
“...กลับมาที่ ม.บูรพา ตอนนั้นท่านนายกฯ (อนุทิน ชาญวีรกูล) เชิญหลายๆหน่วยงานมาปิดช่องการทุจริต ท่านก็ทำ MOU หน่วยงานมาช่วยกันออกความเห็นว่า ถ้าต้องสอบให้ผ่านตามความต้องการของท้องถิ่น จะต้องทำยังไง? ก็มีหลายข้อเสนอแนะ แต่ผมจำไม่ได้นะ แต่เจตนาคือ ไม่อยากให้เกิดการทุจริต จึงเชิญม.บูรพามารับความเห็น ขอเพิ่มเติม 1 2 3 ดีไหม? ผมในฐานะรัฐมนตรีก็ไม่อยากให้เกิดการทุจริต อันนี้คือหลักการอยู่แล้ว…”
ยังตามกันต่อสำหรับขบวนการทุจริตการจัดสอบท้องถิ่นของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.) ซึ่งสำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) นำเสนอไล่เรียงโครงสร้างและประเด็นแตกหักของขบวนการนี้
ตลอดจนถึงได้เปิดหนังสือลับของ ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ สมัยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เมื่อปี 2567 สั่งการในรายงานการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำข้อเสนอแนะของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงไปพิจารณาดำเนินการ
หากยังจำกันได้ สำนักข่าวอิศรารายงานไปแล้วว่า ตั้งแต่วันที่ 20 พ.ย. 2566 - 24 ต.ค. 2568 ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.) ดำเนินการจัดจ้างเหมาดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานท้องถิ่น พ.ศ.2566 ซึ่งได้ ‘มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี’ เป็นผู้ชนะการเสนอราคา แต่ต่อมา ‘มหาวิทยาลัยบูรพา’ อุทธรณืผลการคัดเลือกต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และข้อร้องเรียน กรมบัญชีกลาง
จนกระทั่งวันที่ 29 พ.ย. 2566 คณะกรรมการอุทธรณ์จึงมีหนังสือด่วนที่สุด ที่ กค (กอร) 0405.5/42763 ว่าอุทธรณ์ของม.บูรพาฟังขึ้น และในวันที่ 28 ธ.ค. 2566 จึงมีมติให้ม.บูรพาเป็นผู้ชนะโครงการไปในที่สุด
แต่เมื่อล่วงเข้าปี 2567 ที่ทำท่าจะได้เซ็นสัญญาจ้างกับ ม.บูรพา กาลกลับกลายเป็นว่า มีการขอชะลอการลงนามในสัญญา และปรากฎข่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ประชุมเพื่อหารือกำหนดแนวทางป้องกันต่อต้านและปราบปรามการทุจริตการสอบเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น กับ ป.ป.ช. ป.ป.ท. บก.ปปป. และ กสถ. ที่ห้องประชุมราชสีห์ กระทรวงมหาดไทย ซึ่งตลอดปี 2567 สถ.ใช้เวลาพิจารณาถึงประเด็นนี้ตลอดทั้งปี จนในเดือน ธ.ค. 2567 จึงมีมติว่า
“หากดำเนินการตามขอบเขตงานจ้างที่มีอยู่เดิมอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่หน่วยงานรัฐและกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ…การยกเลิกประกาศรายชื่อผู้ชนะการเสนอราคาก่อนลงนามในสัญญาจ้างจึงเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะสูงกว่าและป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับหน่วยงานของรัฐ”
ทำให้ในที่สุดเมื่อวันที่ 13 ก.พ. 2568 สถ. ประกาศยกเลิกประกาศให้ม.บูรพา ชนะการเสนอราคาจ้างเหมาฯ ปี 2566 ไป และในวันที่ 26 มิ.ย.68 สถ. ประกาศให้มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เป็นผู้ชนะจัดสอบปี 68 ก่อนจะลงนามกันไปเมื่อวันที่ 24 ต.ค. 2568
อ่านประกอบ
- เปิดหนังสือ (ลับ) มัด ‘อนุทิน’ นั่ง ‘มท.1’ ปี 67 ก่อน ‘นฤชา’ เซ็น ยกเลิก ‘ม.บูรพา’ จัดสอบท้องถิ่น
- เจาะไทม์ไลน์ ‘ม.บูรพา’-โยง ‘อนุทิน’ : จาก ‘ผู้ชนะ’ สู่ โดนยกเลิกประกาศสัญญาจ้างจัดสอบท้องถิ่นปี 66
- โกงสอบท้องถิ่นจบแล้ว หรือ ตัดตอน? ‘ผู้อยู่เบื้องหลัง’ ยังลอยนวล-‘เครือข่ายต้านทุจริต’จุดเปลี่ยนเกม
ทำให้เป็นที่น่าสังเกตว่า ในช่วงเวลาระหว่างวันที่ 20 พ.ย. 2566 - 13 ก.พ. 2568 ใครคือรัฐมนตรีที่กำกับ สถ.?
จากการตรวจสอบพบว่า เมื่อวันที่ 13 ก.ย. 2566 นายอนุทินลงนามในคำสั่งกระทรวงมหาดไทยที่ 2648/2566 เรื่อง การมอบหมายอำนาจหน้าที่ให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ปฏิบัติราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
โดยพบว่า บุคคลที่เป็นรัฐมนตรีที่กำกับดูแล ‘กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น’ คือ ‘ทรงศักดิ์ ทองศรี’ ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี



เมื่อเร็วๆนี้ ผู้สื่อข่าวมีโอกาสสัมภาษณ์นายทรงศักดิ์ถึงประเด็นดังกล่าว โดยมีเนื้อหาดังนี้
นักข่าว: สมัยเป็นรมช.มหาดไทยที่กำกับสถ. การยกเลิกประกาศประกวดราคาที่ม.บูรพาเป็นผู้ชนะ มีเหตุผลอะไร ช่วยเล่าให้ฟังหน่อย
ทรงศักดิ์: เป็นเรื่องของฝ่ายข้าราชการประจำเขาดำเนินการ ช่วงนั้นก็มีม.ธัญบุรีเสนอราคาได้แล้วมีการอุทธรณ์กัน สุดท้ายก็มีความเห็นว่าได้เป็น ม.บูรพา งานจัดซื้อจัดจ้างเป็นงานของข้าราชการประจำดำเนินการ รัฐมนตรีกำหนดนโยบายเพียงบางเรื่อง พอมาถึงเรื่องการจัดสอบ สิ่งที่กังวลใจในตอนนั้น ซึ่งความกังวลใจอย่างต่อเนื่องหลายปี ตั้งแต่ตำแหน่งยังว่างๆอยู่ 6,000 กว่าตำแหน่ง ที่ท้องถิ่นร้องขอว่า ขาดอัตรากำลังที่จะมาช่วยดำเนินการขององค์กรท้องถิ่นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอบจ. (องค์การบริหารส่วนจังหวัด) เทศบาล หรืออบต.(องค์การบริหารส่วนตำบล) อะไรก็แล้วแต่เหล่านี้ จนสุดท้ายก็มีการจัดสอบ โดยมอบหมาย กสถ. (คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น) ดำเนินการจัดสอบ โดยประกาศจ้างมหาวิทยาลัยมาดำเนินการ
โดยช่วงแรกเห็นว่า ม.ธัญบุรี เป็นผู้ชนะโครงการ แต่มีการอุทธรณ์จนสุดท้ายมีความเห็นว่า ควรเป็นม.บูรพา เพราะมีความชำนาญในการจัดสอบในหลายๆที่ แต่ช่วงนั้นก็มีข้อกังวลใจเรื่องการทุจริตหรือไม่ตามที่เป็นข่าว เพราะเมื่อมีการสอบทีไร ก็จะมีข่าวแบบนี้ (ข่าวทุจริต) ออกมา จนต้องชะลอการสอบอยู่เรื่อย
นักข่าว: แสดงว่า ม.บูรพา ถูกร้องเรียนเรื่องอาจจะมีกระบวนการทุจริตการจัดสอบท้องถิ่น?
ทรงศักดิ์: ไม่ใช่ ม.บูรพา มีข่าวเรื่องการทุจริต ไม่ใช่ม.บูรพา ทุจริตนะ มันมีข่าว เราจึงคิดว่า จะปิดช่องการทุจริตอย่างไร เพราะเมื่อมีข่าวการทุจริต ก็จะมีการชะลอสอบกันอยู่เรื่อยๆ อย่างที่เล่าว่า แต่ก่อนมีความต้องการ 6,000 กว่าตำแหน่ง ขยับเป็น 7,000-8,000 ตำแหน่ง ก็มีคำถามว่า ทำไมสอบแต่ละครั้ง ตำแหน่งมันโป่งเยอะ ก็วันที่คิดกันมัน 6,000 กว่าคน แต่วันที่สอบจริง มันหลายปีแล้วไง ตำแหน่งที่ต้องการมันก็ต้องเพิ่มตามตำแหน่งที่ว่าง
“กลับมาที่ ม.บูรพา ตอนนั้นท่านนายกฯ (อนุทิน ชาญวีรกูล) เชิญหลายๆหน่วยงานมาปิดช่องการทุจริต ท่านก็ทำ MOU หน่วยงานมาช่วยกันออกความเห็นว่า ถ้าต้องสอบให้ผ่านตามความต้องการของท้องถิ่น จะต้องทำยังไง? ก็มีหลายข้อเสนอแนะ แต่ผมจำไม่ได้นะ แต่เจตนาคือ ไม่อยากให้เกิดการทุจริต จึงเชิญม.บูรพามารับความเห็น ขอเพิ่มเติม 1 2 3 ดีไหม? ผมในฐานะรัฐมนตรีก็ไม่อยากให้เกิดการทุจริต อันนี้คือหลักการอยู่แล้ว” นายทรงศักดิ์กล่าวหนึ่ง
นักข่าว: มีการกล่าวกันว่า มีการพาคนของม.บูรพาไปคุยที่เซฟเฮ้าส์ก่อนเลิกสัญญา จริงหรือไม่?
ทรงศักดิ์: ไม่มีการพาไปคุย ให้เขา (ม.บูรพา) มาพูดเลยดีกว่าว่า ผม (ชี้มือมาที่ตัวเอง) เกี่ยวข้องตรงไหนที่จะทำให้เกิดการทุจริต? ผมเนี่ยพยายามคิดเรื่องการปิดการทุจริต เมื่อก่อนเวลาสอบเนี่ยกว่าจะตรวจเสร็จใช้เวลาเป็นเดือน ผมก็บอกว่า เฮ้ย มันควรจะสอบปุ๊บ แล้วตรวจเลยสิ แต่ละศูนย์สอบควรมีเครื่องตรวจข้อสอบ สอบแล้วตรวจเลย แล้วกรรมการเซ็นรับรองผล ผมเสนอขนาดนี้ คิดถึงขนาดนี้ เพื่อคนที่มาสอบรู้คะแนนตัวเองไปเลย เราคิดตลอดเวลา เรื่องการป้องกันการทุจริต ส่วนการออกข้อสอบ การคุมการออกข้อสอบ ฝ่ายข้าราชการเขาเสนอแล้ว การกำกับควบคุมเพื่อให้เกิดความบริสุทธิ์ เที่ยงธรรม ข้าราชการเขาเสนอแล้ว เขาว่าหมดไป
“บอกตรงๆ ที่เป็นข่าวทุกวันนี้ เราก็นึกไม่ถึงว่า จะมีช่องตามที่เป็นข่าวทุกวันนี้ ผมว่าเจตนารมณ์ของนายกรัฐมนตรีเอง ท่านก็มุ่งหวังให้มันดีที่สุด และพยายามปิดช่องว่างให้มากที่สุด เหมือนเวลาเราตรวจจับความเร็ว ทุกวันนี้ก็ยังมีคนฝ่าฝืน เราก็ต้องกำหนดมาตรการ เครื่องไม้เครื่องมือในการติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดได้ ตรวจสอบย้อนหลังได้ด้วย ไม่ใช่มีแต่ข่าวๆ แล้วก็ไม่รู้ว่าใครผิด ใครถูก มันงงไปหมด พอมีการค้นพบการทุจริต ทุกขั้นตอนของการดำเนินการสามารถย้อนหลังได้หมดว่า ใครเป็นผู้กระทำผิด ตอนนี้เราก็สามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้” นายทรงศักดิ์กล่าว

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา