
'พัฒนา' มอบนโยบายปี 69-73 เน้นนวัตกรรม AI-หุ่นยนต์ และเศรษฐกิจสุขภาพ ปลดล็อคกฎหมายดึงลงทุนทั่วโลก พร้อมยกระดับสวัสดิการ ดัน พ.ร.บ.ข้าราชการ สธ. สร้างขวัญกำลังใจคนทำงาน
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มอบนโยบาย พ.ศ.2569 - 2573 โดยมี นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข คณะผู้บริหารหน่วยงานส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ตลอดจนบุคลากรกระทรวงสาธารณสุข เข้าร่วมรับฟังนโยบายทั้งรูปแบบออนไซต์และออนไลน์ โดยนายพัฒนาได้ขอบคุณบุคลากรที่ร่วมกันผลักดัน Big Quick Win ของกระทรวงจนสําเร็จเป็นรูปธรรม และย้ำการให้ความสำคัญในการน้อมนำการพัฒนางานสาธารณสุขตามแนวพระราชดําริและโครงการเฉลิมพระเกียรติของพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ มาดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
นายพัฒนากล่าวว่า การดำเนินงานของกระทรวงสาธารณสุขนับจากนี้ จะขับเคลื่อนผ่าน 7 เสาหลักสาธารณสุขไทย หรือ “MOPH PLUS+” ภายใต้เข็มทิศ “สุขภาพดีทุกช่วงวัย สร้างเศรษฐกิจไทย ด้วยนวัตกรรมและภูมิปัญญา” ประกอบด้วย 1) สุขภาพดีทุกช่วงวัยด้วยเครือข่ายปฐมภูมิ มุ่งเน้นการดูแลสุขภาพที่ครอบคลุมทุกกลุ่มวัย รวมถึงกลุ่มผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง, พัฒนาระบบปฐมภูมิอัจฉริยะและเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพไร้รอยต่อ ให้ประชาชนรับการรักษา ได้ทุกที่ทั่วไทย, ส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ การทํากิจกรรมทางกาย/ออกกําลังกาย, ขยายศูนย์ดูแลผู้สูงอายุครบวงจรโดยให้ภาคเอกชนร่วมลงทุน, นำอาสาพยาบาลช่วยดูแลผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบางในชุมชน ตลอดจนดูแลสุขภาพจิตเชิงรุก จัดตั้งศูนย์บําบัดและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดครอบคลุมทุกอําเภอ
2) นวัตกรรมการแพทย์อัจฉริยะ ใช้หุ่นยนต์และ AI ในการดูแลรักษาผู้ป่วยให้มีประสิทธิภาพและความแม่นยําสูงสุด สนับสนุนอุตสาหกรรมการแพทย์ภายในประเทศ ผลักดันนวัตกรรมยาขั้นสูง เพิ่มขีดความสามารถในการรักษาและลดการพึ่งพาการนําเข้าเวชภัณฑ์จากต่างประเทศ ตลอดจนนำ Genomic & Precision Care มาใช้ประเมินและตรวจค้นหาโรค เพื่อการรักษาที่เฉพาะเจาะจงตรงจุด 3) เศรษฐกิจสุขภาพสร้างรายได้ เร่งผลักดันอุตสาหกรรมการแพทย์ทุกแขนง รวมถึงผลิตภัณฑ์สมุนไพรและบริการด้านสุขภาพของไทยสู่ตลาดสุขภาพโลก โดยปลดล็อคกฎหมายที่เป็นอุปสรรค ดึงดูดการลงทุนใหม่ๆ จากทุกมุมโลก เร่งรัดกระบวนการอนุมัติผลิตภัณฑ์สุขภาพสู่ตลาดสากล ชูเอกลักษณ์และภูมิปัญญาไทยเป็นจุดขาย เพื่อปักหมุดประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทาง Medical & Wellness Hub อันดับหนึ่งของโลก ตลอดจนพัฒนาผลิตภัณฑ์จากชุมชน สมุนไพรไทย กัญชาทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐานและปลอดภัย ต่อยอดเชิงพาณิชย์แข่งขันในตลาดโลก 4) บริหารโปร่งใส พร้อมรับภัยวิกฤต โดยยกระดับธรรมาภิบาล บริหารระบบสาธารณสุขและกองทุนสุขภาพ ให้มีความเข้มแข็ง เร่งรัดการปรับปรุงพระราชบัญญัติและข้อกฎหมายต่างๆ ที่เป็นอุปสรรค ปฏิรูประบบการทํางานให้มีความคล่องตัว ใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า โปร่งใส เป็นประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน รวมทั้งพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพประชากรข้ามชาติ ทั้งกลุ่มแรงงานและนักท่องเที่ยว เพื่อสร้างความมั่นคงและรักษาสมดุลทางการเงินของระบบสาธารณสุข ตลอดจนยกระดับฐานการผลิตในประเทศ สร้างความมั่นคงทางยา วัคซีน และเวชภัณฑ์ เตรียมระบบบริหารจัดการให้พร้อมรับมือวิกฤตสุขภาพ เพื่อให้ประเทศไทยพึ่งพาตนเองได้อย่างแข็งแกร่ง
5) บริการเป็นเลิศ มุ่งสู่ รพ.สีเขียว มุ่งเน้นพัฒนาศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ทั้งโรคมะเร็ง โรคไตเรื้อรัง การปลูกถ่ายอวัยวะ และโรคหลอดเลือดสมอง ให้มีศักยภาพระดับสากล, ยกระดับ Premium Clinic ให้ประชาชนมีทางเลือกเข้าถึงการบริการที่รวดเร็ว, ตัดวงจรและยุติปัญหาวัณโรค รวมถึงโรคไวรัสตับอักเสบบีและซี ด้วยการคัดกรองเชิงรุกอย่างเข้มข้น พร้อมปรับโฉมโรงพยาบาลและหน่วยงานในสังกัดให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ใช้พลังงานสะอาด ลดการปล่อยคาร์บอน ก้าวสู่เป้าหมาย Net Zero MOPH 6) เสริมสร้างขวัญกําลังใจคนสาธารณสุข โดยเร่งผลักดัน พ.ร.บ.อสม. และ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการกระทรวงสาธารณสุข สร้างความมั่นคงและก้าวหน้าในสายอาชีพ แก้ปัญหาขาดแคลนบุคลากร พร้อมยกระดับสวัสดิการในทุกมิติ จัดสรรค่าตอบแทนที่เป็นธรรมสอดคล้องกับภาระงาน ดูแลสวัสดิการสุขภาพครอบครัวของบุคลากรและผู้ที่เสียสละเพื่อชาติ และ 7) ยกระดับระบบสุขภาพไทยสู่มาตรฐานสากล พัฒนามาตรฐานการบริการสาธารณสุขให้ทัดเทียมและผ่านเกณฑ์การประเมินในระดับโลก, ผลักดันประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิกองค์กรความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในเวทีโลก และเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศทั้งในมิติด้านสาธารณสุขและการค้าระหว่างประเทศ

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา