"...เมื่อครบเทอมที่ บีบีซี พ่อกลับมาเป็นอาจารย์ในแผนกอิสระสื่อสารมวลชนและการประชาสัมพันธ์ ก่อนจัดตั้งเป็นคณะนิเทศศาสตร์ที่จุฬาฯ และย้ายไปสอนที่คณะมนุษยศาสตร์ แผนกสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่อยู่ 4 ปี จากนั้น จึงย้ายกลับมาเกษียณอายุราชการที่คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ พร้อมกับความภูมิใจที่ได้ผลิตลูกศิษย์ที่อยู่ในแวดวงของสื่อมวลชนจนถึงปัจจุบัน..."

เมื่อวาน วันที่ 2 สิงหาคม เป็นวันคล้ายวันเกิดครบ 87 ปีของพ่อ และอีก 2 สัปดาห์ก็จะเป็นวันที่พ่อจากพวกเราไปครบ 9 ปี ทุกอย่างผ่านไปอย่างรวดเร็ว แต่ความทรงจำของผมที่มีต่อพ่อ ยังคงแจ่มชัด ผมจึงขออนุญาตนำ Weekly Mails ที่เคยเขียนถึงพ่อมาปัดฝุ่นเขียนใหม่ เพื่อเป็นของขวัญวันเกิดกราบพ่อที่เคารพรัก
พ่อเกิดที่บ้านแถบพระราชวังเดิม ตำบลวัดอรุณ อำเภอบางกอกใหญ่ จังหวัดธนบุรี เป็นบ้านของคุณ ทวดหลวงจำนงค์ราชกิจ (นุ่ม นุ่มนนท์) ผู้สืบเชื้อสายมาจากผู้ปกครองเมืองนนทบุรี บริเวณบ้านกว้างใหญ่ ประกอบด้วย บ้านอยู่อาศัยของบรรดาลูกหลานคุณทวด แต่คุณปู่เสียชีวิตตั้งแต่พ่อยังเล็กมากพ่อจึงอยู่ในความดูแลของคุณย่าและญาติพี่น้องมาโดยตลอด
พ่อเข้าเรียนชั้นประถมที่โรงเรียนอัสสัมชัญบางรัก และเรียนจนจบชั้นมัธยมปีที่ 8 คุณสุลักษณ์ ศิวรักษ์ หรือ ส. ศิวรักษ์ เพื่อนรักของพ่อ เขียนถึงพ่อไว้ว่า “สมัยเรียนโรงเรียนอัสสัมชัญ ข้าพเจ้าเคยทำนิตยสารชื่อยุววิทยา ในวัยนุ่งขาสั้น โดยมีสุรัตน์ ร่วมเขียนด้วย เขาใช้นามปากกาว่า “นายคุทะราด” ซึ่งมีแววการเป็นนักเขียนมาตั้งแต่ตอนแตกเนื้อหนุ่มนั้นแล้ว และเขาคิดแหวกแนวมาตั้งแต่สมัยนั้น พอจบ ม. 6 แล้ว ก็เลือกไปเรียนเกษตรที่แม่โจ้ ทางเชียงใหม่ หากในสมัย พ.ศ. 2490 เศษ ๆ นั้น แม่โจ้ออกจะพิลึกกึกกือ เกินกว่าเด็กชาวกรุงจะรับได้ สุรัตน์ก็เลยกลับมาเรียน ม. 7 ต่อที่อัสสัมชัญ เขาจึงอยู่หลังข้าพเจ้าหนึ่งปีแต่เราก็ยังสนิทสนมกัน”
เมื่อเรียนจบ ม. 8 พ่อเข้าเรียนต่อที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นชาวสิงห์ดำรุ่น 7 พร้อมกับเรียนที่คณะวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นนักศึกษารุ่นแรก ซึ่งสมัยนั้น การเรียนควบคู่กันทั้งสองแห่งเป็นไปได้ เมื่อพ่อเข้ารับพระราชทานปริญญาวารสารศาสตร์บัณฑิต ในปี พ.ศ. 2502 นั้น มีบัณฑิตสำเร็จการศึกษาเพียง 2 คนเท่านั้นพ่อเริ่มเข้าทำงานที่หนังสือพิมพ์ พิมพ์ไทย มีครูมาลัย ชูพินิจ หรือ น้อย อินทนนท์ เป็นนักเขียนอาวุโสสูงสุดของทางค่ายนั้น ต่อมา พ่อได้ไปประจำอยู่ที่สถานีวิทยุ บีบีซี ภาคภาษาไทยในกรุงลอนดอน ร่วมสมัยกับองค์ตุ๊ หรือ พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าวิมลฉัตร และที่ราชธานีเมืองผู้ดีนี่เอง พ่อได้พบกับแม่ ซึ่งกำลังเรียนปริญญาเอกอยู่ที่มหาวิทยาลัยลอนดอน (School of Oriental and African Studies)

เมื่อครบเทอมที่ บีบีซี พ่อกลับมาเป็นอาจารย์ในแผนกอิสระสื่อสารมวลชนและการประชาสัมพันธ์ ก่อนจัดตั้งเป็นคณะนิเทศศาสตร์ที่จุฬาฯ และย้ายไปสอนที่คณะมนุษยศาสตร์ แผนกสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่อยู่ 4 ปี จากนั้น จึงย้ายกลับมาเกษียณอายุราชการที่คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ พร้อมกับความภูมิใจที่ได้ผลิตลูกศิษย์ที่อยู่ในแวดวงของสื่อมวลชนจนถึงปัจจุบัน
เนื่องจากพ่อและแม่เป็นอาจารย์สอนหนังสือ ผมและน้องชายจึงเติบโตมาในบรรยากาศของแคมปัสมหาวิทยาลัย บ้านเต็มไปด้วยหนังสือ เราสองคนจึงรักหนังสือและชอบอ่านหนังสือ ทุกเช้าจะต้องคอยคนส่งหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ เปิดอ่าน ข่าวกีฬา แล้วจึงค่อยเขยิบไปอ่านข่าวอื่น ๆ เมื่อพอจะอ่านเข้าใจขึ้น
บ้านเราเป็นศูนย์กลางของญาติพี่น้อง ลูกหลาน เพื่อนฝูง ลูกศิษย์และบริวาร มาพบปะสังสรรค์พูดคุยกันได้ทุกเรื่อง ถือเป็นการเพิ่มสติปัญญาความรอบรู้ให้กับผมและน้องชายในการใช้ชีวิตในอนาคต ซึ่งเป็นโอกาสทองที่มีค่าหาได้ยากยิ่ง

พ่อยังชอบขับรถไปตามจังหวัดต่าง ๆ เพื่อให้ลูก ๆ ได้เห็นสภาพชนบทไทย ด้วยรถ Ford Escort สีเขียว 2 ประตู เป็นรถคันเดียวของครอบครัวที่ใช้มายาวนานกว่า 40 ปี พ่อขับรถช้ามากเพียง 40-50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และเส้นทางถนนมีเพียง 2 เลน ต้องขับรถสวนกัน พ่อจึงขับรถไม่ได้ไกลจากบ้านมากนัก ถ้าขับรถจากนครปฐม ไปไม่ถึงราชบุรีที่ห่างออกไปเพียง 40 กิโลเมตร ก็ต้องรีบกลับกันมาแล้ว อย่างไรก็ดี ผมกับน้องจะตื่นเต้นมากที่เราได้นั่งรถไปเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ
พ่อยังมีกิจกรรมทำกับข้าวร่วมกันทั้งครอบครัวทุกวันหยุด ด้วยการนำตำรากับข้าวที่โปรดปรานมาเปิดดู จำได้แม่นคือตำรา “แม่ครัวหัวป่าก์” ของท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงศ์ และตำรา “อาหารโปรดคนดัง” ของสมาคมนักข่าวหญิง เมนูอาหารที่เลือกก็มันจะไม่ซ้ำกัน เพราะพ่อชอบลองทำกับข้าวใหม่ ๆ ตั้งแต่ก๋วยเตี๋ยวแบบธรรมดา ๆ ไปจนถึงก๋วยเตี๋ยวแขก ข้าวผัดกุ้ง ข้าวแกงกะหรี่ไก่ เมื่อพ่อเลือกเมนูอาหารได้แล้วมักจะพาผมและน้องชายไปตลาดสดใจกลางเมืองนครปฐม หิ้วถุงผ้า 2-3 ใบ เพื่อไปเลือกซื้อเครื่องปรุงจากร้านประจำ

ช่วงหลัง ๆ พ่อเริ่มหันมาทำ “ข้าวแช่” อาหารชาวมอญ ลองผิดลองถูกอยู่นานจนเข้าที่ใกล้เคียงกับชาววัง สามารถเชิญญาติมิตร และคนคุ้นเคยมารับประทานกันที่บ้านทุกปี และพ่อยังได้เขียนตำราทำข้าวแช่ใช้ชื่อว่า “ข้าวแช่แถมสุข”
ในสัปดาห์หน้าผมจะเขียนต่อถึงความเป็นพ่อจอมวางแผน และการใช้ชีวิตอย่างมีชีวิตชีวาในช่วงบั้นปลายชีวิตของท่านแม้ว่าจะมีสารพัดโรคภัยมารุมเร้า
แหล่งที่มา:
1. Weekly mail เรื่อง คุณพ่อดีเด่น ฉบับวันที่ 7 ธันวาคม 2553
2. Weekly mail เรื่อง ชำระประวัติคุณพ่อ ฉบับวันที่ 29 สิงหาคม 2554
3. Weekly mail เรื่อง เสาร์อาทิตย์กับคุณพ่อ ฉบับวันที่ 20 สิงหาคม 2555
4. หนังสือ อยากอยู่ 110 ปี เขียนโดย สุรัตน์ นุ่มนนท์

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา