
แพร่มติ ‘ป.ป.ช.’ ชี้มูลความผิด ‘อดีตนายก อบต.บ้านแก่ง’ จ.นครสวรรค์ เรียกรับสินบน 1 ล้าน แลกลงนามสัญญา 3 โครงการ พร้อมส่งรายงานไต่สวนฯให้ ‘อัยการสูงสุด’ ดำเนินคดี
................................
เมื่อวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) ประจำจังหวัดนครสวรรค์ เผยแพร่เอกสารข่าว โดยมีเนื้อหาว่า นายพิเชฐ พิมพา ผู้อํานวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนครสวรรค์ ในฐานะโฆษก สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนครสวรรค์ เปิดเผยเรื่องที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด ซึ่งเป็นเรื่องที่สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนครสวรรค์ ดำเนินการไต่สวน จำนวน 1 เรื่อง ดังนี้
กรณีกล่าวหาอดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) บ้านแก่ง อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 มีการเรียกรับผลประโยชน์ในการเสนอราคาเพื่อจัดจ้างโครงการก่อสร้าง จำนวน 3 โครงการ จากการไต่สวนข้อเท็จจริง ฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2558 องค์การบริหารส่วน ตำบลบ้านแก่ง โดยผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านแก่ง ได้มีประกาศจัดหาผู้รับจ้างดำเนินโครงการก่อสร้าง 3 โครงการ ดังนี้
1.โครงการก่อสร้างประปาหมู่บ้านแบบผิวดินขนาดใหญ่ หมู่ที่ 12 บ้านสามแยกบ้านแก่ง ตำบลบ้านแก่ง อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์
2.โครงการก่อสร้างประปาหมู่บ้านแบบผิวดินขนาดใหญ่ หมู่ที่ 8 บ้านสามแยกบ้านแก่ง ตำบลบ้านแก่ง อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์
3.โครงการก่อสร้างประปาหมู่บ้านแบบผิวดินขนาดใหญ่มาก หมู่ที่ 1 บ้านมอญ ตำบลบ้านแก่ง อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์
ในการนี้ มีเพียงกิจการร่วมค้าบริษัท อ. เป็นผู้เสนอราคารายเดียว โดยไม่ปรากฏว่ามีเหตุผลความจําเป็นที่จะต้องดำเนินการต่อ แต่ผู้ถูกล่าวหาที่ 1 ไม่ดำเนินการยกเลิกการจัดจ้างครั้งดังกล่าว ซึ่งไม่เป็นไปตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการพัสดุของหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ 44 และประกาศกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เรื่อง หลักเกณฑ์การซื้อ หรือจ้างโดยการประมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ลงวันที่ 30 กันยายน 2553 ข้อ 12 (8)
และต่อมาเมื่อ วันที่ 11 ธันวาคม 2558 ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ได้มีหนังสือแจ้งให้ผู้เสนอราคาเข้ามาทำสัญญาจ้างและเรียกรับเงิน จำนวน 1,000,000 บาท เพื่อแลกเปลี่ยนกับการลงนามในสัญญาจ้าง ซึ่งต่อมาได้มีการต่อรองกันเป็นเงิน 600,000 บาท โดยผู้กล่าวหาได้มอบเงินสด จำนวน 300,000 บาท ให้แก่ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1
และได้โอนเงิน จำนวน 300,000 บาท ซึ่งเป็นบัญชีของผู้กล่าวหา จากบัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาวังน้อย ชื่อบัญชีนาย ฉ. ไปยังบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาเทสโก้โลตัส นครสวรรค์ ชื่อบัญชี ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 คู่สมรสของผู้ถูกกล่าวหา ที่ 1 จากนั้นผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 จึงประกาศให้กิจการร่วมค้า อ. จํากัด เป็นผู้ชนะการเสนอราคา
ในเรื่องนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีมติว่า การกระทำของ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัด หรือสมาชิกสภาเทศบาล เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ และฐานเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 และมาตรา 157
ในส่วนผู้ถูกล่าวหาที่ 2 มีมูลความผิดทางอาญาฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน สมาชิกสภา นิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัด หรือสมาชิกสภาเทศบาล เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือ ประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ และฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 และมาตรา 157 ประกอบมาตรา 86
ปัจจุบัน เรื่องนี้ได้ส่งรายงานสํานวนการไต่สวนเอกสารหลักฐานทั้งหมดไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินคดี ในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาคดีกับผู้กล่าวหาทั้งสองราย
ส่วนการดำเนินการถอดถอน ได้ส่งรายงานสํานวนไต่สวนเอกสารหลักฐานและคําวินิจฉัยไปยังผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอน (ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์) เพื่อให้ดำเนินการตามหน้าที่ต่อไป

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา