
"...สังคมไทยควรออกจากกับดักวิธีคิด ที่คิดว่าดีชั่วเป็นกรรมส่วนบุคคลเท่านั้น หันมาสร้างสมรรถนะในการคิดเชิงระบบและการจัดการ กระทรวงการอุดมศึกษาฯ ควรมีบทบาทนำในการสร้างสังคมอุดมปัญญา ถ้ามหาวิทยาลัยทั้งหมดมีสมรรถนะในการคิดเชิงระบบและการจัดการ ก็จะสามารถนำประเทศออกจากวิกฤต..."
...................................
โครงสร้างและระบบกำหนดพฤติกรรม
สังคมไทยติดกับดักวิธีคิด ที่คิดว่าดีชั่วเป็นกรรมส่วนบุคคล ขาดความเข้าใจว่าโครงสร้างกำหนดพฤติกรรมของบุคคลและองค์กร พฤติกรรมของทหาร ตำรวจ แพทย์ ครู พระ ไม่เหมือนกันเพราะอยู่ในระบบที่ต่างกัน
เมื่อมีปัญหาเกี่ยวกับตำรวจ สังคมก็มักคิดทันทีว่าตำรวจเลว โดยไม่ใส่ใจระบบและโครงสร้าง ในโครงสร้างรวมศูนย์อำนาจ ตำรวจก็ตกอยู่ใต้ความบีบคั้น ต้องทำงานหนัก เงินเดือนน้อย ถูกชาวบ้านเกลียดชัง ตำรวจจึงเป็นข้าราชการที่ฆ่าตัวตายมากที่สุด แต่ในระบบความยุติธรรมชุมชน ที่ครั้งหนึ่งกระทรวงยุติธรรมได้ทดลองทำ ชาวบ้านได้รับความเป็นธรรมมากขึ้นและรักตำรวจ ฉะนั้นจึงมีระบบที่ทั้งชาวบ้านและตำรวจมีความชื่นชมต่อกัน เป็นสถานการ์ณ์ win – win หรือบวกๆ
ฉะนั้นควรคิดแก้ปัญหาตำรวจเชิงระบบ
โครงสร้างและระบบที่ทำให้เกิดปัญหาตำรวจ
มีดังนี้
(1) ระบบตำรวจเป็นโครงสร้างอำนาจรวมศูนย์
(2) ภาระหนักเกินไป
(3) เงินเดือนน้อย
(4) ระบบความปลอดภัย และระบบยุติธรรม เป็นระบบแยกส่วนขาดบูรณภาพ
โครงสร้างและระบบทั้ง 4 เรื่อง คือ ต้นตอของปัญหาตำรวจ ที่ควรทำความเข้าใจ ซึ่งขยายความ ดังนี้
(1) ระบบตำรวจเป็นโครงสร้างอำนาจรวมศูนย์ เป็นส่วนหนึ่งของระบบรัฐราชการที่รวมศูนย์อำนาจ อันเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ วิกฤตโควิดมาเผยให้เห็นว่าระบบรวมศูนย์อำนาจไม่มีสมรรถนะในการเผชิญปัญหาที่ยากและซับซ้อน
หลักการที่สำคัญอย่างหนึ่ง คือ อำนาจเข้มข้นที่ไหน คอร์รัปชั่นเบ่งบานที่นั่น ถ้าระบบตำรวจยังรวมศูนย์อำนาจจะแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นไม่ได้ และในเมื่อระบบตำรวจต้องขึ้นกับนักการเมือง และนักการเมืองคอร์รัปชั่น ตำรวจก็ไม่กล้าเอาเรื่อง ตำรวจต้องสามมารถจับนายกรัฐมนตรีได้ ถ้านายกรัฐมนตรีทำผิด
เพราะฉะนั้น ระบบตำรวจต้องอิสระ และกระจายอำนาจไปสู่ชุมชนท้องถิ่น
(2) ตำรวจรับภาระหนักเกิน ขอให้ไปดูที่สถานีตำรวจยามค่ำคืน ภาระหนักยิ่งกว่าแพทย์อยู่เวร ปัญหาทุกชนิดมาลงที่ตำรวจหมด รวมทั้งภาระอื่นๆ เช่น ควบคุมการจราจร ตรวจคนเข้าเมือง ฯลฯ
ต้องแก้ไขโดยลดภาระตำรวจ อะไรที่คนอื่นทำได้ก็ให้คนอื่นทำ การปรับปรุงระบบความปลอดภัยและระบบความยุติธรรม จะลดภาระตำรวจลงอย่างมหาศาล
(3) เงินเดือนที่ต่ำเกิน ในประเทศญี่ปุ่นเงินเดือนของตำรวจและครูจะสูงกว่าบุคคลากรอื่น เพราะต้องพิถีพิถันในการเลือก
การมีตำรวจที่มีอำนาจและถืออาวุธ แต่เงินเดือนต่ำเป็นอันตราย
(4) ระบบความปลอดภัยและระบบความยุติธรรมแบบแยกส่วน เป็นภาระแก่ตำรวจมากเกิน ระบบความปลอดภัยไม่ควรเป็นเรื่องของตำรวจเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของคนทั้งหมด ต้องมีระบบความปลอดภัยชุมชน ตำบล อำเภอ และจังหวัด ที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกัน ระบบความยุติธรรมไม่ใช่ว่ามีอะไรๆ ก็ต้องถึงตำรวจ ชุมชนควรมีระบบความยุติธรรมชุมชนที่สามารถป้องกันและแก้ปัญหากันได้เอง ก็จะมีเรื่องถึงมือตำรวจน้อยมาก
การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างและระบบ
(1) ระบบตำรวจเป็นอิสระและกระจายอำนาจ ควรกระจายอำนาจไปสู่ชุมชน ท้องถิ่น และองค์กรต่างๆ
ยามชุมชน ก็คือตำรวจชุมชน กินเงินเดือนของชุมชน รับผิดชอบต่อชุมชน ชุมชนทุกชนิดสามารถมียามหรือตำรวจของตนเอง ซึ่งจะมีความปลอดภัยมากกว่าคอยพึ่งตำรวจที่ขึ้นกับส่วนกลาง กินเงินเดือนและเชื่อฟังส่วนกลางมากกว่ารับผิดชอบต่อประชาชน
ตำรวจท้องถิ่น เช่นเดียวกัน ตำรวจตำบล ตำรวจอำเภอ ตำรวจจังหวัด ก็กินเงินเดือนและรับผิดชอบต่อท้องถิ่น เงินเดือนของตำรวจชุมชนและท้องถิ่น ควรจะสูงกว่าอัตราปัจจุบันให้มากๆ และมากที่สุดที่ชุมชนท้องถิ่นจะจ่ายให้ได้ ตำรวจจะไม่ต้องกังวลหาเลี้ยงตัวและครอบครัวด้วยวิธีอื่น
ตำรวจส่วนกลางปรับตัวทำบทบาททางนโยบาย วิชาการ และในเรื่องที่ยากเกินกำลังของท้องถิ่น ระบบตำรวจควรเป็นอิสระและไม่เป็นเครื่องมือทางการเมือง โดยมีคณะกรรมการอิสระที่มีคุณภาพและคุณธรรมสูงอำนวยการ
(2) ลดภาระหนักของตำรวจ
(3) เพิ่มเงินเดือนตำรวจให้สูง
(4) ระบบความปลอดภัย และระบบความยุติธรรมที่บูรณาการ
ทุกตำบลต้องเป็นตำบลปลอดภัย ทุกอำเภอ และทุกจังหวัดก็เช่นเดียวกัน โดยความร่วมมือของคนทั้งหมด โดยสำรวจปัญหา ร่วมทำแผนปลอดภัย และร่วมปฏิบัติ โดยตำรวจมีส่วนร่วม ไม่ใช่หน้าที่ของตำรวจอย่างดิ่งเดี่ยว ซึ่งทำไม่ได้
ระบบความยุติธรรมควรมีการปฏิรูป ถ้าระบบความยุติธรรมมีความถูกต้อง บทบาทของตำรวงจก็จะมีความถูกต้อง
ถ้าทำครบทั้ง 4 เรื่อง ดังกล่าว ประชาชนจะร่มเย็นเป็นสุขและถนอมรักตำรวจ ตำรวจจะถนอมรักประชาชน เป็นสถาบันอันทรงเกียรติ และไม่มีตำรวจฆ่าตัวตายอีกต่อไป
ตัวอย่างของการคิดเชิงระบบ และขับเคลื่อนนโยบาย
ทึ่กล่าวมาเป็นตัวอย่างของการคิดเชิงระบบ และขับเคลื่อนนโยบาย
สังคมไทยควรออกจากกับดักวิธีคิด ที่คิดว่าดีชั่วเป็นกรรมส่วนบุคคลเท่านั้น หันมาสร้างสมรรถนะในการคิดเชิงระบบและการจัดการ กระทรวงการอุดมศึกษาฯ ควรมีบทบาทนำในการสร้างสังคมอุดมปัญญา ถ้ามหาวิทยาลัยทั้งหมดมีสมรรถนะในการคิดเชิงระบบและการจัดการ ก็จะสามารถนำประเทศออกจากวิกฤต
เพราะระบบนโยบาย เป็นปัญญาสูงสุดของชาติ ถ้าเข้าใจและขับเคลื่อนนโยบายที่สำคัญๆ ไปสู่ความสำเร็จ (ดูหนังสือ คู่มือขับเคลื่อนระบบนโยบายครบวงจร 12 ขั้นตอนสู่ความสำเร็จ (คู่มือสัมฤทธิศาสตร์พาชาติออกจากวิกฤต) ประเทศไทยก็จะทำสำเร็จทุกอย่าง
ที่กล่าวมาในบทความนี้ คือ นโยบายปฏิรูปตำรวจ ถ้าคิดเชิงระบบและมีการจัดการที่ถูกต้อง ก็จะสำเร็จ อย่างที่ไม่เคยสำเร็จมาก่อน

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา