
สื่อรัฐบาลเมียนมาเผยนายกฯไทยประกาศร่วมมือเมียนมาหลายด้านรวมถึงกลาโหม ขณะ UN เผยรัฐบาลทหารเมียนมาจำกัดความช่วยเหลือแผ่นดินไหว ในพื้นที่ประชาชนไม่สนับสนุนรัฐบาลทหาร
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานผลการประชุมกลุ่มประเทศริมอ่าวเบงกอลหรือที่เรียกว่าการประชุม BIMSTEC ระหว่างวันที่ 2-4 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยอ้างอิงรายงานข่าวจากสำนักข่าว Global New Light of Myanmar ซึ่งเป็นสื่อภายใต้การดูแลของรัฐบาลเมียนมาว่า พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา ได้มีการพบปะกับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีไทยที่โรงแรมแชงกรีลาเมื่อคืนวันที่ 4 เม.ย.
โดยระหว่างการประชุมหารือ นายกรัฐมนตรีไทยในฐานะประธาน BIMSTEC ตามวงรอบกล่าวว่าสืบเนื่องจากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงที่เกิดขึ้นในเมียนมา เธอและประชาชนของไทยรู้สึกเสียใจอย่างยิ่งกับความเสียหายและความสูญเสียที่ได้รับ ประเทศไทยจะยังคงให้ความช่วยเหลือในการฟื้นฟูสมรรถภาพและการให้ความช่วยเหลือทางการแพทย์ต่อไป
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทยพร้อมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของมาเลเซียจะเดินทางเยือนเมียนมาในไม่ช้า ประเทศไทยยังคงมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนและช่วยเหลือเมียนมาต่อไปตามความจําเป็น
ด้านพล.อ.อาวุโส กล่าวว่าตัวเขามีความยินดีกับประเทศไทยและแสดงความขอบคุณและชื่นชมอย่างสุดซึ้งต่อนายกรัฐมนตรีไทยและประชาชนชาวไทยที่ได้แสดงความเสียใจและให้ความช่วยเหลือที่จําเป็นเกี่ยวกับความเสียหายที่เกิดจากแผ่นดินไหวรุนแรงในประเทศเมื่อเร็ว ๆ นี้ โดยกรุงเทพ ประเทศไทยก็ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติเช่นกัน เขารู้สึกเศร้าใจที่ทราบว่าชาวเมียนมาเป็นหนึ่งในผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว เขายังยินดีและขอบคุณสําหรับความตั้งใจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทยและมาเลเซียในการเยือนและประเมินการสนับสนุนที่จําเป็นที่สามารถให้ได้
หลังจากนั้นผู้นำของชาติได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างจริงใจเกี่ยวกับการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างเมียนมาและไทย ศักยภาพของความร่วมมือในการสร้างสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคชายแดน การขจัดการค้าที่ผิดกฎหมาย ยาเสพติด และการลักลอบขนอาวุธ ความร่วมมือในการต่อต้านกิจกรรมการฉ้อโกงทางโทรคมนาคมและการพนันออนไลน์ และการส่งเสริมความร่วมมือในด้านเศรษฐกิจ การเกษตร ปศุสัตว์ กลาโหม และภาคส่วนอื่นๆ
หลังการประชุม พวกเขาแลกเปลี่ยนของขวัญที่ระลึกระหว่างกัน
ขณะที่สำนักข่าวรอยเตอร์สของสหรัฐอเมริกาได้รายงานระบุเกี่ยวกับแผ่นดินไหวว่าทางด้านของสํานักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติได้ออกมาระบุว่ารัฐบาลทหารเมียนมานั้นมีการจำกัดสิ่งของช่วยเหลือซึ่งได้รับมาจากต่างชาติในพื้นที่ซึ่งประสบเหตุจากแผ่นดินไหว ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ประชากรท้องถิ่นไม่ได้ให้การสนับสนุนการปกครองของรัฐบาลทหาร หลังจากที่มีข่าวว่ารัฐบาลทหารได้ดำเนินปฏิบัติการณ์โจมตีจำนวน 53 ครั้ง รวมไปถึงการโจมตีทางอากาศ 26 ครั้งหลังจากที่มีการประกาศหยุดยิงวันที่ 2 เม.ย.
สำนักข่าวรอยเตอร์สพยายามที่จะติดต่อโฆษกรัฐบาลทหารแต่ว่าก็ไม่ได้รับการตอบสนองแต่อย่างใด
อนึ่งยอดเสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.7แมกนิจูดที่เมียนมานั้นส่งผลทำให้มีผู้เสียชีวิตพุ่งไปถึง 3,100 ราย บาดเจ็บ 4,500 ราย และอีก 200 รายยังสูญหาย ตามรายงานรัฐบาลทหาร
สำหรับหัวข้อเกี่ยวกับการผลักดันการเลือกตั้งในเมียนมาในระหว่างการประชุม BIMSTEC ทางนายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดียได้ผลักดันให้มีการฟื้นฟูกระบวนการประชาธิปไตยในเมียนมา รวมถึงการเลือกตั้งที่น่าเชื่อถือและครอบคลุม ซึ่งก่อนหน้าเหตุแผ่นดินไหว พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ได้ประกาศว่าจะมีการจัดการเลือกตั้งในเดือน ธ.ค.2568 ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่าอินเดียอาจจะเข้ามามีบทบาทในการเป็นตัวกลางให้ระหว่างรัฐบาลทหารเมียนมามากขึ้น

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา