
เปิดมติ ครม. ‘นายกฯ’ สั่งการเอง มอบ ‘เอกนิติ’ เตรียมการตรา ‘พ.ร.ก.กู้เงินฯ’ ล่วงหน้า รองรับวิกฤติ หลังงบปี 70 มีข้อจำกัด
....................................
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 21 เม.ย.ที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้มอบหมายให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ไปศึกษาและเตรียมการตรา พ.ร.ก.กู้เงินฯ เพื่อเป็นเครื่องมือหนึ่งที่รัฐบาลสามารถนำมาใช้วิกฤตการณ์ต่างๆ ทั้งด้านพลังงาน เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และภัยพิบัติ
“ด้วยในคราวประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 นายกรัฐมนตรีเสนอว่า สถานการณ์โลกในปัจจุบันยังมีความไม่แน่นอนสูง ในขณะเดียวกันประเทศไทยก็ต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์ต่างๆ หลายด้าน ทั้งด้านพลังงาน เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และภัยพิบัติ ประกอบกับการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 มีข้อจำกัดหลายประการ
รัฐบาลจึงจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมด้านงบประมาณให้เพียงพอสำหรับการแก้ไขปัญหาและผลกระทบที่จะเกิดขึ้น การช่วยเหลือประชาชน รวมทั้งการลงทุนในด้านต่างๆ ด้วย ซึ่งการตราพระราชกำหนดกู้เงิน ก็เป็นเครื่องมือหนึ่งที่รัฐบาลสามารถนำมาใช้เพื่อการนี้ได้
ดังนั้น จึงขอมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรี (นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรับเรื่องนี้ไปศึกษาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมตลอดถึงวงเงิน ระยะเวลา และขั้นตอนการตราพระราชกำหนดกู้เงิน ให้ครบถ้วนและชัดเจนเพื่อเตรียมความพร้อมไว้ล่วงหน้า หากมีความจำเป็นก็จะดำเนินการต่อไปได้อย่างรวดเร็วและเท่าทันต่อสถานการณ์
ซึ่งคณะรัฐมนตรีพิจารณาแล้วลงมติเห็นชอบตามที่นายกรัฐมนตรีเสนอ จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ ทั้งนี้ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้แจ้งให้รองนายกรัฐมนตรี (นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังทราบด้วยแล้ว” หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ด่วนที่สุด ที่ นร 0505/8160 แจ้งมติ ครม. เรื่อง การเตรียมการเพื่อตราพระราชกำหนดกู้เงิน ลงวันที่ 23 เม.ย.2569 ระบุ

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา นายเอกนิติ กล่าวว่า เพื่อรองรับวิกฤติต่างๆ โดยเฉพาะความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มยืดเยื้อ ซึ่งส่งผลกระทบเศรษฐกิจไทย รัฐบาล โดยกระทรวงการคลัง อยู่ระหว่างพิจารณาออก พ.ร.ก.กู้เงินฯ วงเงินไม่เกิน 5 แสนล้านบาท โดยกรอบเวลาการออก พ.ร.ก.กู้เงินฯ จะอยู่ในช่วงเดือน เม.ย.-ก.ย.2569 ซึ่งเป็นการเตรียมไว้ล่วงหน้า เพื่อให้รัฐบาลเบิกจ่ายได้ทันท่วงทีหากเกิดแรงกระแทกต่อเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ ในการออก พ.ร.ก.กู้เงินฯดังกล่าว จะยึดกรอบวินัยการเงินการคลัง โดยจะไม่มีการปรับเพิ่มเพดานหนี้สาธารณะซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 70% ของจีดีพี ในขณะที่ล่าสุดสาธารณะของไทยอยู่ที่ 66% ของจีดีพี ซึ่งยังมีช่องว่างอยู่ 4% หรือคิดเป็นวงเงินเกือบ 8 แสนล้านบาท
อ่านประกอบ :
ที่ประชุม 4 หน่วยงาน เคาะกรอบงบ 70 วงเงิน 3.788 ล้านล.-‘เอกนิติ’เผยคงเพดานหนี้สาธารณะ 70%

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา