
หลังจาก นายซูกริฟฟี ลาเตะ เคลื่อนไหวคัดค้านการตั้ง “แม่ทัพภาคที่ 4” เป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ของสโมสรฟุตบอล ปัตตานี เอฟซี ปรากฏว่าตัวเขางานเข้าทันที
ก่อนอื่นต้องยอมรับว่า ภาพที่เขาโพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัว ต้องถือว่า “แรง” ระดับหนึ่ง เพราะเป็นการโพสต์ภาพธงปาเลสไตน์ พร้อมป้ายข้อความปลดปล่อยชาวปาเลสไตน์ บริเวณอัฒจันทร์ริมสนามติณสูลานนท์ สนามเหย้าชั่วคราวของ ปัตตานี เอฟซี

ไม่ใช่แค่ภาพ แต่เขายังได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก เรียกร้องให้ ผศ.วรวิทย์ บารู หรือ “อาจารย์มะ” ในฐานะประธานสโมสรฟุตบอลปัตตานี เอฟซี ปลด พล.ท.ชาคริต ออกจากตำแหน่งที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ของสโมสร เพราะเห็นว่า “ทหารและกองทัพ” ไม่ควรเขามาเกี่ยวข้องกับ “ปัตตานี เอฟซี” ซึ่งเขาเห็นว่าเป็นพื้นที่สาธารณะเชื่อมร้อยแฟนบอลและประชาชนในพื้นที่ชายแดนใต้
และทันทีที่ นายซูกริฟฟี เปิดตัวเปิดหน้าออกมาแบบนี้ ทำให้ถูกโจมตีจากบางฝ่ายทันที โดยตั้งข้อสังเกตว่า อาจจะเป็นแนวร่วม BRN

“ทีมข่าวอิศรา” จึงตรวจสอบประวัติของ นายซูกริฟฟี พบว่าเขาเป็นหนึ่งในนักกิจกรรมรุ่นใหม่ที่มีบทบาทในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภูมิหลังเป็นชาว อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจาก คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ควบคู่กับการศึกษาสาขารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
เริ่มต้นบทบาทการเป็นนักเคลื่อนไหวตั้งแต่สมัยเป็นนักศึกษา มีจุดยืนในการผลักดันประเด็น “สิทธิในการกำหนดชะตากรรมตนเอง” หรือ Right to Self-Determination ซึ่งฝ่ายความมั่นคงมองว่าเป็นการเคลื่อนไหวที่ไม่สอดคล้องกับกฎหมายและรัฐธรรมนูญ รวมถึงสอดคล้องกับแนวทางของกลุ่มเคลื่อนไหวแบ่งแยกดินแดนอย่าง BRN
นายซูกริฟฟี เข้าสู่เวทีเคลื่อนไหวระดับชาติ เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2563 ในฐานะตัวแทนเยาวชนจากสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขึ้นปราศรัยใหญ่ร่วมกับกลุ่ม “ประชาชนปลดแอก” หรือ “ม็อบสามนิ้ว” ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน กรุงเทพฯ สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้าง ความไม่เป็นธรรม และบาดแผลทางประวัติศาสตร์ของคนในพื้นที่ชายแดนใต้

ในมิติด้านคดีความ นายซูกริฟฟีเคยถูกดำเนินคดีในข้อหาฝ่าฝืนพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ) รวม 2 คดี จากการเข้าร่วมกิจกรรม “Car Mob Tani” เพื่อเรียกร้องการจัดสรรวัคซีน mRNA ให้กับประชาชนในพื้นที่ พร้อมขับไล่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในพื้นที่ จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 7 และ 14 ส.ค. 2564
ต่อมาเมื่อวันที่ 10 พ.ย. 2565 ศาลจังหวัดปัตตานีได้มีคำพิพากษาว่า นายซูกริฟฟีมีความผิดฐานร่วมกันจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรค รวม 2 กระทง ลงโทษจำคุก 4 เดือน ปรับ 40,000 บาท โดยโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ (รอลงอาญา) มีกำหนด 2 ปี

เขาเคยมีชื่อเตรียมลงสมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ ของพรรคส้ม แต่ไม่แน่ชัดว่าได้ลงสมัครจริงหรือไม่ เพราะมีคดีความอยู่ มีความเสี่ยงขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน
ชื่อของเขาวนเวียนอยู่ตามสื่อสังคมออนไลน์บ้างประปราย กระทั่งมาดังเป็นพลุแตก เมื่อเป็นผู้ “จุดพลุ” ต่อต้านแม่ทัพภาคที่ 4 นั่งที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สโมสรฟุตบอล “ปืนใหญ่พญาตานี”
