
ปปง. สั่งยึดอายัดทรัพย์เพิ่ม 84 รายการ ทั้งเงินสด ทอง เครื่องประดับ และรถยนต์ รวม 6.2 ล. 'ลักขณา' อดีตเลขาสาวลักทรัพย์นายจ้างกว่า 162 ล้านบาท
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีคำสั่งคณะกรรมการธุรกรรม ที่ ย. 24/2569 เรื่อง ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราว (เพิ่มเติม) ลงวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ราย นางสาวลักขณา กับพวก ซึ่งเป็นกรณีมีพฤติการณ์แห่งการกระทำความผิดเกี่ยวกับการลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญาอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ และความผิดฐานฟอกเงิน โดยเป็นการยึดและอายัดทรัพย์สินจำนวน 84 รายการ พร้อมดอกผล
คำสั่งระบุพฤติการณ์ว่า สำนักงาน ปปง. ได้รับรายงานจากสถานีตำรวจนครบาลมีนบุรี กรณีจับกุมนางสาวลักขณา ซึ่งเป็นพนักงานบัญชีและเลขานุการของผู้เสียหาย โดยพบพฤติการณ์ออกกลอุบายให้กรรมการผู้จัดการลงนามในเช็คที่ยังไม่ได้กรอกข้อความ แล้วนำไปกรอกข้อมูลเองภายหลัง รวมถึงลักลอบถอนเงินสดออกจากบัญชีบริษัทจำนวน 693 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2561 ถึง 2566 รวมเป็นเงินกว่า 162,340,948.23 บาท นำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัวและเปลี่ยนสภาพทรัพย์สิน ซึ่งศาลอาญามีนบุรีได้มีคำพิพากษาว่ามีความผิดฐานลักทรัพย์และฟอกเงินแล้ว พฤติการณ์ดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นความผิดมูลฐานตามมาตรา 3 (18) แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542
คำสั่งมีรายละเอียดดังนี้
ด้วยสำนักงาน ปปง. ได้ตรวจสอบรายงานการทำธุรกรรมและรวบรวมพยานหลักฐาน ปรากฏหลักฐานที่เชื่อได้ว่า นางสาวลักขณา กับพวก มีพฤติการณ์กระทำความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการลักทรัพย์อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ และได้ไปซึ่งทรัพย์สินเพิ่มเติมอีกจำนวน 84 รายการ ประกอบด้วยสังหาริมทรัพย์ประเภทเงินสด พระเครื่อง นาฬิกาข้อมือ เครื่องประดับต่างๆ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่มีสภาพคล่องและไม่ปรากฏหลักฐานทางทะเบียนที่ชัดเจน สามารถโอน ยักย้าย หรือซ่อนเร้นได้โดยง่าย
คณะกรรมการธุรกรรมในการประชุม ครั้งที่ 2/2569 เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 จึงมีมติให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราว (เพิ่มเติม) จำนวน 84 รายการ พร้อมดอกผล มีกำหนดไม่เกิน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ถึงวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 โดยแบ่งเป็น
ทรัพย์สินที่ยึด จำนวน 77 รายการ เช่น เงินสด 617,670 บาท, พระเครื่องเลี่ยมกรอบสีทองจำนวนมาก, นาฬิกาข้อมือหรู, รถยนต์ และรถจักรยานยนต์
ทรัพย์สินที่อายัด จำนวน 7 รายการ เป็นเงินในบัญชีเงินฝากธนาคารต่างๆ
ทั้งนี้ ผู้ซึ่งถูกยึดและอายัดทรัพย์สินตามคำสั่งนี้ หรือผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์สินดังกล่าว สามารถยื่นคำขอเป็นหนังสือต่อเลขาธิการ ปปง. พร้อมหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอเพิกถอนคำสั่งได้ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งเป็นหนังสือ โดยการกระทำใดๆ เพื่อยักย้าย ซ่อนเร้น หรือทำให้ทรัพย์สินที่ถูกยึดอายัดเสียหาย อาจมีความผิดทางอาญาตามกฎหมายฟอกเงิน

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา