
‘กรมประชาสัมพันธ์’ ชี้แจง ‘กมธ.กีฬา สภาฯ’ เจรจาต่อรอง ซื้อลิขสิทธิ์ ‘ฟุตบอลโลก 2026’ 1,700 ล้าน ล่ม เผย ‘ฟีฟ่า’ มีเงื่อนไขเดียวในการขายลิขสิทธิ์ ถ่ายทอดสด Full Match 48 แมตซ์เท่านั้น
สืบเนื่องจากกรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) มอบหมายให้กรมประชาสัมพันธ์ ไปเจรจาต่อรองกับสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) เพื่อซื้อลิขสิทธิ์การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 (FIFA World Cup 2026) ครั้งที่ 23 ที่มีประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก เป็นเจ้าภาพร่วม ระหว่างวันที่ 11 มิ.ย.-19 ก.ค.2569 อย่างไรก็ตามการเจรจาไม่เป็นผลสำเร็จเนื่องจากราคาลิขสิทธิ์ฯ สูงถึง 1,700 ล้านบาท ขณะเดียวกันยังไม่มีความชัดเจนยืนยันจากรัฐบาลในเรื่องของแหล่งเงินเมื่อเทียบกับความคุ้มค่าและผลตอบแทนทางเศรษฐกิจที่จะได้รับ
อ่านประกอบ : นายกฯยันคนไทยต้องดูฟรี! ครม.มอบ‘กรมประชาสัมพันธ์’ประสานงานให้มีการถ่ายทอดสด‘ฟุตบอลโลก’
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า ในการประชุมของคณะกรรมาธิการกีฬา สภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 27 พ.ค.2569 ได้เชิญกรมประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) มาให้ข้อมูลแนวทางการซื้อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 โดยผู้แทนจากกรมประชาสัมพันธ์ ได้ให้ข้อมูลต่อที่ประชุมว่า เมื่อวันที่ 12 พ.ค.2569 ที่ประชุมครม. มีมติเห็นชอบอนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณ เพื่อดำเนินการจัดซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดการแข่งขันฟตบอลโลก 2026 (FIFA World Cup 2026) รอบสุดท้าย เพื่อให้ประชาชนได้รับชมการแข่งขันฟรีผ่านช่องทางต่าง ๆ โดยมอบหมายให้กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรีเป็นหน่วยงานหลักในเรื่องดังกล่าว ซึ่งกรมประชาสัมพันธ์ได้มีการประสานความร่วมมือกับ กสทช. หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และภาคเอกชน
โดยกรมประชาสัมพันธ์ได้มีการจัดตั้งคณะทำงานเพื่อเจรจาเรื่อง ลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจากสำนักงานอัยการสูงสุดและผู้ที่มีประสบการณ์ในการจัดการซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกครั้งที่ผ่านมา ต่อมาในวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 กรมประชาสัมพันธ์ได้มีการเจรจาในเรื่องลิขสิทธิ์กับผู้แทนของ FIFA โดยมีหลักการของการเจรจา คือ ความคุ้มค่า ไม่เป็นภาระงบประมาณของประเทศ และต้องมีการจัดซื้อลิขสิทธิ์อย่างโปร่งใส เนื่องจากเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจซึ่งกรมประชาสัมพันธ์ได้มีการเตรียมข้อมูลประกอบในการเจรจาซื้อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026
สำหรับค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 มีราคาที่สูงกว่าค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งที่ผ่านมา กรมประชาสัมพันธ์มีการเจรจาต่อรองในหลายรูปแบบ แต่ FIFA มีเพียงเงื่อนไขเดียวในการขายลิขสิทธิ์ คือ การถ่ายทอดสดแบบ Full Match 48 แมตช์เท่านั้น ซึ่งผลการเจรจาในครั้งนี้ไม่ประสบความสำเร็จ
โดยเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 กรมประชาสัมพันธ์ได้มีการสรุปผลการดำเนินงานตามมติครม.เสนอต่อปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อให้นำเสนอต่อรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นางศุภมาส อิศรภักดี) ในฐานะเป็นผู้กำกับดูแลกรมประชาสัมพันธ์ และได้มีการแถลงผลการดำเนินงานแก่ประชาชนแล้ว
ขณะที่ผู้แทนจาก กสทช. ได้ให้ข้อมูลต่อที่ประชุมว่า กรมประชาสัมพันธ์เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการจัดซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ครั้งนี้ กสทช.ดำเนินงานตามกรอบอำนาจของมติครม.ที่ในการเห็นชอบหลักการ ซึ่งเป็นไปตามผลของการเจรจาของกรมประชาสัมพันธ์ ภารกิจของ กสทช. ไม่ใช่การสนับสนุนมหกรรมกีฬาต่าง ๆ แต่จะดำเนินงานภายใต้มติครม. ภารกิจในการจัดซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดลดการแข่งขันฟุตบอลโลกควรมีการวางแผนเตรียมงานล่วงหน้า
ด้านผู้แทนจากกกท. ได้ให้ข้อมูลต่อที่ประชุมว่า กกท. คือ หน่วยงานที่ดำเนินการซื้อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งที่ผ่านมาร่วมกับ กสทช. เนื่องจาก กฏ Must Have และ Must Carry ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์ที่ กสทช. ได้กำหนดให้รายการกีฬาสำคัญระดับชาติต้องถ่ายทอดสดบนฟรีทีวีเพื่อให้ประชาชนรับชมได้ฟรีอย่างเท่าเทียมและบังคับให้ผู้ให้บริการทุกแพลตฟอร์มต้องนำสัญญาณไปออกอากาศซ้ำ ซึ่งในปัจจุบันได้มีการยกเลิกหลักเกณฑ์ดังกล่าวแล้ว หน่วยงานภาครัฐจึงไม่จำเป็นต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬาสำคัญระดับชาติ สามารถเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนที่สนใจซื้อลิขสิทธิ์ดังกล่าวได้และราคาค่าลิขสิทธิ์จะเป็นไปตามกลไกการตลาด
นอกจากนี้ เมื่อตรวจสอบข้อมูลการซื้อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ในประเทศแถบเอเชียพบว่า เป็นภาคเอกชนทั้งหมด จึงเห็นด้วยกับข้อเสนอของผู้แทนจากกรมประชาสัมพันธ์ที่รัฐบาลควรที่จะเชิญภาคเอกชนที่มีศักยภาพและสนใจในการจัดซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลกมาหาแนวทางในการเจรจาเพิ่มเติม
สำหรับแผนการดำเนินงานรายปีของ กกท. ที่จัดทำเพื่อให้สำนักงบประมาณได้พิจารณางบประมาณรายปีนั้น ซึ่งแผนการดำเนินงานนั้น คือ แผนกีฬาของสมาคมกีฬาและผู้ที่เกี่ยวข้องโดยจะประกอบด้วยการพัฒนานักกีฬาในการแข่งขันกีฬาในมหกรรมกีฬาต่าง ๆ ตั้งแต่กีฬาเยาวชนแห่งชาติ การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ กีฬาซีเกมส์ กีฬาเอเชียนเกมส์ และกีฬาโอลิมปิก สำหรับการจัดซื้อลิขสิทธิ์การแข่งขันกีฬาต่าง ๆ นั้นจะไม่รวมกับแผนการในการดำเนินงานรายปีของ กกท. เนื่องจากมีมูลค่าสูง
รายงานข่าวระบุว่า เมื่อได้รับทราบข้อมูลและข้อคิดเห็นจากผู้ชี้แจงแล้ว ที่ประชุมได้แสดงความเห็นว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการกีฬาควรที่มีการเตรียมจัดทำปฏิทินมหกรรมกีฬารายปีล่วงหน้าเพื่อนำเสนอแก่รัฐบาลเพื่อพิจารณา แม้จะไม่ได้รับอนุมัติในงบประมาณในการจัดซื้อสิทธิ์การจัดงานหรือถ่ายทอดสดกีฬาเหล่านั้นก็ตาม
แต่ก็ควรที่จะมีการเตรียมข้อมูลที่สำคัญนี้ล่วงหน้าเพื่อป้องกันปัญหาในลักษณะนี้ในอนาคต เพราะหากมีการจัดซื้อลิขสิทธิ์การจัดการแข่งขันหรือการถ่ายทอดลดการแข่งขันกีฬาต่าง ๆ ต้องมีระยะเวลาให้รัฐบาลพิจารณารายละเอียดและมีผลต่อการเจรจาต่อรองค่าลิขสิทธิ์ต่าง ๆ นอกจากนี้หน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการกีฬา ควรจะเป็นหน่วยงานหลักหรือเป็นผู้ประสานในการเจรจาจัดซื้อลิขสิทธิ์การจัดการแข่งขันหรือการถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬาต่าง ๆ เพื่อสร้างความเชื่อมันและอำนาจในการต่อรองที่ดี
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องประกอบ : ก่อน‘ครม.’มีมติรับทราบ! ‘กรมประชาฯ’อ้าง‘รธน.-กม.’ดึงเงิน‘กทปส.’หนุนซื้อลิขสิทธิ์‘บอลโลก’

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา