
‘ศาลฎีกาฯนักการเมือง’ พิพากษา ‘อดีตรองนายก อบต.เอือดใหญ่’ จงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินฯอันเป็นเท็จ สั่งจำคุก 1 เดือน ไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน ให้รอลงอาญา 1 ปี เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไป
.......................................
เมื่อวันที่ 9 เม.ย. ศาลฎีกา เผยแพร่คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีหมายเลขดำที่ อม 26/2568 คดีหมายเลขแดงที่ อม 6/2569 ระหว่าง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ผู้ร้อง และนายพรมมา อานนท์ อดีตรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เอือดใหญ่ อำเภอศรีเมืองใหม่ จังหวัดอุบลราชธานี ผู้ถูกกล่าวหา เรื่อง การแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สิน
โดยศาลฯพิพากษาว่า นายพรมมา อานนท์ ผู้ถูกกล่าวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สิน หรือหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้องด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้ง ให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินนั้น กรณีพ้นจากตำแหน่งรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเอือดใหญ่ อำเภอศรีเมืองใหม่ จังหวัด อุบลราชธานี ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 114 วรรคสอง (1)
ให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้ถูกกล่าวหาตลอดไป ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 81 วรรคหนึ่งและวรรคสอง ประกอบมาตรา 114 วรรคสาม กับมีความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 167 จำคุก 2 เดือน และปรับ 8,000 บาท
ผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 เดือน และปรับ 4,000 บาท ไม่ปรากฏว่าผู้ถูกกล่าวหาเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30
“พิเคราะห์คำร้องประกอบสำนวนการไต่สวน และคำให้การของผู้ถูกกล่าวหาแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ผู้ถูกกล่าวหาได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเอือดใหญ่ อำเภอศรีเมืองใหม่ จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2556 และพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2559 ผู้ถูกกล่าวหายื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้องกรณีเข้ารับตำแหน่งแล้ว และยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน และเอกสารประกอบ กรณีพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2566 เกินระยะเวลาที่กฎหมาย กำหนด
โดยไม่แสดงรายการทรัพย์สินเงินฝากธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) สาขา อุบลราชธานี บัญชีเลขที่ 3052968157 (เดิม 3292671447) ชื่อบัญชีนางบุญมี อานนท์ คู่สมรส จำนวนเงิน 283,214.84 บาท และไม่แสดงรายการหนี้สินตามสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ หมายเลขทะเบียน บษ 3122 อุบลราชธานี ของผู้ถูกกล่าวหา จำนวนเงิน 394,520 บาท ผู้ร้องมีหนังสือแจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหายื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบ ให้ครบถ้วนถูกต้องภายใน 30 วัน แต่ผู้ถูกกล่าวหาไม่ดำเนินการ
ผู้ร้องพิจารณาแล้วมีมติว่า ผู้ถูกกล่าวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหรือหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิด ข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินนั้นกรณีพ้นจากตำแหน่งดังกล่าว
ปัญหาต้องวินิจฉัยมีว่า ผู้ถูกกล่าวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหรือหนี้สิน และเอกสารประกอบต่อผู้ร้องด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินนั้นกรณีพ้นจาก ตำแหน่งรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเลือดใหญ่ อำเภอศรีเมืองใหม่ จังหวัดอุบลราชธานี หรือไม่
เห็นว่า ผู้ถูกกล่าวหาดำรงตำแหน่งรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเลือดใหญ่ จึงเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งดำรงตำแหน่งรองผู้บริหารท้องถิ่นตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 4 มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดง รายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบของตน คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ตามที่มีอยู่จริงต่อผู้ร้อง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปราม การทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 102 (4) และมาตรา 105
ประกอบประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง กำหนดตำแหน่งของผู้บริหารท้องถิ่น รองผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยผู้บริหารท้องถิ่น และสมาชิกสภาท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ต้องยื่นบัญชี ทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 102 (4) พ.ศ.2561 การยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินให้ตรงต่อความเป็นจริง เป็นหน้าที่สำคัญที่เจ้าหน้าที่ของรัฐพึงต้องปฏิบัติ อันเป็นมาตรการในการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ใช้อำนาจรัฐ
ได้ความจากสำนวนการไต่สวนว่า คู่สมรสเปิดบัญชีเงินฝากเมื่อ วันที่ 2 กันยายน 2556 ก่อนที่ผู้ถูกกล่าวหาจะดำรงตำแหน่งรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเอือดใหญ่ ส่วนรายการหนี้สินผู้ถูกกล่าวหาทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2555 ตั้งแต่ก่อนดำรงตำแหน่ง และทำบันทึกข้อตกลงแก้ไขเพิ่มเติมสัญญาเช่าซื้อเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2558
ภายหลังจากดำรงตำแหน่งดังกล่าวแล้ว บัญชีเงินฝากของคู่สมรสยังมีการเคลื่อนไหวทางบัญชี และสามารถตรวจสอบความมีอยู่จริงได้ไม่ยาก ส่วนหนี้ค่าเช่าซื้อผู้ถูกกล่าวหาขอลดค่างวด และขอขยายระยะเวลาการชำระค่าเช่าซื้อ ผู้ถูกกล่าวหาย่อมทราบดีว่ามีรายการทรัพย์สินและหนี้สินดังกล่าว
การที่ผู้ถูกกล่าวหายื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินโดยไม่แสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินดังกล่าว พฤติการณ์ส่อแสดงว่าผู้ถูกกล่าวหาไม่ใส่ใจต่อหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติในการ ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้องให้ตรงต่อความเป็นจริง ประกอบกับผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพ
ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า ผู้ถูกกล่าวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหรือหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้องกรณีพ้นจากตำแหน่งรองนายกองค์การ บริหารส่วนตำบลเอือดใหญ่ อำเภอศรีเมืองใหม่ จังหวัดอุบลราชธานี ด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือ ปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่าผู้ถูกกล่าวหามีเจตนาไม่แสดง ที่มาแห่งทรัพย์สินและหนี้สินนั้น มีผลให้ผู้ถูกกล่าวหาต้องถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไป ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 81 ประกอบมาตรา114 วรรคสาม
และการกระทำของผู้ถูกกล่าวหายังเป็นความผิด ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหรือหนี้สินและเอกสารประกอบ ต่อผู้ร้องด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควร เชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินนั้น กรณีพ้นจากตำแหน่งรองนายกองค์การ บริหารส่วนตำบลเอือดใหญ่ อำเภอศรีเมืองใหม่ จังหวัดอุบลราชธานี ตามพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 167 ด้วย
พิพากษาว่า นายพรมมา อานนท์ ผู้ถูกกล่าวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สิน หรือหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้องด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้ง ให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินนั้น กรณีพ้นจากตำแหน่งรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเอือดใหญ่ อำเภอศรีเมืองใหม่ จังหวัด อุบลราชธานี ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 114 วรรคสอง (1)
ให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้ถูกกล่าวหาตลอดไป ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 81 วรรคหนึ่งและวรรคสอง ประกอบมาตรา 114 วรรคสาม กับมีความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 167 จำคุก 2 เดือน และปรับ 8,000 บาท
ผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 เดือน และปรับ 4,000 บาท ไม่ปรากฏว่าผู้ถูกกล่าวหาเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30” คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีหมายเลขดำที่ อม 26/2568 คดีหมายเลขแดงที่ อม 6/2569 ระบุ

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา