
"...แม้ว่าการ Call out เป็นเรื่องที่กระทำได้โดยไม่มีข้อห้ามและไม่มีความผิดทางกฎหมาย แต่ผู้ใช้โซเชียลมีเดียต้องไม่ละเลยหรือยอมให้ Call out กลายเป็นประเพณีที่ไร้ขอบเขตและนำไปสู่การละเมิดสิทธิของผู้คนที่ไม่ได้มีส่วนร่วมใดๆเลยต่อปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่ว่าคนผู้นั้นจะเป็นใครหรืออยู่ในสถานะใดก็ตาม..."
...................
1. การส่งข้อความผ่านสื่อโซเชียลของคนกลุ่มหนึ่งเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออกฝากลูกสาวนายกรัฐมนตรีไปยังนายกรัฐมนตรีและมีการเผยแพร่ต่ออย่างแพร่หลายนั้น ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเป็นการ Call out รูปแบบหนึ่ง ซึ่งเข้าใจได้ดีว่ากลุ่มผู้เรียกร้องกำลังได้รับความเดือดร้อนแสนสาหัสดังเช่นคนไทยนับแสนนับล้านคนที่กำลังร่วมชะตาเดียวกัน
2. การ Call out ที่เกิดขึ้น เป็นการ Call out แบบใช้ยุทธวิธีซึ่งเป้าหมายของผู้ Call out มิใช่คู่ขัดแย้งโดยตรง แต่เป็นลูกสาวฝาแฝดของนายกรัฐมนตรีซึ่งไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับการบริหารประเทศ การ Call out ครั้งนี้จึงเป็นเหมือนตีวัวกระทบคราด แต่ข้อความที่ปรากฏมีความอ่อนไหวต่อการเข้าข่าย การคุกคามทางออนไลน์ได้เช่นกัน แม้ว่าจะพูดกันในฐานะเพื่อนหรือมิตรสหายด้วยความเป็นประชาธิปไตยภายในกลุ่มและกลั่นกรองออกมาด้วยความรู้สึกที่เจ็บปวดอย่างยิ่งก็ตาม
3. การ Call out ที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นแบบบุคคลต่อบุคคล แต่เป็นการ Call out จากกลุ่มบุคคลไปยังตัวบุคคล การ Call out ในลักษณะนี้ อิทธิพลของกลุ่มเพื่อน ผนวกด้วยความเห็นของกลุ่มดูเหมือนว่าจะมีพลังและส่งเสียงดังกว่าการ Call out แบบบุคคลต่อบุคคลค่อนข้างมาก
4. การเผยแพร่ข้อมูลที่สร้างความรู้สึกในทางลบต่อใครก็ตามและตีกระทบไปยังบุคคลอื่นผ่านสื่อสาธารณะโดยที่ผู้นั้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆต่อเรื่องที่กำลังเรียกร้อง จึงเป็นเสมือนดาบสองคมที่ด้านหนึ่งสามารถสร้างแรงกระเพื่อมในการเรียกร้องได้ แต่อีกด้านหนึ่งเป็นกลายเป็นเหมือนการลงโทษทางสังคมต่อผู้ถูก Call out ได้ เช่นกัน
5. การ Call out จากกลุ่มเพื่อนถึงเพื่อนบางคนแสดงให้เห็นว่า ความทุกข์จากโควิดบีบบังคับให้เพื่อนๆต้องเลือกใช้วิธี Call out ผ่านโซเชียลมีเดีย ในขณะเดียวกันวัฒนธรรม Call out เริ่มทำให้ความสูญเสียความสามารถในการแยกแยะระหว่างความสัมพันธ์ของคำว่า เพื่อนกับการเมืองและ การต้องเลือกทำบางสิ่งกับการเลือกไม่ทำบางสิ่งตามความต้องการของบุคคลหรือกลุ่มคน เด่นชัดขึ้น
6. จากข้อมูลที่เผยแพร่ทางสื่อจะเห็นว่าการ Call out น่าจะมีแรงจูงใจทางการเมืองและการบริหารงานเรื่องโควิดของนายกรัฐมนตรีเป็นสำคัญ แต่ไม่ได้อธิบายมูลเหตุความบกพร่องในเรื่องใดๆของเป้าหมายซึ่งเป็นลูกสาวนายกรัฐมนตรีหรือมีการโต้ตอบใดๆจากเป้าหมายทางสื่อโซเชียลก่อนหน้า แสดงให้เห็นว่าในเหตุการณ์อื่นๆ ใครก็ตามอาจตกเป็นเป้าหมายหรือถูกลากเข้าไปสู่วัฒนธรรม Call out ผ่านโซเชียลมีเดีย ได้ตลอดเวลาเช่นกัน ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นถึงความน่ากลัวของวัฒนธรรม Call out ที่กำลังแพร่ระบาดไปทั่วโลกและสามารถทำลายชีวิตใครก็ได้ผ่านโซเชียลมีเดียเพียงชั่ววินาที
7. การถูก Call out จากกลุ่มเพื่อนในครั้งนี้เชื่อได้ว่าน่าจะบั่นทอนกำลังใจและสร้างความทุกข์ใจต่อผู้ได้รับข่าวสารและครอบครัว อยู่ไม่น้อยและผู้ถูก Call out คงไม่สามารถอยู่ในสถานะที่จะตอบโต้ใดๆได้
8. แม้ว่าการ Call out เป็นเรื่องที่กระทำได้โดยไม่มีข้อห้ามและไม่มีความผิดทางกฎหมาย แต่ผู้ใช้โซเชียลมีเดียต้องไม่ละเลยหรือยอมให้ Call out กลายเป็นประเพณีที่ไร้ขอบเขตและนำไปสู่การละเมิดสิทธิของผู้คนที่ไม่ได้มีส่วนร่วมใดๆเลยต่อปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่ว่าคนผู้นั้นจะเป็นใครหรืออยู่ในสถานะใดก็ตาม
อ้างอิง
1. https://www.isranews.org/article/isranews-article/101081-investigative00-8.html
2. Outsmarting your kids online โดย Amber Mac และ Micheal Bazzell
3. We will not cancel us โดย Adrienne Maree Brown
ภาพประกอบ https://bit.ly/2TPrZbC

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา