้างความสุข และให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง” พ.ต.อ.ทวี ระบุ
